โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่104 คู่ที่อบอุ่น

บทที่104 คู่ที่อบอุ่น

รอเป้ยฉ่ายเวยมายืนอยู่ที่หน้าเตา ถึงจะมีการตอบสนอง ฉูเจ๋อหยางสิ่งนี้เป็นการ “เพิ่มงาน” ของตัวเอง

“ว่าไง ไม่ใช่อยากกินไข่รึ” ฉูเจ๋อหยางพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“โอ้ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ” เป้ยฉ่ายเวยรีบล้างผักหนึ่งกำมือในทันที จากนั้นก็ต้นหอมสองสามต้น ชิ้นเนื้อไม่ติดมันไว้สำหรับเตรียมทำหม้อไฟ จากนั้นจึงเอาไข่ออกมาสองฟอง

หลังจากนั้นไม่นานบะหมี่หอมสองชามบนโต๊ะก็มีหมูและผักเพิ่มเข้าไป

ฉูเจ๋อหยางมองชามก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ตรงหน้า ดวงตามืดมิดไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาหยิบตะเกียบขึ้นด้วยท่วงท่าที่สง่างาม

เป้ยฉ่ายเวยค่อยๆละเมียดทานก๋วยเตี๋ยวในชาม สายตาของหล่อนมองผู้ชายคนนั้นในหลายแง่หลายมุมโดยไม่รู้ตัว เธอลังเลที่จะถาม “ฉูเจ๋อหยาง…”

“ตอนทานข้าวไม่ควรพูด” เสียงผู้ชายคนนั้นแว่วมาเบาๆ

เป้ยฉ่ายเวยหน้าเศร้าลง คำที่รุ่ยรุ่ยพูดกับซือซือ ตอนนี้กลายเป็นฉูเจ๋อหยางพูดกับเธอ พวกเขาพ่อลูกช่างเหมือนกันจริงๆ

ยกเว้นเรื่องที่ไม่สมบูรณ์ ที่เหลือก็สมบูรณ์ยิ่ง พวกเขาดูเหมือนกันมาก รุ่ยรุ่ยความจริงมีบางส่วนที่เหมือนเธอ เช่นดวงตาที่ไม่คมลึกและน่ากลัวเหมือนฉูเจ๋อหยาง

ถ้าหากว่าการผ่าตัดของรุ่ยรุ่ยประสบความสำเร็จ เขาก็คงจะสูงใหญ่เช่นเดียวกับฉูเจ๋อหยาง ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอก็สบายใจแล้ว

สายตาของเป้ยฉ่ายเวยยังเป็นประกาย เธอจ้องฉูเจ๋อหยางไม่ละสายตา เขาไม่ค่อยชอบสายตาที่เป้ยฉ่ายเวยมองอยู่ตอนนี้นัก มันเหมือนกับว่าเธอกำลังมองคนอื่นผ่านตัวเขา

คนที่สำคัญมากแอบซ่อนอยู่ในใจเธอ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่มีอะไรบางอย่างบอกว่าตนเองกับบุคคลนั้นมีความสัมพันธ์อะไรที่สลักซับซ้อนอยู่

เพื่อบุคคลนั้นแล้ว เขาเชื่อว่าเป้ยฉ่ายเวยสามารถเสียสละทำทุกอย่างได้

นี่ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่ดีนัก

“มองพอแล้ว”

เสียงของผู้ชายคนนั้นยิ่งเย็นชา เป้ยฉ่ายเวยส่ายตะเกียบโดยไม่รู้ตัว เธอรีบเร่งทานบะหมี่เข้าไป เธอไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำให้เขาขุ่นเคืองใจตรงไหน

หลังอาหารเย็น เนื่องจากเป้ยฉ่ายเวยขยับแขนขาไม่สะดวก ในที่สุดฉูเจ๋อหยางก็ต้องเป็นคนทำความสะอาดห้องครัว

เป้ยฉ่ายเวยซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาราวกับเป็นราชินี ถ้าหากว่าหลังจากมื้ออาหารแล้วจะมีผลไม้มาด้วยก็จะสมบูรณ์มาก

