โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่164 หมอ พวกเราไม่พูดแบบนี้หรอก

บทที่164 หมอ พวกเราไม่พูดแบบนี้หรอก

“เป้ยฉ่ายเวย ทุกครั้งที่ฉันได้ยินชื่อฉันออกมาจากปากเธอ ฉันรู้สึกอยากจะอ้วก เธอเข้าใจไหม”

จู่ๆหนานฉิงก็อาศัยจังหวะที่เป้ยฉ่ายเวยไม่ทันตั้งตัวคว้ามือที่บาดเจ็บของเป้ยฉ่ายเวยขึ้นมา เธอจิกปลายเล็บที่แหลมคมเข้าไปในแผลของเป้ยฉ่ายเวยโดยปราศจากความเมตตา ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผ้าพันแผลของเป้ยฉ่ายเวยก็กลายเป็นสีแดงสดขึ้นอีกครั้ง

เลือดไหลผ่านผ้าพันแผลหยดลงมา ราวกับว่ามีดอกเหมยปรากฏขึ้นบนเตียง เมื่อเห็นแล้วก็น่าตกใจ

เป้ยฉ่ายเวยอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย---”

ความเจ็บปวดทะลุออกมาผ่านบาดแผล เหมือนคลื่นอันไร้ขอบเขตกำลังจะกลืนกินเธอ

เธอพยายามดึงมือตัวเองออกจากหนานฉิง แต่บริเวณที่เจ็บนั้นดูจะไม่มีแรง ผ่านไปสักพัก เหงื่อก็ผุดขึ้นบนหน้าผากเธอ

“ปล่อยเดี๋ยวนี้”

“อุ๊ย ขอโทษทีฉันไม่ได้ตั้งใจจับไปโดนแผลของเธอ” หนานฉิงทำเหมือนกับว่าเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตำแหน่งที่เธอจับไปนั้นเป็นตำแหน่งแผลของเป้ยฉ่ายเวยพอดี ปากก็บอกขอโทษ แต่หล่อนก็ยังไม่ได้ปล่อยมือออกในทันที

หนำซ้ำยิ่งออกแรงจิกแรงยิ่งกว่าเดิม จนผ้าพันแผลที่มือเป้ยฉ่ายเวยชุ่มไปด้วยเลือด

หนานฉิงยิ้มอย่างไม่มีพิษมีภัย เธอยังทำเสียงอ่อนเสียงหวาน “เวยเวย เธอคงไม่ว่าที่ฉันซุ่มซ่ามหรอกใช่ไหมจ๊ะ”

ดวงตาสุกใสของเป้ยฉ่ายเวยจ้องไปที่ใบหน้าของหล่อน ริมฝีปากเธอแทบจะไม่มีสีเลือดขณะกล่าวเบาๆออกมาคำเดียวว่า “ใช่”

เธอไม่ว่าหล่อนหรอก ตราบใดที่หล่อนยอมยกโทษให้เธอ

“เวยเวย เธอเป็นคนดีจริงๆเลย” หนานฉิงมีความสุขเหมือนเด็กน้อย ราวกับว่าไม่รู้ไม่ชี้ที่มือตัวเองนั้นถูกปกคลุมไปด้วยเลือดของเป้ยฉ่ายเวย

“เธอปล่อยมือฉันได้รึยัง” เพราะว่าเป้ยฉ่ายเวยเสียเลือดมากเกินไป ตาเธอเริ่มพล่ามัว แต่เธอก็ยังพยายามที่จะประคองสติตัวเองเอาไว้

แผลที่ด้านหลังมือนั้นชาด้วยความเจ็บปวด ที่จริงแล้วมันไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป แค่รู้สึกว่าเลือดในร่างกายไหลออกไปไม่หยุด

หนานฉิงชื่นชมยินดีกับการเห็นสีหน้าแสดงความเจ็บปวดบนหน้าของเป้ยฉ่ายเวย เธอไม่เข้าใจจริงๆทำไมยังมีคนหน้าโง่อย่างนี้อยู่บนโลก ถูกคนรังแกก็ยังจะนิ่งเงียบ แต่ว่าเมื่อยิ่งเป็นแบบนี้ เธอก็ยิ่งโมโห ยิ่งหมั่นไส้เธอเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า

