โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่101 ผู้ชายที่มีทักษะพิเศษ

บทที่101 ผู้ชายที่มีทักษะพิเศษ

“ฉูเจ๋อหยาง ที่เวยเวยต้องได้รับบาดเจ็บทั้งหมดก็เป็นเพราะคุณ รบกวนคุณช่วยอยู่ห่างจากเวยเวยหน่อยได้ไหม” ซือซือพูดแล้วก็กำหมัดไปด้วย เธออยากที่จะต่อยฉูเจ๋อหยาง

เธอเองเป็นแชมป์ของประเทศ ทำไมจะจัดการกับทนายไก่อ่อนไม่ได้

หางตาของถังฉีตงเห็นการกระทำของซือซือ เขาตกใจแทบตาย เขารีบรวบกอดคนไว้ในอ้อมอก “ซือซือ คุณใจเย็นลงหน่อย เรื่องนี้คุณจะตำหนิอาเจ๋อเสียทีเดียวก็ไม่ได้”

ด้วยทักษะความสามารถของเขาและอาเจ๋อแล้ว ผู้หญิงคนนี้เอาความมั่นใจในตัวเองมาจากไหนว่าจะชกต่อยกับเขาได้ เขาได้แต่ดึงเธอกลับมาล็อคเอาไว้

“คุณผายลมน่ะสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เวยเวยจะถูกตบตีและทำให้อับอายต่อหน้าผู้คนได้อย่างไร คุณยังไม่รู้ว่าตอนที่ฉันเห็นเข้า เวยเวยถูกผู้หญิงสารเลวนั่นจิกหัวเตะอย่างกับหมาข้างถนน และยังบังคับให้เวยเวยคุกเข่า ถ้าอีกหน่อยเวยเวยเป็นหมันล่ะก็ ผู้หญิงคนนั้นหล่อนตายแน่”

เวยเวยตั้งใจสาธยายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นให้ดูเว่อร์ๆเอาไว้ เพื่อตั้งใจยั่วโทสะฉูเจ๋อหยาง เธอต้องการทำให้เขาโมโห

ถังฉีตงฟังแล้วก็หน้านิ่วคิ้วขมวด เขาอดที่จะแอบมองเพื่อนที่นิ่งเงียบไปไม่ได้

ไม่รู้ตอนไหนที่ผู้ชายคนนั้นนิ่งสงบใจเย็น ลมเย็นอันนิ่งสงบในห้องทำงานกลายเปลี่ยนมาเป็นคืนอันหนาวเหน็บ ความนิ่งก่อนที่พายุจะก่อตัว ความขรึมจนทำให้คนหวาดกลัว

ต้องบอกว่า ซือซือบรรลุวัตถุประสงค์ของเธอแล้ว

ฉูเจ๋อหยางหันไปทางประตูโดยไม่พูดอะไรสักคำ นิ้วทั้งสองข้างของเขายืดออก “กร๊อบกร๊อบ” มันเหมือนกับเสียงความโกรธที่กำลังประทุอยู่ในใจ

ไม่ช้าเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นมา เห็นได้ชัดถึงก้าวย่างที่มั่นคง ทำให้พวกเขาเห็นถึงร่องรอยของความตื่นตระหนก

ซือซือก็ตกใจจนแยกเขี้ยวยิงฟัน เธอตาฝาดไปรึเปล่านะ ฉูเจ๋อหย่างสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด เธอรู้ตลอดมาว่าฉูเจ๋อหยางเป็นคนเลือดเย็น ไม่สนใจใคร

“ซือซือ ทางที่ดีคุณควรจะพูดความจริงกับผม เมื่อครู่คุณไม่ได้พูดเกินจริงไปใช่ไหม” ถังฉีตงถามอย่างจริงจัง

ซือซือนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะบอกว่า “เปล่านะ”

“ปล่อยฉัน ฉันจะไปคิดบัญชีกับฉูเจ๋อหยาง” เธอไม่ได้มาเพื่อคิดบัญชีกับฉูเจ๋อหยางจริงๆหรอก แต่เธออยากให้ฉูเจ๋อหยางไปจัดการกับหนานฉิงตัวร้ายนั่นต่างหาก

