โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่127 โดนดีแน่

บทที่127 โดนดีแน่

“ฉันแค่พูดอุปมาเข้าใจไหม เธอไม่อยากอาหารแล้วใช่ไหม” อวี๋ซือซือพาดมือลงบนหน้าผาก

หลูเสี่ยวหยาหัวเราะ “ฮ่าฮ่า ซือซือความสามารถในการอดทนของเธอเพิ่มขึ้นนะ”

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยเห็นว่าอวี๋ซือซือไม่ได้ต้องการจะไปหาหนานฉิงแล้วเธอก็ถอนหายใจ “พวกเธออยากทานอะไร ฉันจะไปสั่งให้”

“ฉันอยากทานหมูน้ำแดงและขาไก่” หลูเสี่ยวหยายกมือขึ้นและพูด

“เสี่ยวหยาเธอคิดว่าเวลาจะตอบคำถามต้องยกมือขึ้น มีคนคิดว่าทำแบบนี้มันงี่เง่า” อวี๋ซือซือรู้สึกไม่ค่อยชอบใจ ถ้าหากว่าตอนนั้นเธออยู่ เธอคงซัดปากหนานฉิงไปแล้ว ไม่ปล่อยให้หล่อนลอยนวลไปได้หรอก

เป้ยฉ่ายเวยยิ้มไม่ได้เก็บเอาความโกรธของอวี๋ซือซือมาใส่ใจ “ฉันรู้ ซือซือเธออยากทานปลาเปรี้ยวหวานใช่ไหม”

อวี๋ซือซือคำรามและไม่ตอบ

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้า เธอลุกขึ้นไปต่อแถวเพื่อซื้ออาหาร

หลูเสี่ยวหยาเห็นเป้ยฉ่ายเวยเดินไป เธอก็ดึงอวี๋ซือซือมาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “หนานฉิงนังนั่นมีประเด็นอะไรกับเป้ยฉ่ายเวยใช่หรือไม่ ฉันเห็นว่านังนั่นจงใจก่อสงครามก่อน”

“ความหึงหวงของผู้หญิง แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นช่างมืดมน น่าจะระวังตัวไว้หน่อย ฉันไม่ได้อยู่กับพวกเธอตอนทำงานที่นั่น ถ้าหากว่าผู้หญิงคนนั้นมารังแกเวยเวยอีก เธอมาบอกฉัน ฉันจะหาทางจัดการกับหล่อน”

อวี๋ซือซือทำท่าแกว่งไม้แกว่งมืออย่างดุเดือด

“อื้ออื้อ ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร” หลูเสี่ยวหยาพยักหน้าอย่างมีความสุข

ทั้งสองก้มศีรษะลง และคุยโต้ตอบกันอย่างเงียบๆ

เป้ยฉ่ายเวยสั่งอาหารเสร็จและกลับมา ทั้งสองคนเงียบโดยปริยาย เธอเลิกคิ้วและพูดติดตลก “พวกเธอไม่ต้องปรึกษากันก็ได้ว่าฉันซื้อมาในราคาเท่าไหร่”

หลูเสี่ยวหยาเหลือบมองเป้ยฉ่ายเวยด้วยความอิจฉาและพูด “เธอผอมเกินไป แล่เนื้อขายก็คงจะไม่พอ”

“มันก็คุ้มค่านะ” อวี๋ซือซือจ้องหน้าอกของหล่อนจากนั้นก็หัวเราะออกมา

เป้ยฉ่ายเวยพูดอย่างหัวเสีย “ขี้เกียจพูดกับพวกเธอแล้ว รีบกินๆเข้าไป”

ทั้งสามคนทานข้าวไปด้วยพูดคุยไปด้วย

“ทานข้าวเสร็จแล้ว ฉันจะไปดู ไม่รู้ว่าฉูเจ๋อหยางยังอยู่ที่ห้องทำงานรึเปล่า”

หลูเสี่ยวหยากัดขาไก่ และถามอย่างอ้ำอึ้งๆ “ซือซือ เธอจะไปหาทนายฉูของพวกเราทำไม”