เป้ยฉ่ายเวยคนคนนี้ไม่ควรจะมีหน้าอยู่ในสังคมนี้อีก หล่อนต่ำยิ่งกว่ามดที่อยู่ในรังชั้นล่าง เธอเกลียดคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าตัวเองมีอะไรต่างจากคนอื่นๆ

ในที่สุด หนานฉิงก็ผ่อนมือตัวเอง เป้ยฉ่ายเวยแทบจะหมดสติอยู่แล้ว เธอจะเล่นเกมส์ต่อไปอย่างไร

เธอสอดมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบโปสต์การ์ดออกมาแล้ววางไว้ตรงหน้าเป้ยฉ่ายเวย เธอยิ้มพลางพูดว่า “เวยเวย อย่าลืมมางานเลี้ยงวันเกิดฉันนะ”

เป้ยฉ่ายเวยมองที่อยู่ด้านบนและพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ถูกต้อง”

หนานฉิงทำเหมือนว่าพวกเธอยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หล่อนทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ “เธอพักผ่อนเถอะ มาให้ตรงเวลาล่ะ ไม่งั้นฉันโกรธแน่”

เป้ยฉ่ายเวยตะลึงไปและเผลอคิดไปว่าหนานฉิงคงจะให้อภัยเธอแล้ว “อื้อ ฉันไม่ไปสายหรอก”

หนานฉิงยิ้มพลางโบกมือและจากไป เธอออกไปจากห้องพักผู้ป่วย สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นลึกลับซับซ้อนขึ้นในทันที เมื่อถึงวันนั้นเธอจะทำให้เป้ยฉ่ายเวยเข้าใจความแตกต่างระหว่างก้อนเมฆและโคลนตม

ในห้องผู้ป่วย เป้ยฉ่ายเวยจ้องมองบาดแผลของตัวเองด้วยรอยยิ้ม บาดแผลนี้ปริออกสามครั้ง เธอแทบจะตะโกนเรียกหมออย่างไม่เขินอาย

แต่ว่ายังไม่ทันจะทำอะไร แผลที่มือก็ดีขึ้น

เป้ยฉ่ายเวยลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆขยับไปที่ข้างเตียงเพื่อกดกริ่ง

พยาบาลเห็นว่ามือเธอมีเลือดไหลออกมา ใบหน้าเธอขาวซีดเหมือนกระดาษ พยาบาลจึงปลอบเธอและตามคุณหมอมาอย่างตื่นตระหนก

ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมหรือไม่ หมอที่มาดูอาการก็คือคุณหมอหลิว เมื่อหมอเห็นว่าแผลที่มือของเป้ยฉ่ายเวยปริแตกอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไรสักนิด ได้แต่เร่งทำความสะอาดแผล

เป้ยฉ่ายเวยอายแอบมองหน้าดุดันของหมอหลิว เธอรู้ว่าถึงแม้ว่าหมอหลิวจะพูดจากระโชกโฮกฮากไปหน่อยแต่ว่าแกก็เป็นคนดี

เธอรู้สึกเขินที่จะพูดออกมา “ขอโทษค่ะ รบกวนคุณหมอหลิวอีกแล้ว”

คุณหมอหลิวคำรามหนึ่งเสียง ไม่รู้ว่าเพราะโมโหที่เป้ยฉ่ายเวยไม่ดูแลตัวเองให้ดี หรือว่าโมโหที่เธอฟังคำเขาแล้วทำเป็นหูทวนลม เขาพูดขึ้นอย่างแปลกประหลาด “มือของคุณ คุณไม่ต้องมาขอโทษผม ถ้าหากว่าอีกหน่อยมือใช้การไม่ได้มันก็เป็นเรื่องของตัวคุณเอง”

“อื้อ ทราบแล้วค่ะ” เป้ยฉ่ายเวยยิ้มเล็กน้อย และรับคำของคุณหมอหลิวจดจำไว้ในใจ

“เฮ่อ เด็กสาวคนนี้ทำไมไม่ระวังตัวขนาดนี้นะ ผมเห็นผู้ป่วยมาก็มาก นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนทำแผลปริถึงสามครั้ง” ถ้าหากว่าคุณหมอหลิวมีเครา จะต้องจ้องเธอแล้วพ่นลมใส่เคราแน่ๆ

“ฉันไม่ระวังไปโดนมันเองค่ะ” เป้ยฉ่ายเวยพูดพลางหลบสายตา

“สาวน้อยคุณกำลังดูถูกอาชีพผมอยู่รึ ผมเป็นหมอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคุณได้บาดแผลมาอย่างไร” คุณหมอหลิวจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ในห้องมีเป้ยฉ่ายเวยเพียงแค่คนเดียว

