โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่124 คุณลืมของน่ะ

บทที่124 คุณลืมของน่ะ

สีหน้าฉูเจ๋อหยางยังไม่เปลี่ยน เขาหยิบกล่องเล็กๆนั้นขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์และจ่ายด้วยเงินสด เขาพูดอย่างหงุดหงิด “แต่ว่าขนาดไม่ถูกต้องนะ”

แคชเชียร์หยิบกล่องขึ้นมามองและผิวปาก “ใหญ่พิเศษ พี่ชายขี้อวดเหลือเกิน”

ขนาดใหญ่พิเศษเป็นขนาดของชาวต่างชาติ บ้านเราส่วนมากก็ไซด์ธรรมดา

“คิดเงิน” ฉูเจ๋อหยางพูดเบาๆ

ทำไมเป้ยฉ่ายเวยรู้สึกสายตาที่ฉูเจ๋อหยางมองเธอช่างน่ากลัวเช่นนี้

“ฉูเจ๋อหยาง ของที่ฉันจะเอาซื้อครบหมดแล้ว เรากลับกันเถอะ” ตาเธอมองขวางไปที่แคชเชียร์

แคชเชียร์ช่างไร้เดียงสา เขารีบคิดเงินให้ฉูเจ๋อหยาง “พี่ชาย คนสวย โชคดีนะครับ”

ฉูเจ๋อหยางโยนกล่องเล็กๆเข้าไปในถุงเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายิ้มให้เป้ยฉ่ายเวยและเรียกเธอ “ไปกันเถอะ”

เขายิ้มหรอ เขายิ้มจริงๆ เธอไม่ได้ตาฝาด ทำไมมันทำให้เธอยิ่งรู้สึกกลัวล่ะ เป้ยฉ่ายเวยเผลอกลืนน้ำลาย “ฉูเจ๋อหยางเมื่อครู่ฉันหยิบผิดจริงๆ”

“อื้อ” ฉูเจ๋อหยางพยักหน้ารับทราบ

ถึงแม้ฉูเจ๋อหยางจะพยักหน้า แต่เป้ยฉ่ายเวยกลับรู้สึกเหมือนเขากำลังหัวเราะเยาะเธอ เธอแทบอยากจะมุดหนี ไม่สามารถสลัดเรื่องนี้ออกไปจากความคิดได้ ยิ่งพูดก็ดูเหมือนยิ่งตอกย้ำ

ทั้งคู่กลับไปที่อพาร์ทเม้นต์ ใบหน้าเป้ยฉ่ายเวยสงบนิ่ง แต่ในใจกับเต้นระรัวขณะที่นำของที่ซื้อมาเข้าไปไว้ในห้องครัว มือเธอก็เริ่มทำบะหมี่ไป

พอเป้ยฉ่ายเวยทำบะหมี่เสร็จ เธอไม่กล้าอยู่ต่อ จึงรีบพูดขึ้นว่า “ฉูเจ๋อหยาง คุณทานไปนะ ฉันกลับก่อนล่ะ”

ฉูเจ๋อหยางเรียกให้เธอหยุด “รอก่อน”

“ยังมีเรื่องอะไร” มือเป้ยฉ่ายเวยข้างหนึ่งจับที่ลูกบิดประตู ราวกับว่าถ้าฉูเจ๋อหยางพูดอะไรน่าเกลียดขึ้นมาเธอก็จะรีบเปิดประตูออกไปทันที

“คุณลืมของน่ะ” ฉูเจ๋อหยางลากเก้าอี้ออก

“ของฉันหรอ” เป้ยฉ่ายเวยพึมพำกับตัวเอง เธอนึกไม่ออกว่าตัวเองลืมอะไร

ฉูเจ๋อหยางใช้สายตามองไปที่ถุงพลาสติก

“ลามก!” หลังจากที่เป้ยฉ่ายเวยเข้าใจความหมายของฉูเจ๋อหยางแล้ว เธอหน้าแดงและหายใจลึก ก่อนที่จะด่าออกมาและรีบวิ่งหนีไป

