โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่169 ดูสายตาที่จริงใจของฉัน

บทที่169 ดูสายตาที่จริงใจของฉัน

อวี๋ซือซือรับแก้วมาและดื่มไปหลายอึกก่อนจะสูดหายใจและพูดว่า "ฉันไม่เป็นไร แพร์ลูกนี้มันหวานมันเกินไปน่ะ"

อวี๋ซือซือมองด้วยความสงสัย ลูกแพร์​จะไปมันได้อย่างไรกัน

อวี๋ซือซือเบิกตาตันเฟิ่งคู่นั้นจนโตถึงขีดสุดและมองเธอด้วยความ"จริงใจ" "เวยเวย ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันมีอะไรปิดบังเธอ เธอมาจ้องตาคนจริงคู่นี้เลยมา"

เป้ยฉ่ายเวยจ้องตาคู่นั้นอยู่เป็นเวลานานก่อนจะตอบอย่างเรียบเฉย​ "ทั้งปลอมทั้งเสแสร้ง"

"พูดพล่อยๆ เธอจะสื่ออะไร ฉันออกจะจริงใจ" อวี๋ซือซือปฏิเสธ​ที่จะยอมรับ

"ซือซือเธอคงอยากจะอยู่ตามลำพังกับถังฉีตงล่ะสิ ฉันตามเธอไปเลยไม่ค่อยสะดวก ทำอะไรดังใจไม่ได้" เป้ยฉ่ายเวยผลักมือไปทางด้านหน้า และพูอย่างไม่แคร์​ "แน่นอนว่าถ้าเธอคิดอย่างนั้น ฉันรออยู่บ้านก็ได้"

อวี๋ซือซือไม่พูดอะไร เธอออกแรงกัดลูกแพร์​ในมืออีกคำราวกับว่าที่กัดอยู่นั้นไม่ใช่ลูกแพร์​แต่ว่าเป็นเนื้อหนังของใครสักคน เป้ยฉ่ายเวยเห็นอย่างนั้นก็ใจเต้นรัว เธอแอบสวดภาวนาให้ถังฉีตงอยู่ในใจ

ผ่านไปเป็นเวลานาน ในที่สุดอวี๋ซือซือก็ตัดสินใจได้ เธอพูดขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก “เอาล่ะ หลายวันนี้เธอก็ตามฉันไปก็ได้ แต่ว่าฉันบอกเอาไว้ก่อนนะ ว่าอย่าเที่ยวแอบหนีไปไหน”

“ซือซือ ฉันอายุจะสามสิบแล้วนะ” ใครกันแน่ที่จะแอบหนีไปเที่ยว

“ก็ได้ ถ้างั้นก็ตามนั้น” นัยน์ตาอวี๋ซือซือมีความคิดบางอย่าง ไว้สายๆหน่อยค่อยบอกตานั่นก็ได้

หลังจากที่เป้ยฉ่ายรู้ว่าตัวเองไม่ถูกกักบริเวณแล้ว น้ำเสียงเธอก็ผ่อนคลายลงมาก “ซือซือ ตอนเย็นจะออกไปไหนอีกรึเปล่า”

“ออกไปไหน ฉันพาเธอไปบาร์ไม่ได้หรอกนะ และก็ไม่มีหนุ่มหล่อเอาไว้เอ็นเตอร์เทนด้วย” อวี๋ซือซือไม่รู้สึกอยากอาหาร เธอโยนลูกแพร์ที่เหลือทิ้งลงในถังขยะ

เธอพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

อวี๋ซือซือและเป้ยฉ่ายเวยมองหน้ากัน สายตาของทั้งคู่ปรากฏความตึงเครียด

“วันนั้นฉันก็ได้รับพัสดุแบบนี้แหละ” เป้ยฉ่ายเวยกระซิบด้วยแววตาตื่นเต้น

“วางใจเถอะ ฉันจะไปดูเอง” อวี๋ซือซือยังคงรักษาความสงบในใจ

เธอถามคนที่นอกประตู “ใครคะ ถ้าไม่บอกก็จะไม่เปิดประตู”

ทางด้านนอกประตูนิ่งเงียบไป

แม้ว่าอวี๋ซือซือจะอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ชั้นดี ประตูใหญ่แต่ละบานจะมีกล้องวงจรปิดจับภาพตลอด แต่ว่าวันนี้โคมไฟบ้านเธอเสีย เมื่อดูที่จอภาพเลยจะเห็นเพียงสีดำมืดเท่านั้น

