โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่ 155 หัวใจที่ถูกแทง

บทที่ 155 หัวใจที่ถูกแทง

เป้ยฉ่ายเวยเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเสียงกดกริ่งดังขึ้น สติถึงได้กลับมา ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว

น่าจะเป็นคนส่งอาหารอย่างที่อวี๋ซือซือบอกไว้ก่อนหน้า เธอลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเดินไปเปิดประตู

“คุณเป้ยช่ไหมครับ?” พนักงานส่งอาหารสวมหมวกแก็ปซ่อนใบหน้าเอาไว้เกือบครึ่ง ส่งถุงพลาสกติกสีขาวที่อยู่ในมือมาให้เธอ

เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้คิดอะไรมาก ยื่นมือออกไปรับมา กำลังจะถามอะไรซักหน่อย พนักงานคนนั้นก็จากไปอย่างรวดเร็ว เธอพึมพำขึ้นอย่างงงๆว่า “รีบอะไรขนาดนั้น”

เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก เธอปิดประตูลง เดินไปพร้อมกับแกะถุงที่อยู่ในมือ ไม่รู้ว่าซือซือสั่งอะไรให้ ทำไมถึงได้เบาอย่างนี้

เป้ยฉ่ายเวยวางถุงพลาสติกลงบนโต๊ะ จากนั้นแกะถุงออก ข้างในปรากฏเป็นกล่องกระดาษรูปสี่เหลี่ยม แถมกล่องนั้นยังเย็นอีกด้วย

เธอรู้สึกแปลกๆ ซือซือรู้ว่าเธอบาดเจ็บไม่น่าจะสั่งของเย็นให้เธอแน่ หรือว่าพนักงานส่งผิด?

เมื่อคิดแบบนี้ เป้ยฉ่ายเวยก็ยื่นมือออกไปเปิดฝากล่องนั่น ครั้งนี้ฝากล่องเปิดออกอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน เป้ยฉ่ายเวยก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง

“อ๊า——“

เป้ยฉ่ายเวยลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างตกใจ โยนฝากล่องในมือทิ้งลงบนพื้น ใบหน้าเล็กซีดขาวราวกระดาษ ร่างกายถอยติดอยู่กับโซฟา ราวกับเจออะไรน่าสยอง

ในกล่องนั้นไม่ใช่อาหาร แต่เป็นหัวใจที่ยังสดๆอยู่ บนนั่นยังมีมีดเล่มหนึ่งแทงอยู่ด้วย ข้างบนโรยด้วยแป้งชนิดหนึ่งอาจจะเพื่อกลบกลิ่นคราวเลือด

ส่วนความเย็นในกล่อง เป็นน้ำแข้งแห้งที่ตั้งใจใส่มาในกล่องด้วย เพราะต้องการรักษาความสดของหัวใจเอาไว้

เลือดค่อยๆซึมออกจากกล่องกระดาษหยดลงบนพื้น ดูน่าขนลุก

ความคิดแรกของเป้ยฉ่ายเวยคือคิดว่ามีคนจงใจก่อกวนเธอ และคนที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือหนานฉิง แต่ยังไม่ทันได้แน่ใจอะไร

โทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆก็ดังขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ เป้ยฉ่ายเวยที่จิตใจเครียดเกร็งอยู่แล้ว ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกระทันหันก็ยิ่งตกใจกลัวจนสั่น ยื่นมือสั่นๆออกไปกดรับสาย ไม่แม้แต่มองหน้าจอเมื่อกดรับก็แนบเข้ากับหู

“หึๆ คุณเป้ยชอบของขวัญที่ส่งให้ไหม?”