หลังจากที่ฉูเจ๋อหยางจัดการเสร็จเรียบร้อยและกลับมา เขาก็กลับมามือเปล่า เป้ยฉ่ายเวยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ฉูเจ๋อหยางแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและพูดเบาๆ “เพิ่งทานข้าวอิ่ม อีกครึ่งชั่วโมงค่อยทานผลไม้แล้วกัน”

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อถูกรู้ทัน เธอหยิบรีโมทขึ้นมาอย่างซุ่มซ่ามเพื่อฆ่าเวลา

เมื่อกลับมาที่โต๊ะอาหาร เธออยากจะถามฉูเจ๋อหยางว่าเมื่อไหร่จะกลับไป แต่หลังจากที่เธอพยายามหลายครั้งแล้วก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เธอได้แต่อดทนเอาไว้

ทางโทรทัศน์ฉายรายการวาไรตี้โชว์ตอนสองทุ่ม เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้ดู สายตาเธอจับจ้องไปที่ชายที่อยู่ข้างๆ

ฟ้าจะมืดแล้ว พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว

ทำอย่างไรดี ยังขี้เกียจไม่ออกไปอีก

เป้ยฉ่ายเวยไม่มีทางเลือก เธอแกล้งทำท่าทางง่วงเหงาหาวนอน “ง่วงจังเลย…”

เสียงตะโกนขึ้นในใจ ฉูเจ๋อหยาง รีบไปได้แล้ว รีบกลับซะที

ฉูเจ๋อหยางเหมือนกันได้ยินสิ่งที่เธอคิด เขาลุกขึ้นจากโซฟา เขาอุ้มเธอขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องนอนจากนั้นวางเธอลงบนเตียง และยังห่มผ้าห่มบางๆให้เธออีกด้วย

ใบหน้าเป้ยฉ่ายเวยมีรอยยิ้มกว้าง เฮ่อ ตอนนี้คงกลับไปได้สักที

น่าเสียดายที่สิ่งที่เธอคาดไว้ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากที่ฉูเจ๋อหยางห่มผ้าห่มให้เธอ เขาถอดรองเท้าและนอนลงข้างๆเธอ

“ฉูเจ๋อหยาง คุณไม่กลับไปรึไง” เป้ยฉ่ายเวยเผลอหลุดปากถามออกมา

ฉูเจ๋อหยางเลิกคิ้วและกล่าวอย่างเรียบๆ “ถึงเวลาผมก็จะไป”

เป้ยฉ่ายเวยแตกตื่นจนพูดทุกคำที่คิดออกมาเธอจึงพยายามพูดกลบเกลื่อน “ตอนนี้มันมืดแล้วไม่ใช่หรอ ฉันเป็นห่วงว่าคุณจะขับรถไม่ปลอดภัย…”

ฉูเจ๋อหยางเหลือบไปมองท้องฟ้าที่มืดสนิท เขาจ้องอาการผิดปกติของเธอและพูดช้าๆ “ไม่เป็นไร คืนนี้ผมจะอยู่ที่นี่”

“ว่าไงนะ ไม่ได้ ฉูเจ๋อหยางเตียงของฉันแคบเกินไปคุณนอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคุณคงตกกระแทกพื้น อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันได้รับาดเจ็บ”

เมื่อได้ยินคำพูดเป็นหลักเป็นการของเป้ยฉ่ายเวย เธอจำได้ว่าเหมือนฉูเจ๋อหยางมาช่วยเหลือเธอในตอนบ่าย ในขณะที่เธอกำลังได้รับความบาดเจ็บ แน่นอนว่าเพื่อสิ่งที่เขาต้องการ

แต่ว่าเธอลืมไป ว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่

ฉูเจ๋อหยางเพิกเฉยต่อสายตาขุ่นเคืองของเธอ ร่างสูงใหญ่นอนลง เขายื่นมือออก เธอเอนกายตามแรงโน้มเอนกายของเขาไป เสียงทุ้มต่ำฟังดูเหมือนมาจากหน้าอก เขาออกคำสั่ง “นอนสิ”