อวี๋ซือซือหัวใจเต้นรัวละเปล่งเสียงถามขึ้นอีกครั้ง “ไอ้บ้าที่ไหนอยู่ที่นอกประตู บอกชื่อนามสกุลของแกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นถ้าจับแกได้ล่ะก็ น่าดูแน่”

นอกประตูก็ยังไม่มีใครตอบ

เป้ยฉ่ายเวยเดินเข้ามาจากห้องนั่งเล่น เธอลดเสียงลดขณะพูด “ซือซือ แจ้งตำรวจดีไหม”

“ถ้าหากไม่มีอะไร จะโดนข้อหาแจ้งความเท็จน่ะสิ ฉันโทรหาถังฉีตงให้รีบมาดีกว่า” อวี๋ซือซือส่ายหัว เธอยังคงระแวดระวังไม่ยอมเปิดประตู

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าเห็นด้วย

อวี๋ซือซือโทรไปไม่นาน ถังฉีตงกู้รับสาย คราวนี้เสียงเคาะประตูมีเสียงของเขาด้วย “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เปิดประตูหน่อย ผมเอง”

ไม่เสียงใช่ อวี๋ซือซือจึงกล้าที่จะเปิดประตู แต่ทันใดนั้นเธอก็เห็นกล่องกระดาษกล่องหนึ่งในมือของถังฉีตง

มันเหมือนกับกล่องที่เป้ยฉ่ายเวยเห็นครั้งก่อนเป๊ะ เมื่อนึกย้อนไปถึงความทรงจำอันไม่รื่นรมย์นั้น ในท้องเธอก็รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาก “โอย---”

“เวยเวย เธอเป็นอะไร” อวี๋ซือซือได้ยินเสียงครวญของเป้ยฉ่ายเวยเธอก็รีบถามหล่อนทันที

เป้ยฉ่ายเวยขมวดคิ้ว เธอพูดพร้อมสีหน้าไม่สบายใจ “ฉันไม่เป็นไร แค่รู้สึกคลื่นไส้”

“เข้าไปก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะ” ถังฉีตงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

อวี๋ซือซือดูท่าทางการแสดงออกของเขาเธอก็รู้ว่าของข้างในนั้นไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจ เธอพยักหน้า และเปิดทางให้เขาเดินเข้ามา

หลังจากนั้นประตูใหญ่ก็ถูกปิดลง

ถังฉีตงวางกล่องนั้นลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น แต่ก็ไม่ได้เปิดออกดูในทันที

เขาโทรศัพท์ออกไปสองสายและนั่งลงบนโซฟาราวกับว่ากำลังรอใครอยู่

“ถังฉีตงคุณคิดว่าข้างในนี้คืออะไร” อวี๋ซือซือจ้องไปที่กล่องตาไม่กระพริบ

ถังฉีตงพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน “อาจจะเป็นวัตถุระเบิดก็ได้”

“ฉันว่า ถ้าเป็นระเบิดคุณจะยังอยู่ที่นี่รึ” อวี๋ซือซือพูดพลางจะขว้างกล่องกระดาษนั้นออกนอกหน้าต่างไป

“...” ถังฉีตงแค่อยากจะล้อเล่นเพื่อที่จะบรรเทาความตึงเครียดของบรรยากาศก็เท่านั้น “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ คุณเคยเห็นวัตถุระเบิดวางอยู่ที่หน้าประตูทิ้งไว้เป็นครึ่งชั่วโมงไหม”

อวี๋ซือซืออ้ำอึ้งๆ “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เวลาเช่นนี้อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

“วางใจเถอะ ถ้าเป็นระเบิดป่านนี้คงระเบิดไปแล้ว” ถังฉีตงส่ายหัวอย่างไม่มีทางเลือก โดยทั่วไปแล้วการวางระเบิดจะไม่วางไว้ที่หน้าประตู มันเกิดความผิดพลาดได้มาก เวลาก็แน่ชัด น่าจะเป็นของอย่างอื่นมากกว่า

