โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

ตอนที่ 18 หัวหอมกระเด็นเข้าตา

ตอนที่ 18 หัวหอมกระเด็นเข้าตา

ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีก เธอรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่น รู้สึกเสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น

เธอหลุดปากพูดออกไปทำไมกัน?

แน่นอน เมื่อเป้ยฉายเวยเงยหน้าขึ้นก็พลันปะทะเข้ากับสายตาของฉูเจ๋อหยางที่จ้องมองมาที่เธอ

เป้ยฉายเวยรีบเบือนหน้าหนี “ถ้างั้นคุณทำเองเถอะคะ ฉันไปล้างผักให้ดีกว่า!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งออกไป ไม่อยากอยู่ตรงนั้นแม้แต่วินาทีเดียว

ที่ชนบทใช้วิธีนั้นมานมนาน พวกเขาใช้ฟืนก่อไฟกัน หลี่จื่อเชียนค่อยๆเรียนรู้วิธีแค่ 2 ครั้ง เขาก็ทำได้แล้ว ช่วยเป้ยฉานเวยทำกับข้าว “จุดไฟให้ผมพอจะช่วยได้ ผมไม่ปล่อยให้แฟนของผมต้องเหนื่อยคนเดียวหรอกครับ”

เป้ยฉายเวยส่งยิ้มให้เขา พลางมองลอดออกไปด้านนอก ฉูเจ๋อหยางกำลังขูดเกล็ดปลา หนานฉิงนั่งยองๆอยู่ข้างเขา ไม่รู้คุยอะไรกัน จากนั้นเธอจึงหอมแก้มเขาทีหนึ่ง ยิ้มอย่างหวานซึ้ง ภาพนั้นบาดตาบาดใจเป้ยฉายเวยอย่างมาก

ถ้าเกิดหนานฉิงไม่ได้ขอร้อง ผู้ชายคนนี้คงจะไม่ลงมือทำอาหารละมั้ง?

“อัยยะ!” เป้นฉานเวยไม่ทันระวัง ตอนปอกหัวหอม น้ำของมันกระเด็นเข้าตาไป แสบสุดๆ เธอหยีตาลงพลางเรียก “ฉู.....จื่อเชียน ตาของฉันโดนหัวหอมแสบมาก คุณช่วยหยิบกระดาษทิชชู่ให้หน่อย”

หลังจากรออยู่นานไม่มีใครตอบเธอ เป้ยฉานเวยทนไม่ไหวร้องตะโกนขึ้น “จื่อเชียน ......”

เสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามา เป้ยฉานเวยเหมือนได้กลิ่นกายของฉูเจ๋อหยาง รู้สึกตกใจ จนต้องก้าวถอยหลัง สุดท้ายเธอไม่ทันระวังชนกับม้านั่งตัวเล็กเข้า เธอหงายหลังจะล้มลง

วินาทีนั้น มือใหญ่ๆข้างหนึ่งประคองเอวของเธอไว้อย่างมั่นคง

เป้ยฉานเวยทำตัวไม่ถูก เธอปล่อยให้เขาพาเธอไปยังอ่างล้างจาน ก้มหน้าลงเชื่อฟังเขาอย่างดี วินาทีต่อมาก็รู้สึกได้ว่าเขาใช้น้ำเปล่าช่วยล้างตาของเธอให้ นิ้วมืออันอ่อนโยนลูบลงบนเปลือกตาของเธอ

“ดีขึ้นหรือยังครับ?” น้ำเสียงของเขายังคงทุ้มต่ำ ทำให้คนอื่นใจเต้นรัวอย่างง่าย เป้ยฉานเวยรู้สึกได้ถึงลมหายใจอันอบอุ่นของเขากระทบลงบนหูส่วนล่างของเธอ ทั่วทั้งร่างของเธอร้อนผ่าวขึ้นทันที

เป้ยฉานเวยรีบผลักเขาออกไปทันที ใช้แขนเสื้อเช็ดตาของตัวเอง แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ไม่เป็นไรแล้วคะ ขอบคุณมาก”

“เป้ยฉานเวย” กิริยาของเธอทำให้ฉูเจ๋อหยางรู้สึกไม่ค่อยชอบใจ น้ำเสียงมึนตึง ยื่นมืออกมาจะดึงเธอกลับเข้ามา เป้ยฉานเวยกลับรีบหลบเลี่ยงในทันที วิ่งหนีออกไปข้างนอก ราวกับไม่อยากพูดคุยอะไรกับเขาอีก

เขามองเบื้องหลังเธอที่วิ่งออกไป สีหน้าของฉูเจ๋อหยางค่อยๆอึมครึม ในใจรู้สึกไม่ค่อยดี

อาหารเที่ยงอันมากมายทำให้หนานฉิงร้องเสียงดังขึ้นมา แถมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “มีผู้ชายทำอาหารให้ทานแบบนี้จะต้องเอามาอวดให้คนอื่นได้อิจฉาบ้างสิ ฮิฮิ!”

หลี่จื่อเชียนเหลือบไปมองหน้าเธอทีหนึ่งพลางพูดว่า “แหม กับข้าวส่วนใหญ่เป็นแฟนผมทำต่างหาก คุณยังกล้าคุย?”

“มีปัญหาอะไรหรือ?” หนานฉิงมองค้อนเขาทีหนึ่ง พูดแบบไม่เกรงใจว่า “หลี่จื่อเชียน ฉันขอบอกคุณไว้เลยนะว่า เวยเวยเป็นเพื่อนของฉันมาก่อนที่จะมาเป็นแฟนของคุณ! ถ้าขืนคุณยังพูดจาไม่ระวังปากอยู่อีกละก็ ฉันจะทำให้คุณสองคนเลิกกันได้นะ ลองดูไหมละ?”

“มิบังอาจ มิบังอาจ” หลี่จื่อเชียนทำท่าราวกับกลัวเธอ ยิ้มพลางขอความเมตตาว่า “ผมอุตส่าห์ตามจีบเวยเวยมาตั้งหลายปี มันไม่ง่ายเลยนะครับที่จะมาลงเอยกันแบบนี้ ดาวมหาวิทยาลัยอย่างคุณได้โปรดเมตตาผมด้วยนะครับ ผมผิดไปแล้ว”

ใครจะรู้ ฉูเจ๋อหยางหันมองไปทางหลี่จื่อเชียนทันที ถามเขาว่า “คุณตามจีบเป้ยฉานเวยอยู่หลายปีเลยหรือ?”เป้ยฉานเวยรู้สึกอึดอัดใจ ไม่รู้ว่าฉูเจ๋อหยางต้องการอะไร เธอดึงชายเสื้อของหลี่จื่อเชียนเพื่อเตือนเขา หลี่จื่อเชียนหันมามองหน้าเธอทีหนึ่ง ยิ้มเล็กน้อย หันมาจับมือของเธอไว้ “ใช่ครับ จะว่าไปมีผิดพลาดอยู่หลายครั้ง”“หลังจากที่เวยเวยปฏิเสธผม ผมคิดมาตลอดว่าเธอต้องมีคนที่ชอบอยู่แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเวยเวยบอกว่าหลายปีมานี้เธอชอบผมคนเดียวเท่านั้น แต่ว่าไม่กล้าบอก ถ้ารู้ตั้งแต่แรกนะ ผมน่าจะกล้าอีกสักหน่อย ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆถึง 3 ปีหรอก”ฉูเจ๋อหยางมองตาเป้ยฉานเวยทีหนึ่ง สีหน้ากึ่งๆยิ้ม พลางตอบว่า “จริงหรือครับ?”

copy right hot novel pub