โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่ 150เศษแก้วทิ่มหลังมือ

บทที่ 150เศษแก้วทิ่มหลังมือ

เป้ยฉ่ายเวยแน่ใจว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับฉูเจ๋อหยางเลย แต่เธอก็แก้ตัวไม่พ้นข้อกล่าวหาที่ว่าความจริงแล้วเธอเดินออกมาจากที่พักของฉูเจ๋อหยาง ความจริงที่ทำให้หนานฉิงเข้ามาเจอพอดี

เธอทำได้แค่กลืนความขมขื่นนี้ลงไป ยอมรับแต่โดยดี “ขอโทษนะ ฉันรับรองว่าจะไม่มีครั้งต่อไป”

หางตาของหนานฉิงเหลือบเห็นแสงวาววับแสบตาตรงพุ่มไม้ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเป้ยฉ่ายเวยอย่างต่อเนื่อง “เป้ยฉ่ายเวยเธอยังคิดว่าจะมีครั้งต่อไปอีกหรอ เธอเอาแต่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะตัดขาดกับอาเจ๋อ แล้วนี่มันคืออะไร”

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกละอาย เอาแต่ก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ไม่ได้ระวังเลยว่าข้างหลังมีอะไร “หนานฉิงฉันรู้ว่าฉันพูดอะไรไปเธอคงไม่เชื่อ แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่มีครั้งต่อไปจริงๆ”

“เป้ยฉ่ายเวยฉันไม่เชื่อคำพูดเธออีกแล้ว ภายนอกใสๆ แต่ข้างในกลับทำเรื่องต่ำทรามเกินใคร แย่งแฟนเพื่อนสนิทนี่มันน่าภูมิใจนักหรอ มีความสุขมากนักหรือไงห๊ะ”

หนานฉิงเห็นว่าโอกาสพอเหมาะพอเจาะแล้ว จึงยืนมือออกไปผลักเป้ยฉ่ายเวยทันที ปากยังแสร้งตวาดออกไปด้วยความโกรธ “เธอพูดมาสิ พูดออกมา เธอจะทำเรื่องต่ำแบบนี้ต่อไปอีกใช่ไหม ไม่มีผู้ชายแล้วมันจะตายหรือไง”

เป้ยฉ่ายเวยถอยไปข้างหลังเรื่อยๆ เท้าสัมผัสกับบันไดหิน จากนั้นทั้งร่างก็ล้มลงบนสนามหญ้า ตรงฝ่ามือรู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหว

เธอก้มลงมอง ไม่รู้ว่าในกลองหญ้านั้นมีเศษแก้ว มือของเธอก็กดลงไปโดนพอดีเพราะแรงกดจากการล้มทำให้เศษแก้วพวกนั้นแทงทะลุถึงหลังมือของเธอเลย เลือดสดๆไหลอาบออกมาชุ่มพื้นที่เล็กๆตรงนั้น

แขนก็เจ็บอย่างรุนแรงและสั่นเทิ้มไม่หยุด เป้ยฉายเวยจะลุกขึ้นก็เกือบจะล้มลงไปในกองเศษแก้วนั้นอยู่หลายครั้ง เธอจะโทษหนานฉิงก็ไม่ได้

คิดซะว่านี่เป็นบทลงโทษที่เธอหาเรื่องให้ตัวเองก็แล้ว

“อะไร แกล้งเจ็บอะไรอีก ฉันจะบอกเธอให้นะเป้ยฉ่ายเวย ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่ เธอก็อย่าคิดเข้าใกล้อาเจ๋ออีก” หนานฉิงมองเลือดสดๆที่กระจายตัวอยู่บนพื้นอย่างรู้สึกพอใจขึ้นมา แต่แค่นี้มันไม่พอหรอก

เธอทำราวกับว่ามองไม่เห็นมือที่ได้รับบาดเจ็บของเป้ยฉ่ายเวย ยกรองเท้าส้นสูงปลายแหลมเหยียบลงบนหลังมือของเป้ยฉ่ายเวยอย่างแม่นยำ ทำให้แผลของเธอที่ถูกเศษแก้วปักอยู่แล้วยิ่งแทงลึกเข้าไปอีก

“อา——“

ความเจ็บปวดที่เสียดแทงจากตำแหน่งฝ่ามือขยายไปทั่วทั้งสรรพางค์กายของเธอ แผ่นหลังของเป้ยฉ่ายเวยชุ่มไปหมดในเวลาชั่วพริบตา หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นมา มือที่ได้รับบาดแผลราวกับไม่ใช่มือของเธอ เจ็บจนใกล้จะหมดสติ

เสียงโรยแรงดังขึ้นจากปากของเธอ “มือ มือของฉัน.....”

