โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่122 แอบตามแต่ถูกจับได้

บทที่122 แอบตามแต่ถูกจับได้

หลังจากที่เป้ย​ฉ่า​ย​เวย​ทานอาหารกับหลี่จื่อเชียนเสร็จแล้ว เธอปฏิเสธ​ความปรารถนาของหลี่จื่อเชียนที่จะส่งเธอกลับบ้าน

เพราะว่าเธอยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต้องไปทำ

เรื่องของคุณหยางเธอปล่อยวางไม่ได้เพราะว่าเธอก็เป็นแม่คนเหมือนกัน

เมื่อคิดเช่นนี้ เป้ยฉ่ายเวยก็ไม่สามารถควบคุมความตึงเครียด​ในใจได้

เธอกำโทรศัพท์​อยู่นานไม่ยอมกดหมายเลขที่คุ้นเคย

เป้ยฉ่ายเวยเดินไปเดินมา คิดไม่ตกกับโทรศัพท์ในมือ โทรหรือว่าไม่โทร นี่เป็นปัญหา​

ในที่สุดเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง​ "บ้าจริง ทำไมฉันจะต้องวิ่งไปหาฉู​เจ๋อหยางด้วย"

ใช่ เธอเองที่ทนไม่ได้ ร่างกายไม่สามารถ​ควบคุมได้ เธอเข้าไปที่เขตบริเวณที่พัก​ของฉูเจ๋อหยาง ยังหวังว่าจะมีไอ้โง่ที่ลากพาเธอกลับออกไป

เธอควรจะกลับไป ถ้าหากว่าบังเอิญพบฉูเจ๋อ​หยาง​พาหนานฉิงกลับมา จะยิ่งทำให้ตัวเองทุกข์​ระทม

เป้ยฉ่ายเวยไม่หยุดที่จะเข้าข้างตัวเอง กลับไปโทรหาเขาเอาก็ได้ รออีกสักพักไม่ต้องรีบร้อน​ ช่วงที่ลังเลอยู่นี้ก็กินเวลาไปแล้วครึ่ง​ชั่วโมง​

เมื่อเธอตกลงใจว่าจะกลับแล้ว ก็เห็นร่างสูงปนดื้อรั้นเดินเข้ามา หัวใจเธอเต้นแรง เธอรีบหลบซ่อนที่หลังต้นไม้ใหญ่ นัยน์ตา​น้อยๆยังคงจับจ้องทุกก้าวย่างของฉูเจ๋อ​หยาง​

ยังดี ยังดี ฉูเจ๋อหยางไม่ได้หยุดฝีเท้าและเดินตรงเข้าไปด้านใน

เป้ยฉ่ายเวยกลัวจนหลับตาปี๋ ไม่รู้​ว่าทำไมเธอจึงมีภาพหลอนว่าตัวเองเป็นคนเลอะเลือนที่มาสะกดรอยเขา เหอเหอ เธอว่าตัวเองอย่างนี้ได้อย่างไรกัน

เธอโผล่ศีรษะออกมาอย่างระมัดระวังเพื่อต้องการตรวจสอบว่าฉูเจ๋อหยางเข้าไปแล้วจริงๆ

“ตามผมมาทำไม”

เสียงอันหนาวเหน็บดังขึ้นที่ด้านหลังเป้ยฉ่ายเวย เธอตกใจและชี้ไปที่ชายตรงหน้าพร้อมพูดติดอ่าง “ฉูเจ๋อหยางคุณกลับเข้าไปแล้วนี่!!!”

