โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่106 วิธีพูดสองแบบของนิตยสาร

บทที่106 วิธีพูดสองแบบของนิตยสาร

แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบผ่านกระจกแล้วทอดลงสู่ร่างกายของชายหนุ่ม ใบหน้านั้นช่างคมชัด สันจมูกสูงเด่นขึ้นมา

ดวงตาสีเข้าลึกเป็นบ่อ ริมฝีปากเรียวบางเหมือนใบมีดที่ไม่ได้เปิดออกจากกัน

เป้ยฉ่ายเวยจำไม่ได้ว่าได้ยินคำพูดเหล่านั้นมาจากนิตยสารที่ไหน

จมูกของผู้ชายถ้ายิ่งตรงมาเท่าไหร่ ความสามารถของเขาก็จะยิ่งยอดเยี่ยมมากเท่านั้น และถ้าปากยิ่งเรียวบางมากเท่าไหร่ ชายคนนั้นก็จะยิ่งเยือกเย็นและโหดร้าย

ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เธอแค่รู้สึกว่าโบราณได้พิสูจน์มาแล้ว ไว้ให้คนรุ่นหลังได้พิสูจน์ ตลอดชีวิตเธออาจจะไม่มีทางได้รู้ก็ได้

เป้ยฉ่ายเวยทานไปใจก็ลอยไป

ฉูเจ๋อหยางวางตะเกียบลงเรียบร้อยแล้ว เขาเช็ดมุมปาก “สักครู่ผมจะไปที่ออฟฟิศ”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นคุณรีบไปเถอะ” เป้ยฉ่ายเวยหยุดสักครู่ก่อนที่จะพูด

ดวงตาดำมืดของฉูเจ๋อหยางมองดูเธอและพูดว่า “ถ้ามีอะไรก็โทรหาผม”

“ทราบแล้ว คุณรีบไปเถอะ อย่าทำให้เสียงาน” เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าอย่างจริงจัง เธอไม่รู้ว่าสายตาเช่นนั้นของฉูเจ๋อหยางมันหมายความว่าอย่างไร

ท้ายที่สุดแล้วฉูเจ๋อหยางก็ไม่ได้อธิบายอะไร เขาลุกขึ้นสวมเสื้อคลุม ผูกเน็คไทด์ และเดินออกไป

ภายในอพาร์ทเม้นท์ห้องเล็กๆเหลือเพียงเธออยู่แค่คนเดียว เป้ยฉ่ายเวยไม่เคยรู้สึกว่าอพาร์ทเม้นท์ของตัวเองเงียบเหงามาก่อน แต่เมื่อเธอเห็นฉูเจ๋อหยางจากไป เธอกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่า

เป้ยฉ่ายเวยตักโจ๊กไปได้ไม่กี่คำเธอก็รู้สึกไม่อยากทานอีกต่อไปแล้ว เธอกลับไปที่ห้องและดูเวลาอย่างเบื่อๆ ถ้าดูจากการบาดเจ็บของเธอแล้ว อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามวันกว่าที่หน้าจะหายบวม

ตอนที่เธอกำลังเหม่ออยู่นั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา เป้ยฉ่ายเวยตกใจเกือบโยนโทรศัพท์ทิ้งเมื่อเธอเห็นชื่อผู้ที่โทรเข้ามา เธอก็รีบรับสายอย่างรวดเร็ว

“ฮัลโหล…”

ซือซือทำลากเสียงดังขึ้นมา “เฮ้ หัวโต ทำไมเธอไม่รับสายฉันเมื่อวานนี้”

“ฉันไม่รู้ เมื่อวานฉันหลับเร็วมาก” เป้ยฉ่ายเวยตอบหน้าซื่อๆ ถ้าหากมีสายที่ไม่ได้รับ ตอนที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อครู่ก็น่าจะรู้นี่นา แต่เมื่อตอนที่เธอเปิดโทรศัพท์ ก็ไม่เห็นมีการแจ้งเตือนอะไร

“อ๋อ ฉันเข้าใจแล้ว” ซือซือลากเสียงยาว หัวเราะจนดอกไม้สั่นไหว สายที่ไม่ได้สายเพราะว่ามีบางคนตัดสายทิ้งล่ะสิ

