โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่ 158 จูบอีกแล้ว

บทที่ 158 จูบอีกแล้ว

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดของฉูเจ๋อหยางทำให้คนโกรธ ให้ความหวังคนอื่น จากนั้นก็ไม่พูดเอาซะดื้อๆ

เป้ยฉ่ายเวยแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะความโกรธ “ฉูเจ๋อหยาง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฉันเต็มๆ ฉันจะไม่มีสิทธิ์รู้เลยหรอ”

ฉูเจ๋อหยางใช้แววตาลุ่มลึกมองมาที่เธอ เสียงเข้มพูดขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม “เรื่องนี้ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด ช่วงนี้คุณก็อยู่กับผมไปก่อนแล้วกัน”

“ไม่ คุณบอกฉันมาก่อนว่าที่ลิ่วเอ่อร์ทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง”

ฉูเจ๋อหยางเดาคำตอบเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว และไม่ได้บังคับอะไรเธอ “งั้นพรุ่งนี้ผมจะส่งคุณไปอยู่กับอวี๋ซือซือ”

เธอกลับไปที่อพาร์ทเม้นของตัวเองตอนนี้ไม่ได้ ถึงยังไงอวี๋ซือซือก็เป็นถึงน้องสาวของวี๋เฮ่า ถ้าลิ่วเอ่อร์คิดจะลงมือทำอะไร คงต้องไตร่ตรองสักนิดแล้วล่ะ

“ฉันไม่ไป” เป้ยฉ่ายเวยปฏิเสธเสียงแข็งกว่าครั้งที่ผ่านมา

เป้ยฉ่ายเวยไม่อยากอยู่กับเขาพอจะเข้าใจได้ แต่ไม่อยากอยู่กับอวี๋ซือซือนี่มันต้องมีอะไรแน่ๆ

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลือบแคลงในแววตาของฉูเจ๋อหยาง เป้ยฉ่ายเวยก็เกือบจะลืมไปเลยว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉลาดแค่ไหน จึงรีบพูดขึ้นว่า “คุณก็น่าจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของซือซือกับฉีตงในตอนนี้ดี ถ้าฉันไปอยู่กับซือซือก็ไม่เท่ากับว่าไปรบกวนเวลาพวกเขาหรอ”

ฉูเจ๋อหยางละสายตาพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบนิ่ง “เขาไม่มีเวลาที่ไหนกัน”

“เฮ้อ ก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะบอกให้ซือซือมารับก็ได้” เป้ยฉ่ายเวยตอบกลับอย่างใจลอย

ตอนนี้ลิ่วเอ่อร์จับตามองเธออยู่ แบบนั้นก็แสดงว่าไม่ว่าเธอจะไปไหน ก็จะอันตรายไปหมด เธอไม่ห่วงตัวเองก็ได้ แต่จะไม่คิดถึงรุ่ยรุ่ยไม่ได้

อีกอย่างเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับฉูเจ๋อหยาง ถึงตอนนั้นฉูเจ๋อหยางก็ต้องไปหาเธอแน่นอนอยู่แล้ว กลัวว่าถ้าเขาเจอรุ่ยรุ่ยเรื่องก็คงจบเห่

“คุณสบายใจได้ อวี๋ซือซือฉลาดกว่าที่คุณคิด” ฉูเจ๋อหยางคิดว่าเป้ยฉ่ายเวยกำลังกังวลว่าเรื่องมันจะเกี่ยวพันไปถึงอวี๋ซือซือจึงพูดความคิดของตัวเองออกมาอย่างเถรตรง

“จะเป็นอันตรายไหม” เป้ยฉ่ายเวยเหลือบมองเขา ภายในดวงตาสดใสฉายชัดถึงความกังวล ไม่ใช่แค่เพราะรุ่ยรุ่ย แต่รวมถึงชายหนุ่มตรงหน้านี้ด้วย

แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับ แต่ลึกๆในใจเธอก็ยังคงเป็นห่วงเป็นใยผู้ชายคนนี้อยู่

ฉูเจ๋อหยางมองใบหน้าเล็กๆนั้น สักพัก ถึงได้พูดขึ้นเสียงหนักว่า “อืม”

“ฉันอยากถามคุณคำถามสุดท้าย” เป้ยฉ่ายเวยใช้คำพูดไต่ถาม เพราะเธอไม่แน่ใจว่าฉูเจ๋อหยางจะ พูดความจริงกับเธอไหม

ฉูเจ๋อหยางพยักหน้าเบาๆ บ่งบอกว่ายอมให้เธอถาม

“คุณกับลิ่วเอ่อร์โกรธแค้นอะไรกัน คุณเป็นทนายไม่ใช่หรอ?”