แล้วออกมาทำไม

ฉูเจ๋อหยางใช้สายตาอันเอือมระอามองไปที่เป้ยฉ่ายเวย เธอคิดว่าเธอซ่อนตัวดีแล้ว เขาแค่แกล้งทำเป็นไม่เห็น และเดินอ้อมออกมาทางประตูอื่น

เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “คุณยังไม่ได้ตอบผม”

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ “ทำไมฉันจะต้องบอกคุณ ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านของคุณ ฉันอยากไปที่ไหนฉันก็จะไปที่นั่น”

ฉูเจ่อหยางเงยหน้าขึ้นมองที่ตั้งของอพาร์ทเม้นต์ของตนเอง ดวงตาเขาหรี่เล็กลง “งั้นก็เชิญ”

พูดจบก็ไม่สนใจเป้ยฉ่ายเวย เขาหมุนตัวกลับเข้าไปในตัวอาคาร

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยเห็นว่าฉูเจ๋อหยางกำลังจะไป ท่าทีเธอก็เปลี่ยนเป็นลุกลี้ลุกลน เธออ้าปากแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เธออยากจะถ่วงฉูเจ๋อหยางเอาไว้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เหตุผลอะไร ได้แต่มองเห็นเงาของฉูเจ๋อหยางค่อยๆลับไป

ในที่สุดเธอก็โพล่งออกมา “ฉูเจ๋อหยาง ฉันอยากไปนั่งเล่นในบ้านคุณ”

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา เธอแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง อะไรทำให้เธออยากจะไปนั่งเล่นในบ้านของเขานะ นั่งเล่นบ้าบออะไร เธอแค่อยากคุยกับเขา ในตอนนั้นลิ้นพันกันพัลวัน กลายเป็นแบบนี้ไปได้

เธอไม่ได้ต้องการนั่งเล่น

แต่ฉูเจ๋อหยางกลับหันกลับมา เธอแทบอยากจะคืนคำ เธอได้แต่ทำแกล้งโง่และยิ้มๆ “เอ่อ ฉูเจ๋อหยางวันนี้พระจันทร์สวยดีนะ”

ฉูเจ๋อหยางตะคอกอย่างเย็นชา “งี่เง่า”

“ฉูเจ๋อหยางคุณว่าคนอื่นอย่างนี้ได้อย่างไร ฉันงี่เง่าตรงไหน คุณพูดมาให้ชัดเจน” เป้ยฉ่ายเวยเดินไปสองก้าว เธออยากรู้ว่าฉูเจ๋อหยางคิดอะไร เธอเงยหน้าเห็นเมฆเป็นเงามืดปกคลุมพระจันทร์ หลังจากนั้นเธอจึงหดหน้าตัวเองลงมา

คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ ไม่มีแม้แต่ดวงดาว ไม่น่าแปลกใจเลยทำไมฉูเจ๋อหยางเยาะเย้ยเธอเช่นนี้

เพื่อวัตถุประสงค์ของวันนี้ เป้ยฉ่ายเวยได้แต่กัดฟันเดินตามฉูเจ๋อหยางไป

ในที่สุด เธอก็นั่งอยู่ในห้องของฉูเจ๋อหยาง

เธอนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟาของฉูเจ๋อหยางเหมือนกับหมอนปักเข็ม ราวกับว่าถ้ามีลมพัดมานิดเดียวเธอก็จะเซล้มลงมา และกลิ้งออกนอกประตูไป

ฉูเจ๋อหยางถือแก้วกาแฟมาแก้วหนึ่ง เขานั่งลงตรงข้ามเป้ยฉ่ายเวยราวกับไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ดวงตาคมลึกจ้องมองเธอโดยไม่พูดอะไร

เป้ยฉ่ายเวยถูกฉูเจ๋อหยางจ้องมองอยู่เช่นนี้ เธอรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เธออ้าปากค้างพูดออกมาอย่างหงุดหงิด “ฉูเจ๋อหยาง ฉันมีเรื่องอยากถามคุณ”

เธอหยุดชั่วครู่และเน้นคำหนึ่ง “เรื่องงาน”

ริมฝีปากบางของฉูเจ๋อหยางจิบกาแฟอันหอมกรุ่น ดวงตาสีเข้มที่จ้องเธออยู่นั้นเพ่งลึกขึ้นอีกหลายส่วน “อยากดื่มอะไรก็ชงเอาเอง ผมว่าคุณน่าจะยังจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน”

เป้ยฉ่ายเวยกลืนน้ำลาย เธอแกล้งทำเป็นสงบนิ่งและกล่าวขึ้น “ฉันไม่ดื่ม”