เป้ยฉ่ายเวยถามโพล่งออกมา “ซือซือเธอทานยาผิดรึเปล่า”

“ฉันแซวก็หาว่าฉันทานยาผิด” ซือซือรีบเถียงเป้ยฉ่ายเวยในทันที “ไอ้ตาฉูเจ๋อหยางไปจัดการนางหมาบ้าตัวนั้นให้เธอแล้วรึยังล่ะ”

เป้ยฉ่ายเวยนัยน์ตาใสซื่อและตอบด้วยความสัตย์ “ยัง…”

“เฮ่อ ให้หญิงชราทำงานหนักเปล่าๆ ฉูเจ๋อหยางไม่ใช่ผู้ชาย ผู้หญิงของตัวเองถูกทำร้าย ไม่คิดจะทำอะไรสักนิด”

ซือซือรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อวานนี้เธอยังเห็นว่าฉูเจ๋อหยางแทบจะระเบิด ทำไมเมื่อมาหาเวยเวยแล้วเขากลับสงบลง

เธอถามอย่างเงียบๆ “เป้ยฉ่ายเวยเธอบอกความจริงกับฉันมา ฉูเจ๋อหยาง “อ่อนหัด” บนเตียงใช่หรือไม่”

“ซือซือ เธอพูดจาให้มันดีดีหน่อยได้ไหม!” นี่มีเรื่องอะไรกัน เป้ยฉ่ายเวยหน้าแดงไปหมด เธอสลัดคำว่า “เห็นหูหนู” ออกไปจากหัวไม่ได้

หมดกัน ซือซือพาเธอเสียคนซะแล้ว

“เวยเวย ทำฟังเสียงเธอฟังเธอเพี้ยนๆไป ไม่ใช่ว่ากำลังคิดเรื่องอย่างว่าอยู่นะ”

ซือซือเป็นทอมบอยมาตั้งแต่เด็ก ลามกอนาจาร พูดจาทะลึ่งตึงตัง ล้วนแต่เป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าหากว่าเวยเวยยอมฟัง เธอสามารถเล่าเรื่องอย่างว่าเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงโดยไม่ซ้ำ

“เวยเวย ฉันสงสัยจริงๆว่าเธอกับพี่อวี๋เฮ่าเป็นพี่น้องกันจริงๆรึเปล่า” เป้ยฉ่ายเวยก่ายหน้าผากพูด พี่อวี๋เฮ่ามีบุคลิกที่ตรงไปตรงมาจะมีน้องสาวที่รั่วขนาดนี้ได้อย่างไร

“เฮ้เฮ้ ฉันก็ยังสงสัยว่าที่หลุมศพบรรพบุรุษของเราจะมีควันธูปเป็นสีฟ้าใช่หรือไม่ ใครให้ฉันเป็นคนดีขนาดนี้ ดีจนคนบนโลกทนไม่ได้ ท้ายที่สุดฉันก็ไม่ควรทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ตอนอายุเท่านี้”

ซือซือไม่มีความละอาย เธอมีแต่ความภาคภูมิใจ เสียงนั่นออกมาจากปาก ช่างฟังดูน่ากลัว

เป้ยฉ่ายเวยเปิดปากต้องการที่จะขัดเธอ “ซือซือเอ๋ย เธอก็รู้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว ยังพูดมากขนาดนี้ ถามหน่อยว่าเธอมีประสบการณ์แล้วรึยัง”

“ฉันไม่ได้มาสัมภาษณ์เธอนะ ฉูเจ๋อหยางไอ้บ้านั่นพูดกับเธอว่าไงบ้าง” ซือซือแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจและเปิดเรื่อง

“จะพูดอะไรได้อีก แต่ว่าเธอห้ามไปหาเขาอีกแล้วนะ” เป้ยฉ่ายเวยเอนตัวท่อนบนของเธอลงบนเตียงและตามด้วยน้ำเสียงอยากตาย

ตอนที่เธอถูกฉูเจ๋อหยางพบที่นี่ ร่างกายขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้

ซือซือพูดด้วยความโกรธ “เฮ่อ ก็มันน่าโมโหจริงๆนี่”