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงที่น่าสะพรึงกลัวมาตามสายดวงตาก็เบิกกว้างทันที พนักงานส่งอาหารคนนั้น

เธอถามออกไปอย่างกังวล “แกเป็นใคร ทำไมต้องทำแบบนี้”

เสียงน่ากลัวของพนักงานคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ทำไมงั้นหรอ ก็เพราะว่าคุณเป้ยมีผู้ชายดีๆไงครับ”

ผู้ชาย? ไม่ใช่หนานฉิงงั้นหรอ เป้ยฉ่ายเวยสะท้อนสายตาของลิ่วเอ่อร์ที่มองเธอขึ้นมาในความคิด มือจับโทรศัพท์แน่นขึ้นทันที พยายามข่มความหวาดกลัวที่กำลังระเบิดออกมาเอาไว้ พยายามทำให้ตัวเองสงบลง

“แกคือคนของลิ่วเอ่อร์หรอ”

ผู้ชายที่ถือสายอยู่เงียบไปสักพัก จากนั้นก็หัวเราะขึ้นอย่างเหิมใจ ไม่ได้ปกปิดเลยซักนิด กลับกันยิ่งพูดขึ้นอย่างฮึกเหิมว่า “เหมือนอย่างที่เฮียพูดไม่ผิดจริงๆ คุณเป้ยฉลาดจริงๆด้วย”

เธอทายถูก คนก่อกวนเธอคือลิ่วเอ่อร์ เป้ยฉ่ายเวยพูดขึ้นเสียงนิ่ง “ถ้างั้นก็ฝากไปบอกลิ่วเอ่อร์ด้วยนะว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงของฉูเจ๋อหยาง พวกแกเล่นผิดคนแล้วล่ะ”

“ในใจคุณเป้ยรู้ดีอยู่แล้ว ว่าพวกเราเล่นผิดคนหรือไม่” ราวกับตั้งใจเย้าแหย่เป้ยฉ่ายเวย พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ว่า “อ่อใช่ ลืมบอกคุณไปเลย เฮียของพวกเราเนี่ยเหมือนจะสนใจคุณเข้าอย่างจังแล้วล่ะครับ”

เป้ยฉ่ายเวยได้ยินที่ฝ่ายตรงข้ามพูด ทั้งร่างก็หนาวๆขึ้นมา เธอคอยบอกตัวเองไม่ให้แตกตื่น “ในเมื่อเขาก็เป็นคนใหญ่คนโตซะขนาดนั้น มายุ่งกับฉันที่เป็นผู้หญิงคิดว่าเก่งนักหรอ ถ้าเก่งจริงก็ไปหาฉูเจ๋อหยางนู่น”

เหมือนชายคนนั้นจะมีน้ำโห พูดขึ้นเสียงเย็นว่า “เป้ยฉ่ายเวยอย่าพยายามยั่วประสาทนักเลย เฮียสนใจเธอก็ถือว่าเป็นบุญของเธอแล้ว อย่าหน้าไม่อายไปหน่อยเลย ฉันส่งคำพูดที่เธอพูดให้เฮียหมดแล้ว ส่วนจะเป็นยังไงต่อไป ก็ดูตัวเธอเอาละกัน”

ไม่รอให้เป้ยฉ่ายเวยพูดอะไรอีก ผู้ชายคนนั้นก็ตัดสายไปแล้ว เมื่อคิดได้ว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะอยู่นอกประตู เธอก็รู้สึกขนลุกซู่

รีบโทรหาฉูเจ๋อหยาง ที่ลิ่วเอ่อร์จับจ้องเล่นงานเธอ ต้องเป็นเพราะจะใช้เธอมาเป็นตัวล่อเพื่อประกาศศึกกับฉูเจ๋อหยางแน่ๆ ถึงเธอหนีไปจากฉูเจ๋อหยางในตอนนี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้

เป้ยฉ่ายเวยภือโทรศัพท์กดโทรออกผิดอยู่หลายครั้ง นิ้วมือสั่นอยู่ตลอด ยิ่งรีบร้อนยิ่งหาเบอร์ฉูเจ๋อหยางไม่เจอ เธอออกแรงทุบโทรศัพท์กับต้นขา

อาศัยความปวดร้าวของร่างกายทำให้จิตใจสงบลง ทุบอยู่สองสามครั้งก็เหมือนจะได้ผล มือของเธอไม่ได้สั่นเท่าไหร่แล้ว จากนั้นก็สามารถกดหาเบอร์ของฉูเจ๋อหยางเจออย่างรวดเร็ว