ทำอย่างนี้ถึงจะสาสมใช่ไหมล่ะ

“คุณหยุดได้แล้ว วัตถุประสงค์คุณบรรลุเป้าหมายแล้วล่ะ” ถังฉีตงคว้าตัวคนกลับมานั่งที่โซฟา

ซือซือทำโบกไม้โบกมือและลุกยืนขึ้น “คุณกับเขาก็ร้ายพอๆกัน อย่ามาห้ามฉัน ฉันจะไปตีหัวเขาซะ”

“แม่เอ้ย คุณช่วยให้คนเป็นกังวลน้อยลงหน่อยได้ไหม อีกอย่างคุณก็ไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ของเขาเลยนะ” ถังฉีตงพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ซือซือตะลึงและส่ายศีรษะอย่างไม่เชื่อ “จะเป็นไปได้อย่างไร เห็นฉูเจ๋อหย่างอย่างนั้น เขาจะมาเอาชนะฉันได้อย่างไร”

“ใช่ คุณเป็นแชมป์ระดับประเทศ แต่ว่าเขาเป็นนักยูโดสายดำ ขึ้นแปด ของบราซิลเลยนะ ระดับมังกรทอง ถ้าเกิดมีการต่อสู้กันขึ้นมา คุณแน่ใจหรอว่าจะจัดการเขาได้” ถังฉีตงคลายมือที่รัดเธอออก

เมื่อซือซือได้ยินกิตติศัพท์ของฉูเจ๋อหยาง เธอมองผู้ชายที่อยู่ข้างกายอย่างไม่อยากจะเชื่อ “แต่ แต่ว่าเขาเป็นแค่ทนายไม่ใช่หรอ”

“ใครบอกว่าทนายจะเป็นเรื่องพวกนี้ไม่ได้” ถังฉีตงพูดโดยไม่แสดงความรู้สึกใด

ตอนนี้ซือซือเริ่มที่จะสอบถามเขา “ไม่จริง คุณสองคนต้องกำลังวางแผนอะไรลับๆกันสักอย่าง”

ถังฉีตงกระพริบตาเล็กน้อย เขาอมยิ้มและตอบว่า “คุณเองก็รู้นี่ว่ามันเป็นเรื่องลับๆ ถึงบอกไม่ได้อย่างไรล่ะ”

“คุณ… แล้วแต่คุณก็แล้วกัน ฉันขี้เกียจจะพูดกับคุณแล้ว” ซือซือเห็นว่าถามไม่ได้ความเธอจึงเตรียมที่จะลุกขึ้นจากไป

แต่ว่าถังฉีตงจะยอมให้เธอไปง่ายๆอย่างนั้นหรือ เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ เธอไม่ได้จะมาติดเบ็ดง่ายๆ เป็นเรื่องธรรมชาติที่เขาจะต้องตักตวงผลประโยชน์สักหน่อย

….

ฟ้าค่อยๆมืดลง

เป้ยฉ่ายเวยยังคงนอนเป็นศพอยู่บนโซฟา เธอกำลังนอนคิดอยู่ว่าจะสั่งอาหารมาทานดีหรือไม่

หิวแล้วทำยังไงดี เข่าก็ยังบวมอยู่

เธอไม่อยากจะรบกวนซือซืออีก

----จ๊อก จ๊อก

กระเพาะอาหารเกิดการประท้วงขึ้นอีกครั้ง เป้ยฉ่ายเวยเห็นถุงมันทอดใต้ทีวี ที่จริงเธอซื้อเอาไว้เพื่อเป็นรางวัลให้รุ่ยรุ่ย รอไว้ซื้อให้รุ่ยรุ่ยคราวหน้าก็แล้วกัน

เธอขยับเข่าเล็กน้อย ความเจ็บปวดกลับแผ่กระจายไปทั่วร่าง เหงื่อเย็นวาบหลั่งออกมาทางด้านหลัง

เป้ยฉ่ายเวยไม่สามารถอดทนต่อความหิวได้อีกแล้ว เธอขยับขาเปิดออกเล็กน้อย

ถึงแล้ว จะถึงแล้ว แค่ยื่นมือออกไปอีกนิดก็จะสัมผัสกับมันฝรั่งทอดแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเป้ยฉ่ายเวยเริ่มกางออก ได้มันฝรั่งทอดถุงหนึ่งมาแล้ว เธออยู่ได้ถึงเช้าแล้วล่ะ