“ซือซือ เมื่อวานนี้รุ่ยรุ่ยถามถึงฉันรึเปล่าว่าทำไมไม่กลับไป” ตอนนี้เป้ยฉ่ายเวยเป็นห่วงแต่เรื่องลูกชายตัวเองเท่านั้น ส่วนผู้ชายก็ปล่อยให้ตกนรกไปเสียเถิด

ซือซือพูดกับรุ่ยรุ่ยช้าลงอย่างมีสติ “ถาม แต่ฉันบอกว่าเธอมีงานล่วงเวลาเลยไม่ได้กลับไปไม่ได้ แม้ว่าเขาจะผิดหวังบ้าง แต่อารมณ์ก็ยังดีอยู่”

เป้ยฉ่ายเวยสามารถจินตนาการออกได้ว่าใบหน้าเล็กๆของรุ่ยรุ่ยเวลาผิดหวังจะเป็นเช่นไร เธอก็อยากจะไปพบเขา แต่ว่าในช่วงเวลานี้กลับไม่สามารถไปได้

“ซือซือ ช่วยขอโทษรุ่ยรุ่ยแทนฉันด้วย ช่วงนี้ฉันคงจะไปหาไม่ได้”

“ฉันรู้ แต่ว่าเวยเวยเธอไม่รู้หรอกว่าเวลาที่จ้องตาโตใสๆของรุ่ยรุ่ย ฉันทนพูดโกหกไม่ได้จริงๆ” เมื่อซือซือต้องเผชิญหน้ากับใบหน้าซาลาเปาอันน่าเอ็นดูของรุ่ยรุ่ย เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นคนเลว

มันเป็นบททดสอบความสามารถในการอดทน

เป้ยฉ่ายเวยกล่าวด้วยความรุนแรงยิ่งขึ้น “ฉันรู้ ลำบากเธอแล้วซือซือ” “เธอไม่ต้องพูดแบบนั้นหรอก พักผ่อนมากๆเถอะ” ข้อเสียเดียวของเธอก็คือหน้าบาง ทนความดีไม่ไหวเป้ยฉ่ายเวยนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว ยาของรุ่ยรุ่ยใกล้จะหมดแล้ว ฉันมีรายการอยู่จะส่งไปให้เธอในโทรศัพท์ เธอช่วยไปเอาที่โรงพยาบาลให้ฉันหน่อย แล้วฉันจะโอนเงินให้นะ”“เธอแค่ส่งมาให้ฉันก็พอ รุ่ยรุ่ยก็เป็นลูกฉันเหมือนกัน พูดเรื่องอะไรไร้สาระ ฉันจะไม่สนใจเธอ” ซือซือแสร้งทำเป็นพูดด้วยความโมโห“ได้ รู้แล้ว ฉันจะไม่พูดแล้ว” เป้ยฉ่ายเวยตอบด้วยรอยยิ้ม“วางแล้ว” ซือซือพูดจบก็วางสายเลย เมื่อวานนี้เธอไม่ได้ถามเรื่องที่ต้องการกับถังฉีตง วันนี้เธอต้องจัดการให้รู้เรื่องดูสิว่าเขาจะปากแข็งได้สักแค่ไหน หรือว่ากำปั้นของเธอจะแข็งกว่าเป้ยฉ่ายเวยพบรายการยาของรุ่ยรุ่ยในโฟวเดอร์เล็กๆบนหน่วยความจำของโทรศัพท์ เธอส่งไปให้ซือซือ เธออยู่กับฉูเจ๋อหยางมาเป็นเวลานาน เธอคุ้นเคยกับการทำเรื่องต่างๆด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดี เธอกลัวว่าจะถูกเขาจับได้หลังจากที่ทำเรื่องนี้เสร็จแล้ว เธอก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงและเอนกายลงบนเตียงจ้องมองแสงอาทิตย์ที่ด้านนอกหน้าต่าง วันนี้ช่างอากาศดี ท้องฟ้าสีคราม เมฆลอยไปในสายลม เธอได้ยินเสียงนกร้องสองสามครั้งอากาศดีเช่นนี้ เธอได้แต่นอนอยู่บนเตียงคนเดียว ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

copy right hot novel pub