โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่178 ผมไม่ใช่เกย์

บทที่178 ผมไม่ใช่เกย์

ดูเหมือนฉูเจ๋อหยางจะคุ้นเคยกับฉากนี้ดี สีหน้าเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาเห็นด้วยกับข้อเสนอของเฉียวเจิ้นหลี

เป้ยฉ่ายเวยได้ยินว่าก่อนที่เจี่ยงเสี่ยวเล่อจะออกไป เขาได้คำรามเสียงที่ออกมาจากจิตวิญญาณลึกๆ

“เฉียวเจิ้นหลีผมไปยุ่งกับหลุมฝังศพบรรพบุรุษตระกูลคุณหรือไง คุณจะทำให้พวกเราตระกูลเจี่ยงสูญพันธุ์ใช่รึเปล่า ผมไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่เกย์โอเคมั๊ย คุณไสหัวไปเดี๋ยวนี้”

“วางใจ ตระกูลเจี่ยงไม่สูญพันธุ์หรอก พี่ชายคุณมีลูกชายแล้ว” เฉียวเจิ้นหลีตอบอย่างสบายๆ

เสียงพูดของคนทั้งสองถูกกั้นไว้อยู่ภายในฉากกั้นคอกอันมิดชิด

ปฏิกิริยาแรกของอวี๋ซือซือก็คือไอแห้งๆพลางถามว่า “ฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อยไปก่อนนะ”

“ซือซือ รอด้วยฉันไปเป็นเพื่อน” เป้ยฉ่ายเวยไม่คิดเลยว่าเจี่ยงเสี่ยวเล่อจะเป็นจริงๆ แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เมื่อเห็นว่าซือซือกำลังจะไป เธอก็รีบยืนขึ้นในทันที

“ไม่ต้อง ฉันไปคนเดียวก็ได้ เวยเวยเธออยู่เล่นที่นี่สักพักเถอะ” ชายงามนั้นล้ำค่า มิตรภาพราคาแพง ถ้าหากว่าอยากรอด ต้องยอมทิ้งสองหัว อวี๋ซือซือตัดสินใจที่จะทิ้งเป้ยฉ่ายเวยเพื่อที่จะลดไฟพิโรธ ตัวเองหนีไปก่อนเป็นดีที่สุด

เป้ยฉ่ายเวยเมินใส่อวี๋ซือซือ ใจทั้งกลัวทั้งกังวล ยังดีที่ไม่ได้ซวยคนเดียว

อวี๋ซือซือยังไม่ทันได้ก้าวขาเดิน ถังฉีตงก็แบกคนไว้บนไหล่พลางกล่าวว่า “อาเจ๋อ ผมไปก่อนล่ะ มีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องเรียกผมนะ”

ฉูเจ๋อหยางตอบอื้อเพียงคำเดียว

“ถังฉีตงคุณอยากตายหรอ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้ ฉันสาปแช่งคุณทั้งบ้าน!” เสียงแหบแห้งอันมีเสน่ห์ของอวี๋ซือซือ

ถังฉีตงตบสะโพกเธอเบาๆ หญิงสาวบนไหล่ก็ดูเหมือนจะแข็งทื่อ ถึงเวลาเชื่อฟังกันแล้ว เขาแบกคนออกไปในทันใด

ถ้าไม่จัดการเธอ เธอคงจะคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนจริง

ท่าทางมีความสุขยินดีของเป้ยฉ่ายเวยยังไม่ได้จางหายไป เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มเคลื่อนผ่านออกมาช้าๆ “ตลกดีเนอะ”

“ไม่ ไม่เห็นตลก ฉูเจ๋อหยางฉันเพิ่งนึกได้ว่าต้องเปลี่ยนยา ฉันกลับก่อนล่ะ” เป้ยฉ่ายเวยมีปฏิกิริยาเชื่องช้าเธอเพิ่งจะนึกได้ว่าในคอกเหลือเพียงแค่เธอและฉูเจ๋อหยางเท่านั้นแล้ว ชายทั้งสี่คนนั้นไม่รู้ว่าหนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่

แสงไฟสลัว ในพื้นที่เงียบสงบ ลมหายใจเพียงเล็กน้อยระหว่างคนทั้งคู่ก็ได้ยินกันทั่ว

เป้ยฉ่ายเวยกลืนน้ำลาย เธอขยับตัวเลื่อนไปเรื่อยๆ

“ทานผลไม้สิ”

เป้ยฉ่ายเวยมองผลไม้ที่ฉูเจ๋อหยางยื่นให้ ดวงตาทั้งคู่เบิกโตแทบจะร้องไห้ออกมา ฉันไม่กินกล้วย ขอบคุณ!!

แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอแค่โบกมือพลางพูดว่า “ฉันไม่หิว”

นัยน์ตาดำขลับของฉูเจ๋อหยางจ้องมองเธอ ริมฝีปากเขายกขึ้นเล็กน้อย “ผมพูดไปแล้วว่าคุณปฏิเสธก็ได้ไหม”

ยังมีคนเอาแต่ใจไม่ฟังเหตุผลแบบนี้อยู่อีกหรอ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือฉูเจ๋อหยางยังสามารถพูดเรื่องลามากได้อย่างหน้าตาเฉย

เป้ยฉ่ายเวยเบื่อหน่าย แต่ก็ไม่กล้าต่อต้าน เธอได้แต่ก้มหัวให้กับความชั่วร้ายนั้น เธอรับกล้วยจากฉูเจ๋อหยางมาด้วยความโกรธ ต่อหน้าเขา เธอปอกเปลือกมันออกด้วยความไม่พอใจ

เผยให้เห็นฟันสีขาวสองแถวซี่เล็กเรียงตัวกัน เธอสบถไปพร้อมกัดกล้วยคำใหญ่ ปากที่เต็มไปด้วยกล้วยยังคงพร่ำบ่น ที่จริงเธอต้องการจะบอกว่าอีกคำไม่ไหว แต่เมื่อกล้วยคับปากสิ่งที่พูดออกมาจึงได้ยินเป็น “ใส่มันให้ฉัน”

ฉูเจ๋อหยางมองปากแดงน้อยๆของเป้ยฉ่ายเวยดวงตาก็ส่องเป็นประกาย นัยน์ตาดำขลับเปล่งประกายเหมือนกับดวงดาวประกายแสง เขาไม่ได้ขยับใส่มันเข้าไป แต่ว่าเขากลับลุกขึ้นยืนและพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “กลับกัน”

“กลับก็กลับ” เป้ยฉ่ายเวยกลืนกล้วยลงไปครึ่งหนึ่ง อีกสองสามคำก็กินไปจนหมด เป็นเรื่องน่าละอายที่จะกินทิ้งกินขว้าง

ตลอดทางขากลับเป้ยฉ่ายเวยคิดว่าฉูเจ๋อหยางมีเรื่องสำคัญอะไรที่จะต้องไปจัดการ เธอกำเข็มขัดนิรภัยแน่นและพูดอย่างประหม่า “ฉูเจ๋อหยาง ถ้าหากว่าคุณมีเรื่องต้องไปทำ ฉันโบกรถกลับเองก็ได้”

รีบก็รีบ แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่าเรื่องอะไรอื่นหรอก

รอกระทั่งฉูเจ๋อหยางจอดรถที่เขตบริเวณชุมชนระดับสูง เป้ยฉ่ายเวยเกาะรถหนึบไม่ยอมลง “ฉูเจ๋อหยางคุณไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้ ฉันจะไปบ้านซือซือ”

มาส่งเธอในย่านของเขาทำไมนี่มันเรื่องอะไรกัน

ฉูเจ๋อหยางเลิกคิ้วงามของเขา “คุณแน่ใจหรอว่าจะกลับไปตอนนี้”

เป้ยฉ่ายเวยฉลาดเฉลียว ดูเหมือนเธอจะมั่นใจว่าไม่เหมาะสม ไม่ว่าเห็นภาพอะไรยาวๆตอนนี้เธอก็รู้สึกขวยเขิน แต่ว่าทำไมเธอรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องล่ะ

ฉูเจ๋อหยางไม่ปล่อยให้เธอฟุ้งซ่าน เขาเดินลงจากรถและตรงไปที่ลิฟต์

เป้ยฉ่ายเวยลังเลอยู่ห้าวินาที เธอปลดเข็มขัดนิรภัยออกเพื่อจะตามให้ทันฉูเจ๋อหยาง เธอบอกกับตัวเองว่า อื้อ รอให้ค่ำก่อน ค่อยกลับไปแล้วกัน

ดูเหมือนฉูเจ๋อหยางจะไม่ได้อยากรอนาน ธุระของเขาน่าจะเยอะ ถ้าอย่างนั้นรอให้เขาทำธุระเสร็จก่อนก็แล้วกัน