เป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจเขา หูแนบหน้าอกของเขารู้สึกเสียวซ่าและแดงก่ำ เสียงเล็กๆยังประท้วงอยู่ “เฮ้เฮ้ ฉูเจ๋อหยาง ที่นี่เป็นบ้านของฉัน คุณทำอย่างนี้มันผิดกฎหมาย…”

“เฮ้ จะโทรแจ้งความรึเปล่า…” เสียงของฉูเจ๋อหยางเหมือนกับเด็กที่กำลังโวยวายอย่างไร้เหตุผล

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าการกระทำของเธอถูกดูถูกเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยความโมโห “คุณคิดว่าฉันไม่กล้าแจ้งความอย่างนั้นรึ!”

หลังจากนั้นก็มีมือถือราคาแพงยัดใส่ในมือเธอ

“....ฉันจะเอามือถือของฉันเอง” เป้ยฉ่ายเวยยังคงเถียงอย่างดื้อรั้น

“ไม่มีพาสเวิร์ด” ฉูเจ๋อหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ไม่มีพาสเวิร์ดนั่นแปลว่าเธอสามารถโทรไปที่ไหนก็ได้ เป้ยฉ่ายเวยกำโทรศัพท์เอาไว้และเลื่อนแตะหน้าจอ เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือพังๆของเธอ โทรศัพท์ของฉูเจ๋อหยางนับว่าทันสมัยมาก สัมผัสนั้นว่องไวนัก

เธอเผลอคลิกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โทรศัพท์เปิดโปรแกรมวีแชทโดยอัตโนมัติ หน้าจอว่างเปล่าไม่มีข้อความใด

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้ชายอย่างฉูเจ๋อหยางก็ใช้วีแชทเหมือนกัน ในหน้ารายชื่อเพื่อนของเขามีเพียงถังฉีตงเท่านั้น

ใจเธอแอบเจ็บแปลบและคิดว่าหรือว่าจะมีหนานฉิงอีกคนหนึ่งทันใดนั้นกรุ๊ปแช็ทที่มีคนอยู่ห้าคนก็โผล่ขึ้นมา มีเพียงข้อความเดียวเท่านั้น ตาแก่หูลี ตาแก่เคล่ะทำไมถึงเป็นชื่อเล่นอย่างลับๆที่เธอเคยตั้งให้กับฉูเจ๋อหยางเธอสงสัยแต่ก็ไม่ได้ละเมิดความเป็นส่วนตัวของเขา เธอยื่นโทรศัพท์ให้กับเขา “มีข้อความถึงคุณน่ะ”ฉูเจ๋อหยางเหลือบมองไป เขาแตะที่โทรศัพท์สองครั้ง และยื่นมือออกไปรับมา “ไม่มีสัญญาณเตือนอีกแล้ว” เป้ยฉ่ายเวยคำรามเบาๆ เหมือนตัวอ่อนของหนอน“นอนเถอะ พรุ่งนี้ผมจะทายาให้คุณอีกรอบ” ฉูเจ๋อหยางลูบหัวเธอเบาๆเป้ยฉ่ายเวยหน้าร้อนขึ้นมาทันที เธอแอบเอาใบหน้าตัวเองมุดใต้ผ้าห่ม “อย่าแตะต้องตัวฉัน ฉันจะนอนแล้ว” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในผ้าห่มห้านาทีให้หลังเป้ยฉ่ายเวยก็รู้สึกเสียใจ ใบหน้าของเธอบังเอิญไปปะทะกับเอวของผู้ชาย กลิ่นของร่างกายชายคนนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นมันอบอวลขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้อัตราการหายใจถี่ขึ้น จากนั้นเธอก็พ่นไอร้อนสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็อุทาน เหมือนกระต่ายที่ตกใจกลัวออกจากผ้าห่ม

copy right hot novel pub