แต่ว่ามันจะเป็นการดีกว่าที่จะหาคนที่เป็นมืออาชีพมา

“เมื่อครู่คุณโทรหาใครน่ะ” อวี๋ซือซือนึกขึ้นมาได้

“น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ” ถังฉีตงเหลือบดูนาฬิกา

เป้ยฉ่ายเวยเห็นกล่องกระดาษก็ใจคอไม่ค่อยดี เธอดึงเก้าอี้ออกไปนั่งห่างๆ

สิบนาทีต่อมา ประตูอพาร์ทเม้นต์ก็มีคนเคาะดังขึ้นอีกครั้ง

“อู้ วันนี้บ้านฉันครึกครื้นนะเนี่ย” อวี๋ซือซือเดินตรงไปเปิดประตู

ผู้ชายสกปรกเปรอะเปื้อนคนหนึ่งเดินนำหน้าเข้ามา ที่ด้านหลังเขาตามมาด้วยฉูเจ๋อหยาง

เมื่อฉูเจ๋อหยางเห็นตำแหน่งที่เป้ยฉ่ายเวยนั่งอยู่ เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นกังวลเรื่องอะไร เขากวักมือเรียกเธอ เพื่อให้เธอมายืนอยู่ข้างๆเขา

คนจำนวนมากกำลังมองดูอยู่ ฉูเจ๋อหยางยังทำโฉ่งฉ่างเช่นนี้ เป้ยฉ่ายเวยอายมาก แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานความกลัวภายในใจได้ เธอจึงเดินไปอย่างว่าง่าย

“ผมว่านะคนสวย ผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่นี่แล้ว ตาแก่ตัวร้ายของคุณปกป้องคุณไม่ไหวหรอก”“ปลากระโห้ยังจะผุดโคลนขึ้นมาปากมากอีกหรอ” อวี๋ซือซืออย่างไม่ใยดี“น้องสาวคนสวย แม่นางฟ้าของผม เรียกผมว่าเล่อเล่อน้อยก็ได้” เจี่ยงเสี่ยวเล่อมองจ้องไปที่อวี๋ซือซือด้วยสองตาเป็นประกายอวี๋ซือซือขมวดคิ้ว “สินค้ามือสองอยู่ที่ไหน”ถังฉีตงเตะเจี่ยงเสี่ยวเล่อให้ถอยไปและพูดด้วยความโมโห “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ผู้หญิงของผม โทรหาพี่สะใภ้เร็ว”อวี๋ซือซือหน้าแดง เธอยกมือขึ้นผลักหน้าอกถังฉีตงและกร่นด่า “ออกไป ใครเป็นผู้หญิงของคุณ”ถังฉีตงไม่โกรธ เขาหันไปจ้องเจี่ยงเสี่ยวเล่ออย่างได้ใจ “เห็นรึยัง นี่เขาเรียกว่าเกี้ยวพาราสี”อวี๋ซือซือโมโหควันออกหู คนเยอะแยะอย่างนี้ขี้เกียจจะเถียงเรื่องไร้สาระกับเขา เธอจึงหันไปหาที่นั่งให้ตัวเอง ถังฉีตงก็เดินตามไปงกๆเจี่ยงเสี่ยวเล่อคู่รักหวานแหววในห้องนั่งเล่น เขาตัวคนเดียวไม่พูดไม่จา ยังจะวิ่งมาทานอาหารสุนัขสองมื้อ ช่างทำให้เขาอยากพร่ำด่าออกมา ใครให้ตัวเองมาทำงานอย่างไม่มีทางเลือกล่ะ “แม่ง ทนไม่ไหวกับการทารุณสุนัขของพวกคุณ จะดีกับพวกเราสัตว์ตัวน้อยๆที่มีความรักหน่อยได้ไหม!!”“หนูน้อยหมวกแดง เร่งมือหน่อย” ฉูเจ๋อหยางเพิกเฉยต่อน้ำเสียงที่ไร้เหตุผลของเจี่ยงเสี่ยวเล่อ เขาเหลือบมองไปที่กล่องกระดาษอย่างเย็นชา สื่อถึงว่าให้เริ่มดำเนินการได้“ทราบแล้ว ทราบแล้ว รู้แล้วว่าผมเป็นทาส” เจี่ยงเสี่ยวเล่อปากก็พร่ำบ่น เขาสวมใส่ถุงมือแพทย์เป้ยฉ่ายเวยคิดไม่ถึงว่าเจี่ยงเสี่ยวเล่อที่เอาแต่ดื่มแต่เที่ยวไม่เป็นงานเป็นการกลับจะสามารถจัดการกับเรื่องที่อันตรายเหล่านี้ได้

copy right hot novel pub