โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่131เอาหนังสือพิมพ์กลับมาเงียบๆ

บทที่131เอาหนังสือพิมพ์กลับมาเงียบๆ

ตลอดเวลาช่วงบ่าย

นิสัยทั้งคู่ก็ไม่ใช่คนช่างคุยอยู่แล้ว ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง

“ถึงเวลาแล้ว” เป้ยฉ่ายเวยพูดขึ้น

“ฉันจะนั่งลงก่อน” อวี๋ซือซือเอาบัตรออกจากกระเป๋าแล้วโยนมันไปที่อ้อมแขนของเป้ยฉ่ายเวย

เป้ยฉ่ายเวยเก็บบัตรดีๆ แล้วลุกขึ้นพูดว่า “อย่าดื่มหนักนักล่ะ”

“รู้แล้ว รีบไปเถอะ อย่าปล่อยให้ลูกรักรอนาน” อวี๋ซือซือแสร้งทำเป็นอารมณ์ร้อนขึ้นมา

เป้ยฉ่ายเวยส่ายหัวอย่างเหลืออด เธอกลับไปก่อน เพราะว่าเธอต้องไปรับรุ่ยรุ่ย

เมื่อคิดว่าอวี๋ซือซือจะยังไม่ได้กลับไป เป้ยฉ่ายเวยก็พารุ่ยรุ่ยกลับไปที่อพาร์ตเม้นต์ของเธอก่อน

เมื่อกลับถึงบ้าน รุ่ยรุ่ยก็ก็ปีนขึ้นนั่งบนโซฟาด้วยตัวเอง เสียงเดียงสาของเขาพูดขึ้นว่า “แม่ครับ ผมดูทีวีได้ไหมครับ”

เป้ยฉ่ายเวยเก็บกระเป๋ารุ่ยรุ่ยวางให้เป็นระเบียบ เธอยิ้มและพูดว่า “ได้สิ แม่จะไปทำกับข้าวให้ทานนะ”

“ครับ” รุ่ยรุ่ยตอบเสียงดังฟังชัด เขาควบคุมรีโมทและเปลี่ยนช่องด้วยตัวเอง

เป้ยฉ่ายเวยเงาหลังเล็กๆอยู่ที่โซฟา สองเท้าสีขาวกำลังสั่นไหว ตากลมโตจ้องมองที่ทีวีอย่างตั้งใจ รอยยิ้มที่สะกดลมหายใจ เธอหยิบผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว

ขอแค่ร่างกายของรุ่ยรุ่ยนั้นดีขึ้น มันก็คุ้มค่ากับราคาที่เธอจ่ายไป

รุ่ยรุ่ยมองไปที่ห้องครัวเงียบๆ เขาเห็นเป้ยฉ่ายเวยเดินเข้าไปแล้วจึงหยิบหนังสือพิมพ์ออกจากกระเป๋านักเรียน เขาค่อยกางออกอย่างระมัดระวังลงบนโต๊ะ

นิ้วชี้สั้นๆยังคงมองหา เขาชี้ไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อเห็นภาพด้านบนแววตาเขาก็เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย

มือเล็กแตะไปที่คาง เขาจ้องมองไปที่ชายข้างต้นอยู่เป็นเวลานาน เขายังรู้สึกว่ามันเหมือนจะไม่พอ คิ้วน้อยๆขมวดติดกันเป็นปม

ในที่สุดก็ได้บนสรุป

---พ่อช่างดูห่างเหิน ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่ไม่ชอบเขา

ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์นี้รุ่ยรุ่ยเห็นมาจากคุณครูโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เขาทำท่าทางน่ารักออดอ้อน และขอยืมมาจากครู และเพื่อไม่ให้แม่เห็นเขาจึงซ่อนไว้ในกระเป๋านักเรียน

ขณะที่แม่กำลังทำอาหาร เขาจึงได้แอบเอาออกมาดู

รุ่ยรุ่ยเคาะฉูเจ๋อหยางบนรูปภาพ ใบหน้าอันนิ่งเฉย ลักษณะที่น่ากลัวจนคนไม่กล้าเข้าใกล้ ปากน้อยของเขาพูดขึ้น “พ่อ ไม่ไหวเลยจริงๆ”

