โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่140 จับฉูเจ๋อหยางแน่น

บทที่140 จับฉูเจ๋อหยางแน่น

“พ่อคะ นี่ล้วนเป็นความสามารถของพ่อ เกี่ยวกับหนูตรงไหน”

หนานฉิงถามอย่างไม่เข้าใจ เธอก็อยากจะช่วยเหลือพ่อของเธอ แต่ว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับงานราชการ เรื่องที่พ่อจะได้เลื่อนตำแหน่งเธอก็เพิ่งจะรู้จากเขาในวันนี้เอง

“ฉูเจ๋อหยางเป็นที่จริงก็เป็นคนที่มีความสามารถ การเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ที่จริงยังมีอีกคนหนึ่ง ภูมิหลังของเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่าพ่อ แต่ว่าคราวนี้ผู้นำที่มาจากเบื้องบนเป็นมิตรกับฉูเจ๋อหยาง”

หนานเทียนหยางไม่ได้พูดให้ชัดเจน แต่ว่าคนฉลาดก็จะสามารถฟังเรื่องพวกนี้ออกได้

“คุณจะบอกว่ากุญแจสำคัญของการเลื่อนขั้นครั้งนี้คือฉูเจ๋อหยางใช่หรือไม่” เหาเสว่ฉินไม่อยากจะเชื่อ ฉูเจ๋อหยางเป็นแค่ทนายทำไมถึงได้มีความสัมพันธ์กับระดับผู้นำได้

ข้างในไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม

หนานเทียนหยางจะไม่เข้าใจความคิดของภรรยาตัวเองได้อย่างไร เขาร่วมหอลงโรงด้วยกันมานานหลายปี มีเรื่องอะไรที่ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ล่วงหน้า

เขาโบกมือและพูดขึ้นว่า “ผมตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่เรื่องว่าที่ทำไมฉูเจ๋อหยางถึงได้รู้จักกับระดับผู้นำผมไม่แน่ใจ แต่ว่าผู้นำให้ความเคารพฉูเจ๋อหยางเป็นอย่างมาก”

พูดจบเขาก็หันไปทางหนานฉิงและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เสี่ยวชิง ในเมื่อลูกกับฉูเจ๋อหยางชอบพอกัน พ่อก็จะไม่คัดค้าน เรื่องต่อจากนี้ลูกรู้ว่าควรทำเช่นไรแล้วนะ”

“พ่อ หนูทราบแล้วค่ะ” หนานฉิงมีทุกข์ใจเหลือที่จะกล่าว ถ้าหากว่าอาเจ๋อรู้สึกดีกับเธอจริงๆ เธอก็คงจะมีความสุขมากที่สามารถช่วยพ่อให้เลื่อนขั้นได้ และยิ่งจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาเจ๋อและครอบครัวของเธอ

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่ว่าเรื่องนี้มีบางอย่างที่ผิดปกติ เธอเริ่มสำนึกเสียใจที่ได้ทำร้ายเป้ยฉ่ายเวยลงไป แค่เพียงเพราะว่าตอนนั้นเธอรู้สึกทุกข์ใจ

“อื้อ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อย่าก็ไปก่อเรื่อง ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ในสายตาของผู้ตรวจสอบ เรื่องนี้ก็เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการเลื่อนตำแหน่งด้วยเช่นกัน” เมื่อพูดถึงตำแหน่งของตนเอง หนานเทียนหยางก็เสียงเข้มขึ้นสองสามส่วน

เห่าเสว่ฉินพูดอย่างอบอุ่น “พวกเราเข้าใจ พวกเราเห็นคุณเลื่อนครั้งมาแล้วหลายครั้งพวกเราก็คอยสนับสนุน เทียนหยางตอนนี้ก็ดึกแล้ว ให้เสี่ยวชิงไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”

“อื้อ” เรื่องที่หนานเทียนหยางต้องการกำชับก็ได้กำชับไปแล้วและได้คำรับปากจากเธอ

“เสี่ยวชิง ลูกไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เหาเสว่ฉินขยิบตาให้หนานฉิงเพื่อให้เธอกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน

หนานฉิงผงกหัวและเดินขึ้นชั้นบน หัวใจเธอเริ่มหนักขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะหนีการที่จะต้องขอโทษเป้ยฉ่ายเวยไม่ได้

