โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่126 ความตั้งใจของหนานฉิง

บทที่126 ความตั้งใจของหนานฉิง

ใกล้จะพักเที่ยงแล้ว หนานฉิงหิ้วของมาเต็มถุงทั้งสองมือ เธอเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม

เธอพูดกับทุกคน “ทุกคนทำงานหนักกันมา ฉันเตรียมอาหารกลางวันมาให้ค่ะ หวังว่าทุกคนคนจะไม่ถือสา”

เมื่อคนมองดูเครื่องหมายบนถุง พวกเขาก็กล่าวอย่างตื่นเต้น

“จะปล่อยให้เสียของได้อย่างไรคะคุณหนูหนาน ลำบากคุณหนูหนานไปตั้งไกลถึงภัตตาคารฝูลั่วหลวน”

“คุณหนูหนานช่างเป็นห่วงพวกเราจริงๆ”

“ไร้สาระ คุณหนูหนานทำเพื่อทนานฉูต่างหาก”

ทุกคนมองหน้ากันและหัวเราะออกมา

ใบหน้าของหนานฉิงแดงขึ้นเล็กน้อยเธอทำเขินอายและเหลียวมองไปที่ทิศทางของเป้ยฉ่ายเวยอย่างจงใจ “พวกคุณชอบก็ดีค่ะ ที่จริงก็เป็นเหมือนฟ้าลิขิต เมื่อวานนี้ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่าเพื่อนสนิทฉันก็ทำงานอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน”

มีบางคนถามขึ้น “คุณหนูหนาน เพื่อนสนิทของคุณคือใครคะ”

“ถ้าเป็นเพื่อนสนิท ทำไมถึงเพิ่งจะรู้เมื่อวานล่ะคะ” มีคนยกคำถามขึ้น

หนานฉิงหัวเราะโดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอโบกมือไปทางเป้ยฉ่ายเวยและพูดขึ้น “เวยเวย ทำไมไม่มาทานด้วยกันล่ะ ใกล้จะถึงเวลาพักแล้ว มาทานด้วยกันสิ ฉันสั่งของโปรดของเธอมาให้เลยนะ”

เป้ยฉ่ายเวยแอบถอนหายใจ เธอต้องการที่จะหลบเลี่ยง แต่หนานฉิงดูเหมือนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น เธอวางคดีที่อยู่ในมือและเดินเข้าไป

“ขอบคุณ หนานฉิง”

“เวยเวย ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นเพื่อนสนิทของหนานฉิง ทำไมไม่เห็นเธอเคยบอกเลยล่ะ”

เป้ยฉ่ายเวยหันไปมองหลวี่อานหรานซึ่งทำหน้างงงวย เธอตอบอย่างใจเย็น “ทนายหลวี่ว่าถ้าฉันเที่ยวประกาศไปทั่วมันจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมไหมคะ”

หลวี่อานหรานกัดเล็บ สีหน้าเธอเปลี่ยนไป แต่เธอยังคงแสดงท่าทีใจกว้าง “เวยเวยเธอยังโกรธฉันอยู่ใช่รึเปล่า ฉันขอโทษเธอไปแล้วไง หวังว่าต่อไปเราจะดีต่อกันได้นะ”

หลวี่อานหรานพูดอย่างข้องใจ เธอทำเหมือนเป้ยฉ่ายเวยเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เป้ยฉ่ายเวยจึงยิ้มอย่างซื่อๆ “ถ้าหากว่าทนายหลวี่ไม่ได้โกรธแล้ว ฉันจะยังโกรธอยู่ได้อย่างไร”

หลวี่อานหรานเข้าใจความหมายในคำพูดของเป้ยฉ่ายเวย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เมื่อวานแม้ว่าเป้ยฉ่ายเวยจะไม่ได้รับผลอะไร แต่สำหรับเธอนั้น ไม่เพียงแต่ถูกบดขยี้ ไม่แม้กระทั่งจะสามารถเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมงาน

“อานหราน เวยเวยทำเรื่องอะไรไม่ดีกับคุณเอาไว้ใช่ไหม คุณอย่าโมโหไปเลย สมัยเรียนเวยเวยก็เป็นอย่างนี้ เธอไม่ได้ตั้งใจหรอก” หนานฉิงเหมือนจะออกหน้าอธิบายแทนเป้ยฉ่ายเวย แต่คำที่พูดออกมากลับทำให้ผู้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่

สายตาคนรอบๆมองไปที่เป้ยฉ่ายเวยอย่างสนอกสนใจ

ที่แท้สมัยเรียนเป้ยฉ่ายเวยก็ชอบสร้างปัญหา

“ในเมื่อคุณพูดอย่างนี้ ฉันก็จะไม่ถือสาอะไร” หลวี่อานหรานร่วมมือเป็นปี่เป็นขลุ่ย

แค่คำพูดไม่กี่คำจากคนทั้งคู่ ก็กลายเป็นโยนโทษเรื่องทั้งหมดไปที่เป้ยฉ่ายเวย

“เวยเวย พวกคุณช่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะคะ เรื่องเมื่อวานนี้เป็นความผิดของทนานหลวี่ ทนานฉูเองก็ได้ชำระความไปแล้วไม่ใช่หรอ หรือว่าพวกคุณคิดว่าทนานฉูติดสินผิดพลาดรึยังไง”

ตอนแรกหลูเสี่ยวหยาก็คิดว่าหนานฉิงเป็นเพื่อนกับเวยเวย แต่เมื่อได้ยินคำพูดเสียดสีเหล่านั้น หนำซ้ำยังร่วมมือกับหลวี่อานหรานเล่นงานเวยเวยอีก

นี่เรียกว่าเพื่อนสนิทหรอ เป็นเพื่อนสนิทแบบไหนกัน

เมื่อหลูเสี่ยวหยาพูดถึงฉูเจ๋อหยางก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก

แววตาของหนานฉิงฉายแววไม่พอใจ แต่เธอก็รีบซ่อนมันอย่างรวดเร็วและพูดขึ้นว่า “ขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิด ฉันแค่อยากให้เวยเวยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน”

เมื่อทุกคนเห็นว่าหนานฉิงไม่ได้ทำหงุดหงิดนิสัยเสียแบบลูกคุณหนูและยังดูมีความรู้ บวกกับที่ตั้งใจไปสั่งอาหารถึงภัตตาคารฝูลั่วหยวนมาเลี้ยงทุกคนอีก

ของกินซื้อคนได้

บางคนก็ลุกขึ้นพูดแทนหนานฉิง

“หลูเสี่ยวหยา คุณหนูหนานก็บอกแล้วว่าอยากจะให้เวยเวยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เธอก็พูดเกินไปหน่อยนะ”

“ใช่ อีกอย่างเวยเวยก็เป็นเพื่อนสนิทของคุณหนูหนานนะ เพื่อนสนิททำไมไม่เล่าให้กันฟัง ว่าวิ่งไปทำงานกับแฟนของเพื่อน เรื่องนี้มันแปลกมาก”

บางคนก็ยกประเด็นขึ้นมาพูด คนอื่นก็สงสัยว่ามันหมายความว่าอะไร พวกเขามองเป้ยฉ่ายเวยด้วยสายตาแปลกประหลาด

ไปทำงานกับแฟนของเพื่อน แต่กลับไม่บอกเพื่อน ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนในตัวเอง

จ้องจะขโมยแฟนอย่างนั้นรึ

หนานฉิงแกล้งพูดทำเป็นคนดี “ทุกคนอย่างเพิ่งเข้าใจผิด เวยเวยอาจจะไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร”

ผู้คนรอบตัวเริ่มพูด “คุณหนูหนานคุณจิตใจดีเหลือเกิน แต่ไม่เข้าใจทำไมบางคนถึงได้ร้ายกาจนัก”

“ใช่แล้ว คุณหนูหนานใสซื่อบริสุทธิ์เกินไป เพื่อนสนิทอะไร ฉันว่านี่มันหมาลอบกัดชัดๆ”

“ฉันว่า พวกเธอพูดมากเกินไปแล้วนะ เมื่อวานพวกเธอก็เห็นว่าแฟนของเวยเวยเขามารับที่นี่ไม่ใช่รึ ตอนนี้จะให้พูดอย่างไรก็คงไม่เข้าหูแล้วล่ะ เวยเวยเราไปกันเถอะ อย่าอยู่สูดดมมลพิษตรงนี้เลย”