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็บ่นกับตัวเอง “แต่ว่าเราสองคนก็ช่างเหมือนกัน ทำอย่างไรดี หรือว่าจะปลอมตัวเสียหน่อยดี”

รุ่ยรุ่ยพบบรรทัดที่อยู่ด้านล่างของรูปภาพ มีหลายคำในนั้นที่เขาไม่รู้จัก เขาวิ่งไปที่ชั้นหนังสือและดึงพจนานุกรมเล็กๆของเขาออกมา มือน้อยๆของเขาเริ่มทำการตรวจหา

หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้ว มือน้อยๆก็ถือปากกากระต่ายน้อยน่ารัก เขาเขียนสองสามคำลงบนกระดาษ

บริษัทกฎหมายติ่งเซิ่ง ชั้น19 อาคารอู่หยาง ถนนเซี่ยงหยางถน เขตกลางเมือง

คำที่เขาไม่เข้าใจเขาก็ใช้พินอินเขียนแทน เขาหยิบกระดาษขึ้นมาและเป่าหมึกลงไป จากนั้นก็พับเก็บใส่กระเป๋าเป็นอย่างดี

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเขาไปก่อนสักพัก ตราบใดที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตน แม่ก็ไม่น่าจะโมโหนะ

“รุ่ยรุ่ยไปล้างมือแล้วมาทานข้าวจ๊ะ” เสียงของเป้ยฉ่ายเวยดังลอดออกมาจากห้องครัว

“รู้แล้วครับ แม่” รุ่ยรุ่ยรับคำ เขารีบรนพับเก็บหนังสือพิมพ์บนโต๊ะและใส่กลับเข้าไปในกระเป๋านักเรียน ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากนั้นก็วิ่งอย่างใจเย็นไปล้างมือก่อนทานข้าว

เป้ยฉ่ายเวยนำอาหารออกมาและถามด้วยความสงสัย “รุ่ยรุ่ย ลูกดูทีวีอยู่ไม่ใช่หรอ”

ทำไมเธออยู่ในครัวแต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

รุ่ยรุ่ยนั่งตัวตรงบนเก้าอี้ เขาถือตะเกียบพิเศษของตัวเองและพูดอย่างว่าง่าย “ผมดูเวลาแล้ว ข่าวยังไม่มาครับ”

เป้ยฉ่ายเวยทำปากจู๋แล้วพูดว่า “รุ่ยรุ่ย ทำไมไม่ดูการ์ตูนล่ะ หรือว่าช่องเด็กก็ได้”

เด็กทุกคนก็ชอบสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ เธอจำได้ว่าครั้งก่อนรุ่ยรุ่ยก็ดูกับซือซืออย่างมีความสุข

“แม่ครับ เราต้องใส่ใจเรื่องของบ้านเมืองหน่อย จะได้รู้ตัวว่าอยู่ในยามสงบหรือว่ากำลังมีภัย” รุ่ยรุ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เป้ยฉ่ายเวยถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ใครบอกลูก”

เล็กขนาดนี้ทำไมถึงรู้จักยามสงบยามมีภัย ช่างรู้เรื่องมากเกินไป

“คุณครูบอกครับ” ไม่ว่าเรื่องอะไรแค่บอกว่าเป็นครูสอนก็พอ

เป้ยฉ่ายเวยตักถั่วใส่ลงในชามและตั้งใจที่จะฟังน้ำเสียงของเขา “ใช่ใช่ เจ้านายตัวน้อยของแม่ ทานอาหารให้มากหน่อย ห้ามเลือกทาน”

รุ่ยรุ่ยมองดูเม็ดถั่วเล็กๆในชามของเขา ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็ยับยู่ยี่และพูดอย่างน่าสงสาร “แม่ ผมไม่กินถั่วได้หรือไม่”

“ไม่ได้ แม่ก็เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้เช่นกัน เตรียมตัวให้พร้อม ไม่อย่างนั้นลูกจะไม่สูง อีกหน่อยจะมาว่าแม่ไม่ให้ลูกทานผักจะทำอย่างไร” พูดแล้วเป้ยฉ่ายเวยก็คีบผักใบเขียวใส่ไปในชามเขา