“จะอะไรล่ะ ก็เรื่องสัมภาษณ์ไงล่ะ” อวี๋ซือซือกระตือรือร้นที่จะลอง ไม่รู้ว่าจะคุ้ยหาเรื่องซุบซิบจากเขาได้หรือไม่

เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้สนใจอะไร ถ้าหากพวกเขารู้ ว่าเธอทรยศเรื่องในกลุ่มแชทของพวกเขา ไม่รู้ว่าจะยังมีความสุขกันอยู่อย่างนี้ไหม

“ว่าไงนะเธออยากสัมภาษณ์ทนายฉูของพวกเรา” หลูเสี่ยวหยาได้ยินว่าอวี๋ซือซือต้องการสัมภาษณ์ฉูเจ๋อหยาง อาหารที่เพิ่งทานเข้าไปก็แน่นจุกอก เธอแน่นหน้าอกมาก ตาเธอสั่นไหวไปมา

เป้ยฉ่ายเวยยกแก้วน้ำเย็นขึ้นและพูดว่า “เสี่ยวหยา เธอรีบดื่มเข้าไปเร็วเข้า”

หลูเสี่ยวหยารีบจิบน้ำเพื่อดันอาหารลงไป เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “พระเจ้า อีกนิดเดียวคิดว่าตัวเองจะขาดอากาศหายใจซะแล้ว”

“นั่นต้องเป็นข่าวใหญ่แน่นอน” อวี๋ซือซือนิ่งไปหลายวินาทีก่อนจะตอบ แค่สัมภาษณ์ฉูเจ่อหยางต้องออกอาการขนาดนั้นเลยหรอ

“ก็จริง ช่างน่าอาย แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ”

หลูเสี่ยวหยาเกือบจะโดนเข้าแล้วไง ดวงตาเล็กๆของอวี๋ซือซือถามอย่างตื่นเต้น

“ซือซือ เธอใช้วิธีอะไรทำให้เจ้านายของเรารับปากให้สัมภาษณ์ได้ล่ะ เธอรู้ไหมว่าน้องสาวฉันที่แผนกต้อนรับบ่นกับฉันตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว มีผู้สื่อข่าวมากมายมาขอสัมภาษณ์เจ้านาย แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังกลับไป”

“เธอก็พูดเว่อร์เกินไป” อวี๋ซือซือพูดขึ้นมด้วยท่าทางชิวๆ

หลูเสี่ยวหยาพยักหน้า “จริง นี่เป็นเรื่องจริงนะ เจ้านายเราไม่เคยยอมให้สำนักข่าวไหนเผยแพร่ภาพและข้อมูลของเขา ถ้าทำล่ะก็วันรุ่งขึ้นคงได้รับหมายฟ้องจากทนายแน่”

“เราเป็นสำนักงาน ไม่ได้มีอะไรมาก มีทนายเยอะ สักพักสำนักข่าวนั้นก็ถูกฟ้องจนต้องปิดไป”

“ฉันจะเอามาให้ได้ ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย ดูสิทำไมเว่อร์ขนาดนั้น” อวี๋ซือซือไม่เชื่อ

“เรื่องจริงนะ เธอลองไปตรวจสอบดูมีบันทึกไว้ ซือซือ เธอแน่ใจหรอว่าเจ้านายเราจะยินดีให้สัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าตระกูลเธอจะมีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองจิ่นอัน แต่เจ้านายเราเป็นทนายนะ อะไรไม่ถูกต้อง ก็จะถูกดำเนินคดี”

หลูเสี่ยวหยารู้สึกว่ายังไม่พอ เธอยังเสริมขึ้นอีกประโยค “โดนดีแน่”

อวี๋ซือซือตั้งใจกระแอม เมื่อเห็นเป้ยฉ่ายเวยนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเธอจึงเคาะโต๊ะและพูดว่า “เดี๋ยวฉันก็จะเข้าสู่สนามรบแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าข่าวนี้ถูกต้องหรือไม่”