เป้ยฉ่ายเวยไม่เข้าใจว่าทำไมคนระวังตัวอย่างฉูเจ๋อหยางถึงต้องเข้าไปพัวพันกับคนอันตรายพรรค์นั้นด้วย อีกอย่างเรื่องพวกนั้นยังเกิดขึ้นระหว่างที่เธอกับเขาคบกันด้วย

สีปีมานี้เขาปิดบังเรื่องที่เธอไม่รู้ไปกี่เรื่องแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็จำได้ว่ามีอยู่ปีนึง ประมาณช่วงที่ฉูเจ๋อหยางไปทำงานต่างสถานที่ จากสองสามวันที่ไม่ได้เจอ ต่อมาก็กลายเป็นสิบวันเป็นครึ่งเดือน ครั้งนั้นเป็นครั้งที่พวกเขาห่างกันนานเป็นเวลาสามเดือนเต็มๆ

ตอนนั้นเธอก็คาดเดาไปทั่ว แล้วก็รู้สึกหวั่นๆด้วย แต่ก็ไม่ได้คิดมาทางนี้เลย หลังจากที่เขากลับมา ก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกไป

ความสัมพันธ์คลุมเครือของเธอกับเขา เธอก็ไม่เคยเอ่ยปากถาม

นัยน์ตาสีเข้มของฉูเจ๋อหยางทอแววดุร้ายขึ้นมาแวบๆ แต่ก็หายไปจากดวงตาดำขลับนั่นอย่างรวดเร็ว เสียงต่ำดังขึ้นเบาๆ “เรื่องความแค้นของผมกับลิ่วเอ่อร์ ก็หมายความตามที่เขาจะสื่อนั่นแหละ ไม่ตายกันไปข้างก็ไม่มีใครยอมหยุดหรอก”

ส่วนเรื่องอื่นๆ ฉูเจ๋อหยางไม่ได้พูด

เป้ยฉ่ายเวยสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นถึงกระดูกในน้ำเสียงของเขา ระหว่างฉูเจ๋อหยางกับลิ่วเอ่อร์เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?

ความสงสัยในใจของเธอยิ่งเพิ่มขึ้น

“คุณอยู่ในโรงพยายาลคุณสบายใจได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมารับคุณ” เขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปจัดการ เมื่อลิ่วเอ่อร์เริ่มประกาศศึกแล้ว เขาคงต้องส่งของขวัญชิ้นใหญ่กลับไปให้ลิ่วเอ่อร์สักหน่อย

ไหล่ของเป้ยฉ่ายเวยตั้งตรงขึ้นเล็กน้อย นี่เขาต้องไปแล้วใช่ไหม

เธอพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบนิ่ง “อื้อ คุณไปทำธุระเถอะ”

หลังจากที่เธอผ่านเรื่องน่าหวาดกลัวมา เธอก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย

เป้ยฉ่ายเวย เธอบ้าไปแล้วหรือไง ยังจะคาดหวังให้เขาใจอ่อนไม่ไปไหนอีก เธอน่าจะรู้จักพอได้แล้ว อย่างน้อยเขาก็รีบมาหาเธอแล้ว

ถึงจะทำใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าเขาจะไปจริงๆ ในใจก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดหน่วงขึ้นมา

ทันใดนั้นก็มีเงามืดปกคลุมอยู่เหนือหัวของเธอ เป้ยฉ่ายเวยเงยหน้าขึ้นอย่างงงงวย มองใบหน้าหล่อเหลาของฉูเจ๋อหยางที่โน้มลงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ริมฝีปากบางพร้อมทั้งกลิ่นกายเย็นๆเป็นเอกลักษณ์บนตัวของเขา ประทับจูบแผ่วเบาราวขนนกเฉียดผ่านบนหน้าผากของเธอ