———ตู๊ดๆๆๆ

เป็นครั้งแรกที่เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าการต่อสายโทรศัพท์เป็นอะไรที่ยาวนานขนาดนี้ ไม่มีเสียงอะไรตอบรับ ก็ราวกับเวลาได้ผ่านไปแล้วราวศตวรรษ ปากเอาแต่พูดว่า “ฉูเจ๋อหยาง รีบรับสิ รับซักที”

ไม่รู้ว่าฉูเจ๋อหยางยุ่งอะไรอยู่ โทรจนสายตัดก็ไม่มีคนรับ

เป้ยฉ่ายเวยกดโทรหาฉูเจ๋อหยางซ้ำๆ หางตาอดไม่ได้ที่จะเหล่ไปมองกล่องเจ้าปัญหานั้นบนโต๊ะ เป็นความรู้สึกที่ทั้งกลัวทั้งอยากมอง

ก็เหมือนมีสิ่งที่กลัวที่สุดมาวางอยู่ตรงหน้า ในใจบอกว่าห้ามหันไปมอง แต่ร่างกายกลับหันมองอย่างอัตโนมัติ

ที่ทรมานไม่ใช่แค่จิตใจของเธอ ยังมีร่างกายที่หวาดกลัวจนเกร็งไปหมด

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้ออกมา ในที่สุดก็โทรหาฉูเจ๋อหยางติด เธอไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากพูด ใจที่หวาดกลัวอยู่เป็นเวลานานราวกับได้เจอทางออก ยังไม่ทันพูดอะไรเธอก็ร้องไห้ออกมาก่อน

“ฮือๆๆ.....ฉูเจ๋อหยางไอ้คนเลว เป็นเพราะคุณ เป็นเพราะคุณหมดเลย ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว ฮือๆๆ.....”ปลายสายนิ่งอึ้งไปสักพัก ต่อมาก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง “ไอ้เจ้าเล่ห์โทรศัพท์นายอะ แฟนนายโทรมาร้องไห้ถามหานายใหญ่เลย”เป้ยฉ่ายเวยยังไม่รู้สึกตัว หลังจากที่เกิดเสียงโหวกเหวกในสาย โทรศัพท์ก็เปลี่ยนมาอยู่ในมือของอีกคน เสียงเข้มของฉูเจ๋อหยางก็ดังขึ้น “เป้ยฉ่ายเวย เกิดอะไรขึ้น”ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของชายหนุ่ม น้ำตาของเป้ยฉ่ายเวยยิ่งร่วงหลงมาอย่างหนักหน่วง แยกไม่ออกว่าเป็นเพราะความน้อยใจเขาเมื่อเช้า หรือเป็นเพราะความกลัวที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่เธอเอาแต่ร้อง ไม่พูดอะไร เสียงสะอื้นฮึกฮักขาดตอนดังมาถึงฉูเจ๋อหยางได้ยินเสียงร้องไห้ของเป้ยฉ่ายเวย ฉูเจ๋อหยางก็รู้สึกเครียดขึ้นมาด้วย ถามขึ้นเสียงหนักว่า “อย่าร้อง พูดมาได้แล้วว่ามีเรื่องอะไรกันแน่”เมื่อได้ยินเสียงดุๆของฉูเจ๋อหยาง เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายที่นั่งอยู่บนโซฟา ต่างก็หันมองหน้ากันไปมาคงถึงเวลาที่ฝนตกเป็นสายเลือด ภูเขาน้ำแข็งจะละลายแล้วแน่ๆ ผู้หญิงที่โทรมาเป็นใครกันนะถึงได้วิเศษวิโสขนาดนี้คนที่เหลือเบนสายตาไปทางชายหนุ่มที่กำลังดื่มชาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ตาก็คอยชำเลืองมองทางฉูเจ๋อหยางปากก็พยายามพูดขึ้นเสียงเบาๆว่า “นี่ รู้อะไรมาใช่ไหม”

copy right hot novel pub