โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่185 ตะกั่ว

บทที่185 ตะกั่ว

เป้ยฉ่ายเวยยิ้มแห้งๆ “ถ้าหากว่าเธอไม่กลับ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

“....” เป้ยฉ่ายเวยกลายเป็นฉลาดหลักแหลมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นั่นเป็นเพราะว่าอยู่ใกล้ความมืดมิดมากเลยติดความคิดมืดมิดมาด้วย อยู่กับฉูเจ๋อหยางงูพิษท้องดำตัวนั้น เวยเวยเลยเปลี่ยนไปแล้ว

หลังอาหารเย็น อวี๋ซือซือเพิ่งนึกได้ว่าเธอพกเงินมาไม่พอ ดีที่เป้ยฉ่ายเวยพกมา ไม่อย่างนั้นพวกเธอสองคนคงจะได้ทำงานใช้หนี้ค่าอาหารแล้ว

“เวยเวย มื้อหน้าฉันเลี้ยงเธอแน่”

“ไม่เป็นไร แค่ข้าวมื้อเดียว พวกเราเป็นใครกัน” เป้ยฉ่ายเวยพูดจบก็หยิบการ์ดออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ “ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอก็ช็อต ให้ฉันจัดการเถอะ”

“เธอเองมีเหลือหรือยังไง ฉันรู้ว่าเธอทำงานหนัก ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บพักงานก็ไม่มีเงิน มาให้ฉันทำไมนี่” อวี๋ซือซือรีบปฏิเสธ ถึงเธอจะไม่มีเงินแต่เธอก็ไม่ต้องการเงินของเวยเวย

เป้ยฉ่ายเวยคิดแล้วก็พยักหน้าพลางพูดว่า “ก็จริง ตอนนี้มีเครื่องกดเงินสดแล้ว เลยไม่ต้องการเงินของฉัน”

เธอเชื่อว่าถังฉีตงยินดีที่จะเปิดตู้เซฟของตัวเองออกมาให้แน่

อวี๋ซือซือหน้าแดง เธอโมโหกลับไป “เครื่องกดเงินสดอะไร ถ้าอย่างนั้นฉูเจ๋อหยางก็เป็นภูเขาทองเคลื่อนที่ได้แล้วล่ะ”

“ฉูเจ๋อหยางเป็นแค่นักกฎหมายจะทำเงินได้มากกว่าพ่อค้าอย่างถังฉีตงอย่างนั้นรึ” เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้รู้สึกว่าฉูเจ๋อหยางมีเงินเยอะเท่าไหร่ ถ้าหากว่ารวยทำไมไม่ไปอยู่คฤหาสน์ จะมาอยู่อพาร์ทเม้นต์เล็กๆทำไม

“จะว่าเธอไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจจริงๆล่ะ” อวี๋ซือซือพยายามอธิบายให้เธอฟังอย่างอดทน “เธอรู้รึเปล่าว่าคดีที่ฉูเจ๋อหยางรับทำอยู่ตอนนี้น่ะทำเงินให้เขาได้มากเท่าไหร่”

“ไม่รู้” เป้ยฉ่ายเวยเข้าใจกระบนการรับเงินของฉูเจ๋อหยาง เธอรู้แต่ว่าชื่อเสียงของฉูเจ๋อหยางยิ่งนานวันยิ่งโด่งดัง ทั้งในเมืองจิ่นอันและทั้งประเทศผู้คนมากมายล้วนรู้จักเขา แค่เท่านั้นล่ะ

อวี๋ซือซือลูบไหล่เป้ยฉ่ายเวยด้วยความเห็นอกเห็นใจ เธอยื่นมือออกไปแสดงต่อหน้าหล่อน

“สามแสนรึ”

อวี๋ซือซืออดไม่ได้ที่จะกรอกตามองบน ยังห่างไกลอีกหลายเท่า

“ไม่น่าใช่สามล้านหรอก” เป้ยฉ่ายเวยตอบอย่างระมัดระวัง ตามกฎหมายแล้วค่าจ้างทนายความก็น่าจะสูงมาก

อวี๋ซือซือกรอกตาขึ้นมองบนอีกครั้ง เวยเวยแอบคิดอยู่ลึกๆในใจแล้วก็พ่นลมหายใจยาวออกมาและพูดอย่างอิจฉา