เมื่อถึงชั้นล่าง เป้ยฉ่ายเวยก็จับใบหน้าตัวเอง ยังคงร้อนผ่าว ฉูเจ๋อหยางท่าจะดื่มมากไป สติท่าจะไม่ดีถึงมาแหย่เธอแบบนี้

เมื่อกลับไปคืนนั้นเป้ยฉ่ายเวยก็ฝัน เธอฝันว่าฉูเจ๋อหยางใส่กางเกงลายการ์ตูนSpongeBob เขาถือส้อมเล็กๆอยู่ในมือ เขาตะโกนเรียกว่าทำอาหารให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เขาถือส้อมจิ้มเธอตลอดเวลา เธอหลบอย่างไรก็ไม่พ้น หลังจากนั้นฉูเจ๋อหยางก็วางแผนที่จะกินเธอ ส้อมในมือเขาก็เปลี่ยนกลายไปเป็นมีด ไม่กี่ครั้งก็ฉีกเสื้อผ้าของเธอขาดหมด

แต่เขากลับวิ่งไปกอดกับแคชเชียร์เมื่อตอนค่ำนี้ และยังลูบหัวเขา เรียกเขาว่าที่รัก ผมจะทำอาหารให้คุณ คุณชอบทานรสชาติแบบไหน

เป้ยฉ่ายเวยตกใจตื่น ฉากฉูเจ๋อหยางกอดกับผู้ชายนั่นยิ่งน่ากลัวกว่าหนังสยองขวัญเสียอีก

ถ้าเขารู้ถึงความฝันของเธอล่ะก็ เธอได้มีจุดจบเหมือนกับหนังสยองขวัญแน่ๆ

คืนนั้นผ่านไปอย่างเหน็ดเหนื่อย เป้ยฉ่ายเวยไปที่บริษัทอย่างอ่อนเพลีย เธอชงกาแฟแล้วตรงไปที่ห้องทำงานของฉูเจ๋อหยางตามปกติ เธอหยิบเศษผ้าขึ้นมาเช็ดอย่างพิถีพิถัน

จะพูดอย่างไรดี ฉูเจ๋อหยางเป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตนเองมาก โดยปกติแล้วเธอไม่จำเป็นจะต้องกังวล โต๊ะในห้องทำงานนั้นสะอาดเอี่ยม หนังสือเอกสารล้วนจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เธอมาแต่เช้า ยังไม่มีใครเข้ามาในออฟฟิศ เป้ยฉ่ายเวยเริ่มทำความสะอาดขณะที่ปากก็ร้องเพลง

“ฉันมีลาตัวหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยขี่”

“วันหนึ่งฉันขี่มันไปที่ตลาด ในมือฉันมีแส้อยู่เส้นหนึ่ง ก็ถือไว้อย่างภาคภูมิใจ”

นี่เป็นเพลงโปรดของรุ่ยรุ่ย เธอฟังมานานแล้วและรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เธอไม่ทันรู้ตัวว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา

เป้ยฉ่ายเวยยังคงอยู่ที่นั่นปัดกวาดชั้นวางหนังสือ ฉากนี้กำลังถูกคนจับตามองอยู่

คนที่มาก็ไม่ได้ร้อนใจ เมื่อคนคนนั้นเห็นว่าหญิงสาวคนนี้กำลังมีความสุขอยู่ เขาจึงรอให้เธอรู้ตัวด้วยตัวเอง

เป้ยฉ่ายเวยพบหนังสือแปลกๆบนชั้นหนังสือ เธออดไม่ได้ที่จะหยิบออกมาดู เสียงดังเหอะเหอะสองครั้ง “ไม่คิดว่าตาบ้านี่จะอ่านหนังสือแบบนี้”

“ผมอ่านแล้วมันแปลกหรอ” เสียงฉูเจ๋อหยางพูดขึ้น

เป้ยฉ่ายเวยตกใจจนเกือบทำหนังสือในมือหล่น เธอหันหลังกลับไปมองชายคนนั้นด้วยตัวแข็งทื่อ “คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”