เป้ยฉ่ายเวยกระตุก ทั้งตัวแข็งทื่อ ราวกับว่าจูบของฉูเจ๋อหยางไม่ได้ประทับลงบนหน้าผากของเธอ แต่ประทับลงบนหัวใจแทน

นุ่มนวลแต่ก็ร้อนแรง

ดวงตาของฉูเจ๋อหยางฉายแววรักใคร่ ริมฝีปากขยับเข้าไปใกล้ซอกหูที่ไวต่อสัมผัสของเธอ พูดขึ้นเสียงนุ่มว่า “อยู่ดีๆล่ะ อย่าคิดมาก”

ขนแขนของเป้ยฉ่ายเวยพร้อมเพียงกันลุกขึ้นในทันที ตาที่โตอยู่แล้วเบิกค้าง พยักหน้ารับคำหงึกๆราวกับท่อนไม้

เมื่อเห็นท่าทางบ๋องแบ๊วของเป้ยฉ่ายเวย ฉูเจ๋อหยางก็ยกยิ้มมุมปาก ถ้าไม่ใช่ว่ามีเรื่องด่วนต้องไปจัดการนะ เขาจะกดเธอลงกับเตียง แล้วรังแกให้สาสมใจเลย

เขาไม่ได้สัมผัสเธอมานานแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แววตาของฉูเจ๋อหยางก็ร้อนรุ่มขึ้นมา แต่สถานการณ์ก็ไม่หนุนให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรได้ต่อ

ควบคุมตัวเองอย่างยากลำบากเพื่อที่จะบอกตัวเองว่าเขามีเรื่องสำคัญ

ตอนที่สติของเป้ยฉ่ายเวยกลับคืนมา แผ่นหลังของฉูเจ๋อหยางก็หายไปแล้วเธอใช้มือข้างที่ไม่ได้เป็นแผลลูบใบหน้าที่เห่อร้อนของเธออย่างอายๆราวกับหญิงสาวกำลังอยู่ในห้วงแห่งความรัก เขาทำแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน? ปลอบโยนเธอ หรือว่า.....“น่ารำคาญจริงๆ! คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่”ตรงที่ถูกฉูเจ๋อหยางจูบรู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมา อยากจะยื่นมือออกไปเกา แต่เมื่อคิดไปถึงความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากเขา จึงทำได้แค่กุมหน้าเอาไว้แล้วปล่อยมันไปหัวใจของเธอเต้นเร็วราวกับกำลังขับรถ แม้แต่รถไฟก็เร็วสู้ไม่ได้เป้ยฉ่ายเวยไม่รู้ว่าจะคิดถึงเรื่องน่าอายไปทำไม ค่อยๆดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย มุดหัวเข้าไปในผ้าห่มด้วย อดกลั้นเสียงกรี๊ดไว้ และพ่นประโยคหนึ่งออกมา“น่าอาย น่าอายที่สุด!!”ฟ้าข้างนอกเริ่มมืดลงแล้ว ไฟนีออนหลากหลายสีสันก็เริ่มสว่างระยิบระยับขึ้นมา เมื่ออารมณ์หวั่นไหวของเป้ยฉ่ายเวยกลับมาเป็นปกติ สติสัมปชัญญะก็ค่อยๆกลับมาเริ่มคิดวิเคราะห์รุ่ยรุ่ยจะอยู่กับเธอไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้ คงต้องรอให้อันตรายคลี่คลายไปก่อน อีกอย่างคุณยายก็ว่างและไม่ค่อยได้เจอรุ่ยรุ่ยด้วย คงพอจะเป็นข้ออ้างส่งแกไปอยู่กับท่านที่นั่นสักพักได้แม้จะทำใจไม่ได้ แต่เธอก็รับประกันความปลอดภัยของรุ่ยรุ่ยไม่ได้เหมือนกัน

copy right hot novel pub