หลูเสี่ยวหยาเมินคนทั้งวง เธอลากเป้ยฉ่ายเวยออกไปเงียบๆ

เมื่อทุกคนนึกถึงหลี่จื่อเชียนเมื่อวานก็รู้สึกผิด พวกเขาบอกจื่อเชียนว่าจะช่วยดูแลเวยเวย และในพริบตาก็กลายเป็นว่ากลายเป็นพูดเรื่องพล่อยๆ

หนานฉิงเกลียดหลูเสี่ยวหยาที่ยื่นมือเข้ามายุ่ง เธอยังคงพูดจาสุภาพอ่อนหวาน “ฉันขอโทษ ที่ทำให้ทุกคนเสียบรรยากาศ แฟนของเวยเวยมีบริษัทของตัวเอง เธอคงไม่ได้ตั้งใจมาทำงานที่นี่หรอกค่ะ”

คำพูดเดียวของหนานฉิง ทำให้คนเผลอคิดไปว่า ใช่แล้ว เป้ยฉ่ายเวยมีแฟนทั้งหล่อและรวย ทำไมหล่อนจะต้องมาทำงานเป็นผู้ช่วยกระจอก หากว่าไปทำงานที่บริษัทของแฟนตัวเอง จะเอาตำแหน่งอะไรก็ย่อมได้

หรือว่าที่จริงแล้วเป้ยฉ่ายเวยแอบชอบทนายฉู

บางคนมีความคิดนี้ขึ้นมา หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป

หนานฉิงมองดูการตอบสนองของฝูงชนซึ่งกำลังทำปากขมุบขมิบ นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ หยอดความสงสัยเล็กน้อยเพื่อให้พวกเขาคิดต่อกันไปเอง หลังจากนั้นเธอก็บอกให้ทุกคนรับประทานอาหารก่อนจะได้ไม่หิว

หลูเสี่ยวหยาลากเป้ยฉ่ายเวยไปด้วยพูดด้วยความโกรธ “เวยเวย เธอมีเพื่อนแบบนี้ได้อย่างไร นี่เป็นเพื่อนแบบไหนกัน ตั้งใจผลักเธอไปให้กับฝูงสุนัขป่า”

“ขอบคุณเสี่ยวหยา” เป้ยฉ่ายเวยพูดเบาๆ“ฉันดูไม่ออกจริงๆ แต่ว่าเวยเวยเธอก็ประหลาดนัก ทำไมเธอไม่แก้ตัวให้ตัวเอง ถ้าเป็นฉัน คงจะไม่เกรงใจตั้งแต่แรกแล้ว”เป้ยฉ่ายเวยก้มหน้าลง “ฉันติดหนี้หล่อน”หลูเสี่ยวหยาหยุดชะงัก เมื่อได้ยินสิ่งที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเป้ยฉ่ายเวย ทุกคนก็มีเรื่องส่วนตัวของตัวเอง เธอจึงไม่ถามอะไรต่อไปมาก“กินข้าวก่อนเถอะ ผู้หญิงประเภทนี้เธออยู่ให้ไกลยิ่งดี เล่นละครทำเป็นว่าไม่ได้เสแสร้ง”“อื้อ” เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าในโรงอาหาร อวี๋ซือซือฟังหลูเสี่ยวหยาเล่าเรื่องที่หนานฉิงทำเอาไว้เธอสาปแช่ง “นังหมาตัวเมียสารเลว รอให้ฉันไปจัดการกับแกก่อนเถอะ”“ซือซือ เธออย่าไปเลย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” เป้ยฉ่ายเวยรีบจับเธอไว้อย่างรวดเร็ว “เธอนี่มันจริงๆ เป็นเหมือนก้อนขนมปัง ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย” อวี๋ซือซือพูดอย่างร้อนเป็นไฟหลูเสี่ยวหยาอุทานขึ้น “”ซือซือ สามหัวดีกว่าหัวเดียว อย่าทำเสียเรื่อง”

copy right hot novel pub