“คุณมัวแต่จดจ่ออยู่กับการร้องเพลง” ฉูเจ๋อหยางตอบเธอด้วยความกรุณา

“....” จบกัน เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกตัวเองหน้าชา หน้าเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

เขาได้ยินเธอร้องเพลงรั่วๆหมดแล้ว

เป้ยฉ่ายเวยแกล้งโง่ เธอหยิบหนังสือที่พื้นและนำไปเก็บที่เดิม เธอลดศีรษะลงเพื่อเลี่ยงการสบตาฉูเจ๋อหยางและเร่งฝีเท้าเดินไปที่ประตู

ขณะที่เธอหลบเลี่ยงเพื่อที่จะออกไปนอกห้อง ประโยคหนึ่งก็แว่วมาทางด้านหลัง “ร้องห่วยแตกมาก”

เป้ยฉ่ายเวยยกกำปั้นขึ้นและอดทนไว้

เธอรีบเปิดประตูและเดินออกไป ระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินชายคนนั้นหัวเราะขึ้นเบาๆ

เป้ยฉ่ายเวยมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าฉูเจ๋อหยางกำลังหัวเราะเยาะเธอ!!!

หลังจากที่หลินไห่รู้ว่าเป้ยฉ่ายเวยมีแฟนแล้ววันนี้เธอก็ทำงานอย่างเศร้าสร้อย เธออกหักซะแล้ว ทำไมเธอมาช้าไปเสมอ เธอเฝ้ามองเป้ยฉ่ายเวยเดินเข้าประตูใหญ่ของออฟฟิศไป

เธอยังคงถามถ้วยความเป็นห่วง “เวยเวย เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าแดงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอาจจะทำความสะอาดห้องมาก็เลยรู้สึกร้อน พี่ไห่ฉันไปเคลียร์งานก่อนนะคะ” เป้ยฉ่ายเวยคล้ายจะเลี่ยงเธอ ราวกับว่ามีสัปปะหลาดซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเธอตลอดทั้งเช้า เป้ยฉ่ายเวยใจลอยบ่อยมาก แค่ใจลอยก็หน้าแดงเรื่องนี้ทำให้หลูเสี่ยวหยาอดถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ “เวยเวยเธอดูจิตใจล่องลอยไปหลายรอบแล้วนะ ฉันอยากรู้เรื่องอะไรทำให้เธอใจลอยได้ขนาดนี้นะ”“เสี่ยวหยาเธอพูดเรื่องอะไร ฉันใจลอยที่ไหนกัน” เป้ยฉ่ายเวยกล่าวโดยเผลอเอามือจับหน้าตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะร้อนขึ้นมาหลูเสี่ยวหยาเขยิบเข้ามาใกล้ เธอพูดอย่างอยากรู้ “ยังจะมาเปล่าอีก บอกความจริงมาเถอะ ใช่เรื่องความรักของเธอกับแฟนเมื่อวานนี้รึเปล่า”“อะไรนะ ยิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่แล้ว” เป้ยฉ่ายเวยเห็นหลูเสี่ยวหยาต้องการถามอย่างล้วงลึก เธอก็หาทางเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “เสี่ยวหยาเธอมีข้อมูลติดต่อคุณหยางรึเปล่า”หลูเสี่ยวหยาถามด้วยความสงสัย “มี ทำไมหรอ”“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับหล่อนน่ะ” เป้ยฉ่ายเวยตอบอย่างคลุมเครือหลูเสี่ยวหยาเห็นท่าทีของเธอก็เข้าใจทันที “เวยเวยเธอคิดวิธีออกแล้วหรอ”“ก็ไม่เชิง ต้องลองดู” เป้ยฉ่ายเวยไม่กล้าที่ให้เครดิตตัวเองในเรื่องนี้ เธอจึงได้แต่บอกว่าต้องลองก่อน“ได้ เดี๋ยวฉันส่งเบอร์โทรหล่อนให้เธอ” หลูเสี่ยวหยาไม่ได้ถามอะไรมาก เธอยื่นเบอร์โทรศัพท์ของคุณหยางให้เป้ยฉ่ายเวย

copy right hot novel pub