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังปังขึ้นที่ประตู ประตูอพาร์ทเม้นท์ถูกพังเข้ามา

เป้ยฉ่ายเวยเห็นผู้ชายที่น่ากลัวกำลังจ้องมองเธออย่างตกตะลึง เธอจึงลุกขึ้นมา

เธอหวาดกลัวจนแทบหายใจไม่ออก เป้ยฉ่ายเวยมีปฏิกิริยาตอบสนอง เธอร้องอุทานและถอยหลังกลับ เธอลืมไปว่าตัวเองกำลัง “พิการ” อยู่ ขณะที่ก้าวถอยหลัง เท้าก็เจ็บแปลบ เมื่อถอยได้สองก้าวตัวก็เอียงทรุดลง

“---ช่วยด้วย” เป้ยฉ่ายเวยพยายามที่จะคว้าจับอะไรสักอย่างด้วยสัญชาตญาณ โชคดีที่เธอคว้าเสื้อผ้าเอาไว้ได้ทำให้ไม่ล้มลงกับพื้น

“เฮ้อ ยังดีนะที่ไม่ล้ม” เป้ยฉ่ายเวยเพิ่งจะมารู้ตัวเอาทีหลังว่าเสื้อผ้าที่เธอคว้าไว้ เป็นเสื้อผ้าของผู้ชายที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งตัวตกลงสู่อ้อมกอดของคน

ที่แท้เธอไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่เป็นเพราะว่าเขาโอบเธอเอาไว้เธอจึงไม่ล้มลงที่พื้น

“เป้ยฉ่ายเวยคุณอยากตายหรือยังไง” ฉูเจ๋อหยางเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยบาดแผลกำลังพยายามที่จะหยิบถุงมันฝรั่งเพียงถุงเดียว

“ฉูเจ๋อหยางทำไมคุณถึงมีกุญแจบ้านฉัน!” เป้ยฉ่ายเวยถามตรงประเด็น เธอจำได้ว่าตอนที่ซือซือออกไปหล่อนก็ปิดประตูใหญ่ไปแล้วนะ“ผมปั๊มมา” ฉูเจ๋อหยางตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า“...” ใครจะนักเลงได้ขนาดนี้ เธอยอมให้เขาปั๊มกุญแจตั้งแต่เมื่อไหร่ “ฉูเจ๋อหยางนี่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล คุณ คุณทำอย่างนั้นได้อย่างไร!!”ฉูเจ๋อหย่างไม่สนใจเธอ เขาอุ้มเธอกลับไปวางที่โซฟา และจัดท่าทางเธออย่างอ่อนโยนบนโซฟานั้น จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเปิดไฟครู่หนึ่ง เป้ยฉ่ายเวยหลงคิดไปว่าตัวเองเป็นสมบัติล้ำค่าของฉูเจ๋อหยางจนเขาดูแลประคบประหงม แต่แล้วเธอก็ต้องส่ายหัวอย่างแรงเพื่อสลัดความคิดนี้ออกไปเธอจะคิดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทำไม น่าจะเพราะหิวมานานแล้ว เลยทำให้เลอะเลือน“แต๊ะ” ไฟด้านบนเปิดขึ้นเป้ยฉ่ายเวยใช้เวลาสักพักเพื่อนปรับสายตารับแสงจ้า เธอถึงกับยื่นมือออกมากันแสง และพูดด้วยความโกรธ “ฉูเจ๋อหย่างคุณเป็นบ้าอะไร ใครบอกให้คุณเปิดไฟโดยไม่บอกไม่กล่าว”รอสักครู่ ก็ยังไม่เห็นชายคนนั้นตอบว่าอะไรเธอมีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที ตอนนี้เธอรู้สึกเขินอาย เป้ยฉ่ายเวยรีบคว้าหมอนมาคลุมปิดหน้าเอาไว้และตะโกนเสียงดังลั่น “ฉูเจ๋อหยางปิดไฟเดี๋ยวนี้ ปิดเดี๋ยวนี้นะ”เธอไม่ต้องการให้เขาเห็นรอยแผลบนร่างกายของเธอ แสงจ้ามาก ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีที่หลบซ่อน

copy right hot novel pub