เป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าฉูเจ๋อหยางมักจะทำหน้าตาอย่างไร เธอวางตะเกียบลงและพูดเนิบๆ “ข้อมูลถูกต้องไม่มีผิดพลาด”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” อวี๋ซือซือโล่งอก เธอไม่ได้อยากจะขึ้นศาล

หลูเสี่ยวหยาถามอย่างสงสัย “เวยเวย ซือซือ เธอสองคนพูดเรื่องอะไรกันน่ะ”

“เสี่ยวหยาเธอไม่ต้องถามหรอก ฉันต้องมีอาวุธลับอยู่แล้ว เฮ้เฮ้ วางใจได้ เมื่อเสร็จเรื่องฉันว่าเวยเวยคงจะเลี้ยงข้าวพวกเรา” ได้รับโบนัสเยอะขนาดนั้น อาหารมื้อเดียวขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าอย่างใจกว้าง “ไม่มีปัญหา พวกเธอเลือกร้านมาได้เลย”

หลูเสี่ยวหยายิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ “ซือซือ ทำไมเธอสัมภาษณ์สำเร็จถึงต้องให้เวยเวยเลี้ยงข้าวด้วยล่ะ”

“ทำไมถามเยอะขนาดนี้ แค่อยากรู้ว่าเธออยากจะไปด้วยไหม เธอเลือกร้านมา” อวี๋ซือซือโยนคำถามล่อใจ

หลูเสี่ยวหยาพยักหน้าขึ้นทันใด “ไป ไปแน่นอน เฮ้เฮ้ ฉันรับรองว่าเธอสองคนจะต้องชอบใจ”

พักเที่ยงผ่านไป เป้ยฉ่ายเวยและหลูเสี่ยวหยากลับไปที่สำนักงาน อวี๋ซือซือต้องกลับไปเอาของบางอย่างก่อนที่จะตามไป

พอเข้าสำนักงาน เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าบรรยากาศภายในออฟฟิศเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แม้ว่าจะไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศมึนตึง ทั้งอยากรู้อยากเห็น ทั้งดูถูกเหยียดหยาม และไม่ให้เกียรติไม่ต้องหาคำตอบก็รู้ว่าเป็นเพราะหนานฉิงพูดอะไรบางอย่างให้คนเข้าใจผิดเป็นแน่หลูเสี่ยวหยาโมโหอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เป้ยฉ่ายเวยดึงเธอไว้และส่ายหัวเบาๆ “เสี่ยวหยา ไม่ต้องพูดอะไร พวกเขาไม่ฟังหรอก”ด้วยเพราะคำพูดของฉูเจ๋อหยางเมื่อวานนี้ ถึงแม้จะไม่ชอบเธอ สงสัยเธอ แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด พวกเขาก็ได้แต่คิดกันในใจเท่านั้นหลูเสี่ยวหยาเข้าใจคำพูดเป้ยฉ่ายเวย แต่เธอก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ คนพวกนี้ช่างประจบประแจง ยังจะมาทำหน้าตาสูงส่ง แต่ทำตัวต่ำกว่ายิ่งกว่านักเลง“เวยเวยเธอพูดถูก ตัวเรารู้ตัวเองดีที่สุด แค่เรารู้ว่าเราทำดีแค่นี้ก็พอแล้ว” หลูเสี่ยวหยาจงใจเพิ่มระดับเสียงมีคนรู้สึกผิดเมื่อปะทะกับสายตาอันดุดันของหลูเสี่ยวหยา พวกหล่อนแสร้งทำเป็นโค้งคำนับอย่างรวดเร็วและทำเป็นว่ากำลังยุ่งอยู่เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกน่าขันเมื่อเห็นท่าทางอันน่ารักของหลูเสี่ยวหยาเช่นนี้ “เสี่ยวหยา คดีของคุณหยางเธอจัดการเสร็จแล้วหรือยัง ขอให้ฉันดูหน่อยได้ไหม”“ไม่มีปัญหา สักครู่ฉันจะเอาไปให้” หลูเสี่ยวหยารีบวิ่งกลับไปที่ที่นั่งของตัวเองเป้ยฉ่ายเวยกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง โดยไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรอีก

copy right hot novel pub