ฉูเจ๋อหยางซึ่งเดินนำหน้าไปมุมปากก็โค้งงอ ปลาติดเบ็ดแล้ว

ทั้งคู่เดินตามกันเข้าไปในอพาร์ทเม้นต์ ฉูเจ๋อหยางไม่ได้สนใจเธอ เขาถอดเสื้อโค้ทแขวนใส่ไม้แขวนเสื้อและกลับไปที่ห้องนอน

เป้ยฉ่ายเวยตามเข้าไปคงจะไม่ดีเท่าไหร่ เธอได้แต่นั่งใจลอยอยู่ที่โซฟา เธออยากจะบอกฉูเจ๋อหยางว่า ถ้าไม่อย่างนั้นเธอกลับไปที่อพาร์ทเม้นต์เองก็ได้ แต่เมื่อคิดถึงเรื่องน่าสยดสยองคราวก่อน เธอกลับไม่กลับที่จะกลับไปตามลำพัง

ผ่านไปห้านาที ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในห้องนอน

เธออดทนรอจนถึงสิบนาที ฉูเจ๋อหยางก็ยังไม่มีท่าทีจะออกมา เขามีเรื่องด่วนไม่ใช่หรอ

เป้ยฉ่ายเวยนั่งไม่ติดลุกขึ้นมา สายตาเธอมองไปทางห้องนอน เธอพบว่าประตูห้องนอนเปิดอยู่ ฉูเจ๋อหยางไม่ได้เปิดไฟ ข้างในคงจะมืดน่าดู

กลางวันก็ไม่เปิดหน้าต่างรึ เขาทำอะไรอยู่ข้างในนะ

ไม่รู้ว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือว่าเพราะความคิดฟุ้งซ่านต่างต่างนานา เป้ยฉ่ายเวยค่อยๆเดินเข้าใกล้ห้องนอนช้าๆ เธอบอกกับตัวเองว่าแค่จะไปถามว่าฉูเจ๋อหยางจะออกไปข้างนอกหรือไม่ เธอไม่ได้คิดอื่นๆใดๆเลย

เธอตะโกนเบาๆขึ้นสองสามครั้ง “ฉูเจ๋อหยาง ฉูเจ๋อหยาง ฉูเจ๋อหยางคุณอยู่ข้างในรึเปล่า”

ผ่านไปสักครู่เมื่อไม่มีเสียงตอบ เป้ยฉ่ายเวยก็เขกหัวตัวเอง ก็เธอเห็นๆอยู่ว่าฉูเจ๋อหยางเดินเข้าไป ทำไมถึงไม่ได้ยินใครตอบล่ะ หรือว่าเสียงเขาจะเบามากคิดไปคิดมา เธอก็ยื่นมือออกไปเปิดประตูที่แง้มอยู่ ไม่รู้ทำไมฝ่ามือเหงื่อแตกเต็มไปหมดอุณหภูมิวันนี้อาจจะสูงเกินไปนะ“ฉูเจ๋อหยาง ฉู…”ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออกจากด้านใน เป้ยฉ่ายเวยยืนพิงแนบกำแพงอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าขาวประทับลงกับคราบน้ำบนหน้าอก---จ๊อก จ๊อก จ๊อกเธอได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจผ่านหน้าอกอย่างมั่นคงและชัดเจน ปลายจมูกเธอเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของชายผู้นี้หลังจากอาบน้ำ ไม่ฉุนเลยสักนิด มันเป็นกลิ่นเจลอาบน้ำที่เธอโปรดปรานเมื่อคิดถึงเจลอาบน้ำ ทั้งตัวเป้ยฉ่ายเวยก็เหมือนไฟลุกโชน มิน่าถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรฉูเจ๋อหยาง ที่แท้คนกำลังอาบน้ำอยู่สายตาเธอลดลงต่ำโดยไม่รู้ตัว โชคดีที่มันถูกปกคลุมด้วยผ้าเช็ดตัวเป้ยฉ่ายเวยตื่นตระหนกจนต้องยืดตัวขึ้น แต่ว่ายิ่งเธอกังวลก็ยิ่งสับสน ยิ่งตอนนี้เธอเป็นนักสู้ที่มีแค่มือเดียว มือเดียวหรือจะสู้สองมือได้เมื่อต้องการจะผลักไส ยิ่งทำให้ “การล่วงละเมิด” ของฉูเจ๋อหยางยิ่งแจ่มชัดขึ้น

copy right hot novel pub