“เพื่อนคุณคนนั้นล่ะ”

เป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าคุณหมอหลิวหมายถึงใคร “เขาไปธุระค่ะ”

“ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้นไม่ต้องเอาแล้ว ผมจะแนะนำดีดีให้คนหนึ่ง” พออายุมากขึ้นก็อดไม่ได้ที่จะสนุกกับการจับคู่ให้คนอื่น

ขณะที่เป้ยฉ่ายเวยกำลังจะปฏิเสธ หางตาเธอก็เหลือบไปเห็นชายคนนั้นเดินเข้ามาอย่างพญามังกร เธอหุบปากอย่างเชื่อฟัง และยังจ้องมองคุณหมอหลิวด้วยสายตาแห่งความปรารถนาดี

“สาวน้อยมือของเธอโดนทำร้าย สายตาก็ยังมีปัญหาอีกนะ” คุณหมอคิดว่าต้องถามให้ชัดเจนแล้ว วันหลังจะได้อธิบายให้คนอื่นฟังได้

“ไม่ใช่…” เป้ยฉ่ายเวยเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของฉูเจ๋อหยางกำลังใกล้เข้ามา อากาศในห้องเหมือนถูกดูดออกไป เธอไม่กล้าสบสายตาที่กำลังโมโหของเขา

พยาบาลสองสามคนกำลังจ้องมองชายผู้กล้าหาญคนนั้น สายตาจ้องเขม็ง ถ้าหากไม่ใช่เพราะความเย็นชาของเขา คงจะมีคนเข้าไปพูดคุยด้วยแล้ว

“แอร์ในห้องผู้ป่วยมีปัญหารึเปล่า ทำไมอยู่ๆถึงได้เย็นเฉียบอย่างนี้” คุณหมอหลิวบ่นพึมพำกับตัวเองไม่ใช่เครื่องปรับอากาศเสียหรอก มีแอร์อยู่ข้างหลังคุณอย่างนั้นหรอ เป้ยฉ่ายเวยอยากจะเตือนคุณหมอหลิว แต่ว่าเธอก็กลัวว่าอันตรายจะมาถึงตัว“เป้ยฉ่ายเวย คุณสบายดีนะ” เขาเพิ่งจะออกไปจัดการกับบางสิ่ง ไม่ถึงสองชั่วโมง เธอก็สามารถทำให้ตัวเองเจ็บตัวได้แล้วเป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงอันเย็นเฉียบของฉูเจ๋อหยาง คอเธอก็เหมือนมีอะไรติดอยู่ เธอพูดด้วยเสียงออดๆแอดๆ “ฉัน ฉันไม่ระวังก็เลยทำแผลเปิด”คุณหมอหลิวหันไปจึงพบว่าฉูเจ๋อหยางกลับมาแล้ว ครั้งที่แล้วที่ช่วยเป้ยฉ่ายเวยปิดบังก็เพราะว่าความหวังดี ตอนนี้เธอกลับทำให้มือของตัวเองบาดเจ็บอีก เขารู้สึกว่าจำเป็นจะต้องเตือนผู้ชายผู้ซึ่งไม่มีความรับผิดชอบคนนี้“เพื่อนคุณน่ะ ไม่รู้ว่าไปโกรธกับใครมา แผลปริแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงมือของเธอจะดีขึ้นแล้ว แต่ว่าก็อย่าให้ทำงานหนัก”“คุณหมอ…” เมื่อครู่เราไม่ได้พูดกันแบบนี้นี่ เป้ยฉ่ายเวยแทบจะร้องไห้ไม่มีน้ำตา หมอคุณพูดเช่นนี้เพราะว่าหวังดีกับเธอ แต่ว่ามันกลับทำร้ายเธอนะคำพูดประโยคนี้ ไม่เท่ากับราดน้ำมันไปบนกองไฟหรอกเรอะเมื่อเห็นสายตาของฉูเจ๋อหยางจ้องไปที่บริเวณมือของเธอ ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าบัตรเชิญที่หนานฉิงให้เธอไว้วางอยู่แถวนั้น เมื่อเธอต้องการจะเก็บมันก็ดูเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้วชายคนนั้นเห็นมันแล้ว

copy right hot novel pub