ฉูเจ๋อหยางไม่แสดงท่าทีใดๆ เขาเอนกายลงบนโซฟา วางมือลงบนที่เท้าแขนอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งตัวดูช่างเกียจคร้านและอันตราย

อันตราย เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าคืนนี้ฉูเจ๋อหยางดูไม่เหมือนเดิม แต่มีอะไรแตกต่างไปนั้น เธอก็ไม่สามารถบอกได้

“คุณมาหาผมไม่ได้มีเรื่องจะพูดรึไง” ฉูเจ๋อหยางขัดจังหวะความคิดของเธอ

เมื่อพูดถึงธุระ เป้ยฉ่ายเวยก็กระแอมก่อนพูด “วันนี้ฉันบันทึกคดีฟ้องหย่า มีบางแห่งฉันอยากจะขอคำแนะนำจากทนายฉู”

ทนายฉู ฉูเจ๋อหยางสงสัยว่าวันนี้เขาได้รับความเคารพโดยการเรียกว่า “ทนายฉู” อย่างนั้นรึ เขากล่าวอย่างเนิบๆ “ว่าไป”

“เมื่อหลักฐานไม่สามารถเป็นหลักฐานได้ ยังมีทางไหนบ้างที่จะสามารถช่วยโจทก์ได้อีก” หลินไห่บอกว่าฉูเจ๋อหยางเก่งกาจมาก เขาน่าจะรู้วิธีนะ

ฉูเจ๋อหยางพูดเสียงเรียบๆ “ไม่มี ถ้าหากว่าหลักฐานไม่เพียงพอก็เป็นได้อย่างเดียวเท่านั้นคือ คดีถูกยกฟ้อง”“ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น คุณไม่ได้รู้สถานการณ์ คุณหยางไม่ได้ไม่มีหลักฐาน แต่ว่าชายคนนั้นดุร้ายน่ากลัว คุณหยางอาจจะสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน” จะเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร เขาจะดับแสงสว่างในชีวิตคนง่ายๆอย่างนั้นได้อย่างไรสำหรับคุณหยาง การแพ้คดีก็เหมือนกับสูญเสียทุกสิ่ง เธอยังต้องเลี้ยงลูกอีกหนึ่งคน ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น“เป้ยฉ่ายเวย” น้ำเสียงฉูเจ๋อหยางมีอารมณ์เล็กน้อย สายตาอันเย็นชาแสดงความไม่แยแสขณะพูดออกมาทีละคำ “พวกเราเป็นทนาย ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ หลักฐานจะพูดด้วยตัวของมันเอง เราควรจะรับผิดชอบเฉพาะในส่วนที่เรารับผิดชอบ”“คุณเข้าใจไหม” สังคมนี้ช่างเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว คนดีเกินไปยากจะมีชีวิตรอดเป้ยฉ่ายเวยเห็นความเมินเฉยของฉูเจ๋อหยาง ชั่วเวลาหนึ่งเธอไม่รู้จะพูดว่าอะไรเธอเข้าใจไหม ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ แต่เธอคิดว่าเผื่อจะยังพอมีโชค เธอไม่สามารถช่วยเหลือคนเหล่านั้นได้ จึงได้แต่คิดหาทุกวิถีทาง ช่วยเหลือคนที่เธอต้องการจะช่วยคืนนี้ฉูเจ๋อหยางได้ให้บทเรียนกับเธอ ว่าไม่ควรหลงเสน่ห์ใครเป้ยฉ่ายเวยลุกขึ้นจากโซฟา เธอสะกดอารมณ์ในดวงตาเอาไว้ และพูดขึ้นมาเบาๆ “ขอโทษค่ะ ทนายฉู รบกวนคุณแล้ว ฉันขอตัวก่อน”ไม่มีอะไรเหลือให้เธอถามแล้วดูเหมือนว่าเธอจะคาดหวังมากเกินไป คิดว่าตัวเองสามารถช่วยคุณหยางได้ ตอนนี้คิดว่ามันช่างโง่นัก เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ยังเอาตัวเองไม่รอด

copy right hot novel pub