เจ็บ ความรู้สึกเดียวที่เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกในตอนนี้ ลองคิดว่าถ้าเป็นผู้ชายวัยกลางคนโดนเศษแก้วแทงมือเข้าอย่างจังแล้วเศษแก้วก็ทะลุถึงหลังมือ ผู้ชายคนนั้นก็คงทนความเจ็บปวดขั้นสุดแบบนี้ไม่ได้เหมือนกันนั้นแหละ

ดวงตาของหนานฉิงปรากฏความสบายอกสบายใจแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ความเจ็บปวดของเป้ยฉ่ายเวย ก้มตัวลงไปเล็กน้อย ร่นระยะห่างของทั้งสองให้ใกล้กันมากขึ้น พูดขึ้นเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน “นังคนชั้นต่ำ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอกนะ เธอดูสิ สภาพเธอในตอนนี้ก็เหลือแค่ไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ”

ดวงตาของเป้ยฉ่ายเวยหรี่ลงในทันที ในใจรู้สึกสงสัยตั้งแต่แรก ที่จริงหนานฉิงจงใจให้เธอได้รับบาดเจ็บงั้นหรอ เปิดปากถามขึ้นอย่างยากลำบาก “ทำไม”

ทำไมต้องทำแบบนี้กับเธอ ทุกครั้งไม่ยั้งแรงเลย

“ก็เพราะว่าฉันเกลียดเธอไงเป้ยฉ่ายเวย เธอแย่งผู้ชายที่ฉันรักที่สุดไป ทำให้มิตรภาพของเราต้องแปดเปื้อน รู้สึกเจ็บมากใช่ไหม? แต่ขอโทษนะ นี่มันแค่เริ่มต้น”

เป้ยฉ่ายเวยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แววตาลุ่มลึกกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น มองดูแล้วทั้งประหลาดทั้งน่ากลัว

ราวกับเธอคิดเรื่องอะไรที่ไม่น่ายินดีขึ้นมา น้ำเสียงนุ่มนวลถึงได้เปลี่ยนเป็นเสียงน่าสะพรึงกลัว “เป้ยฉ่ายเวยเธอรู้ไหม ทุกครั้งที่ฉันเห็นเธอแสร้งทำตัวเป็นยึดมั่นในคุณธรรมและละขาดจากทางโลก ฉันล่ะรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาทุกทีเลย”

สีหน้าของหนานฉิงที่กำลังตะคอกเสียงดังเปลี่ยนไปเร็วมาก

“นี่คุณกำลังทำอะไร”

ฉูเจ๋อหยางลงมาก็เห็นเศษแก้วที่อาบไปด้วยเลือดสดๆ ปักคาอยู่บนหลังมือของเป้ยฉ่ายเวย หนานฉิงก้มลงไปพูดอะไรบางอย่างกับเป้ยฉ่ายเวยข้างหู

ดวงตาเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นทันที

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใจของหนานฉิงก็ลนลานขึ้นมา แต่ไม่นานก็กลับมานิ่งได้ จากนั้นก็ซ่อนความดุร้ายบนใบหน้าไว้ เปลี่ยนเป็นสีหน้าเป็นห่วง ยื่นมือออกไปช่วยประคองเป้ยฉ่ายเวย

“เวยเวย เธอลุกขึ้นเร็ว”

พูดพร้อมหันกลับไปมองฉูเจ๋อหยางแล้วพูดขึ้นว่า “อาเจ๋อ อาเจ๋อ คุณมาสักที ไม่รู้ว่าเวยเวยล้มไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง แล้วก็ไม่รู้ว่าคนไม่ไม่มีจิตสำนึกที่ไหนเอาเศษแก้วมาโยนไว้ตรงนี้”

ฉูเจ๋อหยางไม่ได้สนใจหนานฉิง ตรงเข้าไปอุ้มเป้ยฉ่ายเวยทันที

สายตาคมเข้มของเขาปะทะเข้ากับมือขวาของเป้ยฉ่ายเวยที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ทั้งหน้าอึมครึมน่ากลัว แม้กระทั่งบรรยากาศรอบกายก็เยือกเย็นตามไปด้วย

เสียงเย็นๆราวกับดังขึ้นมาจากขุมนรกดังขึ้น “หนานฉิงผมจะกลับมาคิดบัญชีกับคุณ”

หนานฉิงสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ไอเย็นที่ราวกับหยากไย่เส้นเล็กเส้นน้อยแผ่ขยายเข้าสู่ทุกพื้นที่ในร่างกาย ในใจทั้งกลัวทั้งโกรธ เธอรู้ดีว่าไม่ควรให้อาเจ๋อรู้ว่าเรื่องนี้เธอเป็นต้นเหตุ

พูดขึ้นอย่างน้อยใจว่า “อาเจ๋อคุณจะมากล่าวหาฉันแบบนี้ได้ยังไง เวยเวยไม่ระวังแล้วล้มลงไปเองจริงๆนะ เวยเวยเธอพูดสักคำสิ หรือว่าเธอจะยอมให้อาเจ๋อเข้าใจฉันผิดหรอ”

แม้หนานฉิงจะพูดไปแบบนั้น แต่ในใจเธอกลับไม่ได้มั่นใจอะไรแบบนั้นเลย ทว่าเธอกำลังลองเชิง ลองเชิงผู้หญิงโง่เง่าอย่างเป้ยฉ่ายเวย ว่าจะหลุดพูดว่าเธอโกหกไหม

ซึ่งความเป็นจริงแล้วเป้ยฉ่ายเวยก็ไม่คิดจะพูดจริงๆนั่นแหละ เธอมีสติกลับมาหลังจากเหม่อลอยอยู่นาน ใช้มือข้างที่ไม่ได้เจ็บดึงฉูเจ๋อหยางเอาไว้ เอ่ยปากพูดขึ้นด้วยความโรยแรง “ฉูเจ๋อหยาง เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับหนานฉิงจริงๆนะ ฉันเองที่ไม่ระวัง.......”

“หุบปากไป” เสียงเยือกเย็นของฉูเจ๋อหยางดังขึ้นมาในลำคอ

เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เขามีตา เขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เป้ยฉ่ายเวยสบเข้ากับนัยน์ตาเย็นชาที่ดูเข้าใจเรื่องทุกอย่างของฉูเจ๋อหยางโดยไม่ตั้งตัว เธอจึงละจากสายตานั้นอย่างเงอะงะ ไม่กล้าสบตากับเขาอีก มือเล็กยังคงกุมเสื้อของเขาไม่แน่นไม่ยอมปล่อย

แอบพูดกับเขาในใจเงียบๆว่า ขอล่ะ ฉูเจ๋อหยาง ให้ฉันรับมันไว้คนเดียวเถอะ ไม่งั้นคงทำให้ฉันลำบากใจแย่ ฉูเจ๋อหยางมองลึกเข้าไปในแววตาที่แสดงออกถึงความว่างเปล่าเข้าใจยากของเป้ยฉ่ายเวย ก็เข้าใจถึงความตั้งใจแต่เดิมที่ดื้อรั้นของเธอ แต่ไฟโกรธในใจก็ยังท่วมท้นขึ้นมาไม่หยุด เขาสงสัยจริงๆว่าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนของตนมีสมองเป็นท่อนไม้หรือไง ถูกคนอื่นรังแกจนเจ็บตัวแบบนี้ แต่ก็ยังเลือกที่จะอดทนอดกลั้นอยู่ได้ “อาเจ๋อ เห็นไหมเวยเวยก็พูดแบบนั้น ฉันไม่ได้ทำจริงๆ” หนานฉิงวางใจลงบ้าง เธอเดาถูกจริงๆด้วย เพราะรู้จักเป้ยฉ่ายเวยมาตั้งแต่สมัยมหาลัย เธอจึงรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนใจอ่อน ตราบใดที่เธอยังกอบกุมความรู้สึกผิดของเป้ยฉ่ายเวยเอาไว้ในมือ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรกับเป้ยฉ่ายเวยเป้ยฉ่ายเวยก็ต้องเลือกที่จะอดทนต่อไปอยู่ดี หนานฉิงพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น เพื่อแสดงให้เห็นความดีของตัวเอง “อาเจ๋อ ฉันจอดรถไว้ตรงประตูทางเข้า มือของเวยเวยคงเจ็บแย่แล้ว พวกเราอย่าเสียเวลากันเลย” นัยต์ตาของฉูเจ๋อหยางแข็งกร้าว แต่ก็ซ่อนไอเย็นในดวงตาเอาไว้ เดินไปตามทางที่หนานฉิงพูด หนานฉิงเห็นท่าทางของฉูเจ๋อหยาง ในใจก็แอบยินดีขึ้นมา ดูเหมือนว่าอาเจ๋อไม่ได้สงสัยในตัวเธออีกแล้ว ส่วนบาดแผลบนมือของเป้ยฉ่ายเวย ก็ถือซะว่าเป็นกำไรเล็กๆน้อยๆก็แล้วกัน

copy right hot novel pub