“แม่ รุ่ยรุ่ยจะกินเนื้อ กินเนื้อถึงจะโตได้” รุ่ยรุ่ยพูดอย่างขมขื่น

“อื้อ รีบทานสิ” เป้ยฉ่ายเวยวางเนื้อติดมันใส่ลงในชาม

รุ่ยรุ่ยหรี่ตาพริ้มอย่างมีความสุข เหมือนกับลูกแมวน้อยกำลังรอใครสักคนมากอดรัด เขาเริ่มที่จะรับประทานอย่างว่าง่าย

เมื่อมองใบหน้ารุ่ยรุ่ยแดงก่ำ เป้ยฉ่ายเวยเริ่มสายตาอ่อนลง หากว่าหัวใจของรุ่ยรุ่ยไม่มีปัญหา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะดี….

รุ่ยรุ่ยทานข้าวไปได้สองสามคำ ตาเขาเลิกลักไปมาราวกับว่ามีบางอย่างที่จะถาม “แม่ครับ พรุ่งนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ แม่ได้หยุดรึเปล่าครับ”

เขาจำสิ่งที่ป้าพูดได้ ว่าแม่ไปทำงานที่ออฟฟิตของพ่อ

“รุ่ยรุ่ย แม่ขอโทษ แม่ต้องทำงานล่วงเวลาต้องให้หนูอยู่กับคุณป้านะ” เป้ยฉ่ายเวยอยากอยู่กับรุ่ยรุ่ย แต่ละครั้งก่อนเธอยังไม่ได้สะสางงานให้เรียบร้อย เธอจึงได้แต่ทำงานตอนสุดสัปดาห์เท่านั้นไม่อย่างนั้นคงจะมีประเด็นกับฝ่ายบุคคล ละเธออาจถูกหักเบี้ยขยัน เพื่อเงินแล้ว เธอได้แต่อดทนไว้“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมอยู่กับคุณป้าก็ได้ กลางวันแม่พักเที่ยงใช่ไหมครับ” รุ่ยรุ่ยพยักหน้าแกล้งทำเป็นฟังเหตุผลเป้ยฉ่ายเวยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เธอพลั้งปากไปว่า “รุ่ยรุ่ยคนดี แม่พักสองชั่วโมงตอนเที่ยง พักตอน11โมง เข้างานตอนบ่ายโมง อยากให้แม่ทานอาหารกลางวันด้วยกันไหมครับ”“ไม่ต้องไม่ต้องครับ แม่ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ” รุ่ยรุ่ยโบกไม้โบกมืออย่างรวดเร็ว ถ้าแม่มาทานข้าวกับเขา เขาจะดำเนินการตามแผนได้อย่างไร“ได้ รอแม่เลิกงานแล้วไปหารุ่ยรุ่ยนะครับ”เป้ยฉ่ายเวยไม่รู้แผนการน้อยๆของรุ่ยรุ่ย เธอยังรู้สึกว่าอบอุ่นใจ รุ่ยรุ่ยอายุน้อยแต่ว่ารู้เรื่องมาก เธอช่างโชคดีและมีความสุขมากจริงๆรุ่ยรุ่ยได้ทราบเรื่องที่ตนเองอยากรู้แล้ว เขารีบจัดการกับผักใจจานอย่างเงียบๆในที่สุดก็ทานจนหมด เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือน้อยๆหยิบชามและตะเกียบไปเก็บในห้องครัว นี่เป็นนิสัยที่รุ่ยรุ่ยติดตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเป้ยฉ่ายเวยจึงไม่ได้ห้ามเขาทำเช่นนั้น มันเป็นการดีที่เด็กได้เป็นอิสระนอกที่โรงเรียนบ้าง“แม่ครับ ผมไปดูทีวีแล้วนะ” รุ่ยรุ่ยพูดมาประโยคหนึ่ง แล้วเดินไปเปิดทีวีด้วยตัวเอง เขาเปลี่ยนช่องอย่างชำนาญเพื่อที่จะดูช่องข่าวการเมืองเป้ยฉ่ายเวยเห็นลักษณะท่าทางของรุ่ยรุ่ย เธอยิ้มและไม่ได้พูดอะไร เธอเริ่มเก็บชามและตะเกียบไปที่ห้องครัวเพื่อล้าง

copy right hot novel pub