เมื่อคิดถึงตอนที่จะต้องก้มหัวให้เป้ยฉ่ายเวยและขอโทษหล่อนต่อหน้าฉูเจ๋อหยาง เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว เพื่อการเลื่อนตำแหน่งของพ่อ เธอคงต้องยอมก้มหัวให้หล่อน

รอก่อนเถอะ รอให้เรื่องของพ่อเข้าที่เข้าทางแล้ว เธอจะต้องทำให้เป้ยฉ่ายเวยเหมือนตายทั้งเป็น

เป้ยฉ่ายเวยซึ่งอยู่ในอพาร์ทเม้นต์คนเดียวจู่ๆก็รู้สึกหนาวสั่น เธอมองดูอากาศด้านนอก ฝนก็ไม่ได้ตก ทำไมเธอถึงได้รู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นที่พัดผ่านอย่างไร้เหตุผล

บางทีเธออาจจะคิดมากไป

หลังจากที่เลิกงานกลับถึงบ้าน รุ่ยรุ่ยก็ได้จัดการวิกผมฟูและไฝออกไปแล้ว เขาพูดที่ข้างหูเธออย่างตื่นเต้น

“รุ่ยรุ่ย ทำไมวันนี้ดูมีความสุขจัง” เป้ยฉ่ายเวยแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลย

รุ่ยรุ่ยรู้สึกผิดจนไม่กล้ามองหน้าเป้ยฉ่ายเวย เขาพูดพึมพำเบาๆ “ไม่นี่ครับแม่ วันนี้คุณป้าพาผมไปทานขนมเค้กแสนอร่อย”

อวี๋ซือซือเห็นว่ารุ่ยรุ่ยโยนเรื่องนี้ให้กับเธอ เธอเองก็รู้ว่าเป้ยฉ่ายเวยรู้เรื่องแล้ว จะให้โกหกซึ่งๆหน้า เธอจึงได้แต่พยักหน้าก็เท่านั้น “ใช่ ใช่”

คนเรา ถ้าหากไม่ได้ทำอะไรผิดมา ทำเรื่องผิดมาและไม่อยากให้ใครจับได้ แต่ท่าทางช่างมีพิรุธนัก

เป้ยฉ่ายเวยได้แต่ลูบหัวเขาและพูดขึ้นว่า “จำไว้ว่าอย่าทานของหวานมากไป”

“ผมรู้แล้วครับแม่” รุ่ยรุ่ยถูกเป้ยฉ่ายเวยว่า เขาไม่กล้าแสดงออกถึงความตื่นเต้นมากเกินไป นามบัตรที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อทำให้เขารู้สึกละอายใจ

ถ้าแม่รู้ว่าเขาปลอมตัวและแอบไปหาพ่อ แม่จะต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ที่จริงเขาแค่อยากจะไปถาม ว่าทำไมพ่อถึงได้ทิ้งเขาและแม่ไป

แต่เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรของพ่อ เขาจึงสงสัยว่าเขาควรจะให้โอกาสกับพ่อดีหรือไม่

ถ้าหากแม่รู้เข้าแม่ก็จะรู้สึกว่าสถานะตัวเองไม่มั่นคง เรื่องนี้ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไปเจอพ่อโดยการแอบ

“แม่ครับ อีกน้อยผมจะเชื่อฟังแม่ครับ” รุ่ยรุ่ยพูดเสียงเบาๆเช่นเด็กเด็กที่ไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

เขารับปากกับแม่ และกำลังบอกกับตัวเองอยู่ด้วย

เป้ยฉ่ายเวยนิ่งไป ราวกับว่าเข้าใจความนัยของรุ่ยรุ่ย เธอถอนหายใจเบาๆและพูดอย่างอบอุ่น “รุ่ยรุ่ยแม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กที่เชื่อฟังอยู่เสมอ ลูกไม่จำเป็นต้องรับประกันอะไรกับแม่หรอก แม่แค่อยากให้ลูกมีความสุข”

รุ่ยรุ่ยจ้องเป้ยฉ่ายเวยด้วยดวงตาดำโตราวไข่มุก เขากล่าวอย่างจริงจัง “แม่มีความสุข รุ่ยรุ่ยก็มีความสุข”

“แม่มีความสุขมาก” เป้ยฉ่ายเวยดวงตาเปียกชื้น เธอดึงเขามากอดในอ้อมอก มีลูกชายที่รักถนุถนอมเธอเช่นนี้ เธอจะยังไม่พอใจอะไรอีก เธอรู้จักพอ

อวี๋วือซือตาแดงก่ำ เธอทนไม่ไหวอีก “เอาล่ะ สองคนช่างน่าเบื่อ เห็นแล้วฉันอิจฉาจะตายแล้ว”

หัวเล็กๆของรุ่ยรุ่ยโผล่ออกมาจากอ้อมแขนของเป้ยฉ่ายเวย “คุณป้าไม่ต้องเสียใจ รุ่ยรุ่ยก็จะปกป้องคุณป้าด้วยเหมือนกัน”

“มาให้ป้ากอดซะดีดีป้าจะได้ไม่เสียใจ” อวี๋ซือซือพูดให้เจ้าตัวน่ารักมาหาเธอหน่อย

รุ่ยรุ่ยมองเป้ยฉ่ายเวยรอบหนึ่ง เขาได้รับรอยยิ้มอย่างเปี่ยมล้น นั่นเป็นเหตุผมให้ขาสั้นๆของตัวเองเดินไปและพุ่งเข้าหาอ้อมอกของอวี๋ซือซือราวลูกกระสุน

อวี๋ซือซือชอบกอดแน่นๆเช่นนี้ “ที่รักของบ้านเราเป็นหนุ่มที่ช่างอบอุ่น หัวใจแก่ของป้ากำลังเบ่งบานแล้ว”

“ป้าไม่แก่ ป้าก็รุ่นเดียวกับแม่”

รุ่ยรุ่ยประจบจนอวี๋ซือซือตัวแทบลอย จะไม่ให้หลงรักเขาได้อย่างไร “รุ่ยรุ่ยของบ้านเราก็หล่อมาก”

เป้ยฉ่ายเวยเห็นสองคนอวยกันเองก็ส่ายหัวและหัวเราะ “ดึกแล้ว ได้เวลานอนแล้วรึเปล่า”ได้ยินว่าถึงเวลานอน อวี๋ซือซือก็จำต้องปล่อยรุ่ยรุ่ยไป “รีบไปนอนเถอะ เด็กดีของป้า”“คุณป้า ผมเป็นผู้ชาย” รุ่ยรุ่ยทุบอกน้อยๆของตัวเองอวี๋ซือซือพยักหน้าแลพูด “อื้ออื้อ ผู้ชายที่เส้นผมยังไม่ขึ้น”“ผมมีแล้วนะ หัวผมมีผมเยอะแยะ” รุ่ยรุ่ยไม่เข้าใจว่าทำไมป้าชอบพูดว่าเขายังไม่มีเส้นผม ผมของเขาก็เยอะมาก หรือว่านี่ไม่นับเรื่องนี้ทำให้อวี๋ซือซืออาย เธอควรจะอธิบายว่าอย่างไร ว่าหมายถึงเส้นผมตรงไหน “ได้ได้ เรียกเธอว่าหนุ่มน้อยก็แล้วกัน”รุ่ยรุ่ยเห็นด้วยอย่างไม่เต็มใจกับคำของอวี๋ซือซือ ที่จริงเขาจะยังเด็กอยู่ ต้องสูงเท่าพ่อก่อนถึงจะเป็นหนุ่มได้“ซือซือ ฉันว่าเธอไม่ค่อยระวังคำพูดเลยนะ” เป้ยฉ่ายเวยพูดอย่างไม่พอใจ รุ่ยรุ่ยยังเด็กอยู่จะเข้าใจได้อย่างไร แต่ว่าเขารั้นจะให้ทุกคนปฏิบัติต่อเขาดังเช่นเขาเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งอวี๋ซือซือจงใจฮัมเพลงทำเป็นไม่ได้ยิน ตอนนี้เรียกเธอว่าคนหูหนวกเป้ยฉ่ายเวยได้แต่พารุ่ยรุ่ยเข้านอนไปก่อน บางครั้งซือซือเองก็เหมือนกับรุ่ยรุ่ย เด็กที่ยังไม่โตทั้งคู่ ดีที่พวกเข้ากันได้ดี

copy right hot novel pub