“สามล้านเธออย่าล้อเล่นน่า ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะสามารถให้ฉูเจ๋อหยางออกโรงให้ ค่าจ้างในการดำเนินคดีนั้นต้องขยับขึ้นอีกหน่อย แถมยังต้องมีข้อตกลงส่วนตัวอีก ได้ยินว่าการดำเนินคดีนั้นต้องจ่ายฉูเจ๋อหยางทั้งหมดสามครั้ง”

เธอคิดในใจและอุทานออกมาเบาๆ “ก็มีสามสิบล้านนะเนี่ย”

“เหอะ---” เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าถึงรสเค็มที่ทานไป เธอจึงซื้อน้ำขวดหนึ่งและกำลังดื่มและถึงกับพ่นออกมา โชคดีที่หันหนีไปได้ทันเวลาเลยไม่ได้ล้างหน้าให้อวี๋ซือซือ แต่เธอก็ซ่อนความตกใจเอาไว้ไม่อยู่ “เหอเหอ ซือซือเธอพูดผิดรึเปล่า”

สามสิบล้าน นั่นมันเพียงพอสำหรับการผ่าตัดของรุ่ยรุ่ยถึงหกครั้งด้วยกัน นี่มันแค่คดีความคดีเดียวนะ

“แปลกตรงไหน เธอคิดว่าคดีร้ายแรงที่ทนายทำเบื้องลึกนั้นมันเป็นยังไง” อวี๋ซือซือถอนหายใจที่เห็นปฏิกิริยาของเป้ยฉ่ายเวยรู้สึกจะดีขึ้นเรื่อยๆ

เป้ยฉ่ายเวยเผลอยกขวดน้ำในมือขึ้นจิบ มิน่าล่ะครั้งก่อนฉูเจ๋อหยางถึงได้เห็นเธองี่เง่า เขายิ้มเพราะว่าเธอช่างอ่อนต่อโลกเสียเหลือเกิน

ทำคดีหนึ่งได้ตั้งสามสิบล้าน จะเอาเงินไปใช้ที่ไหนหมด

“แต่คดีพวกนี้ก็หนักหนาเอาการอยู่นะ”

อวี๋ซือซือส่ายนิ้วพลางพูดว่า “ผิด มีคดีไม่น้อยเลย ที่ไม่ใช่ว่าใครก็ปิดได้ เธอต้องรู้ว่าช่วงเวลาวิกฤตในชีวิตการหาทนายก็เหมือนการช่วยชีวิตเธอ มีเงินก็ใช่ว่าจะหาทนายดีๆมากได้ ตอนนี้เธอรู้รึยังว่าฉูเจ๋อหยางเป็นที่ปรารถนามากแค่ไหน”

เป้ยฉ่ายเวยได้แต่พยักหน้า พยายามรับเรื่องต่างๆให้ได้

“ความจริงแล้ว เวยเวยถ้าหากเธอสามารถพึ่งพิงฉูเจ๋อหยางต้นขาใหญ่เช่นนี้ได้ ไม่ใช่ ต้นไม้ใหญ่นี้ได้ ปั้นปลายชีวิตก็ไม่ขัดสนแล้ว” ตอนที่อวี๋ซือซือรู้เรื่องรายรับของฉูเจ๋อหยางเธอก็อึ้งไปเหมือนกับเป้ยฉ่ายเวยตอนนี้เหมือนกัน

เกือบจะโดนเรื่องตลกของไอ้ตานั่นเยาะเย้ยจนตาย

“เขาอันตรายมากใช่ไหม” รายได้สูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง นี่เป็นสัจธรรมของโลกไม่ใช่รึ ดูเหมือนฉูเจ๋อหยางจะได้รับค่าจ้างถูกมาก “ใครจะรู้ว่าเขาต้องรับความกดดันมากแค่ไหน”

ตอนนี้เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกหดหู่และเป็นห่วงชายผู้เงียบงันและเย็นชาคนนั้นอยู่บ้าง

อวี๋ซือซือนิ่งไป ทุกคนที่รู้รายได้ของฉูเจ๋อหยางล้วนตกใจอ้าปากค้างด้วยความอิจฉา แต่ไม่เคยนึกถึงอันตรายที่เขาต้องแบกรับตามมาด้วย

จะมีก็แต่คนที่เป็นห่วงเป็นใยฉูเจ๋อหยางเท่านั้นที่จะนึกถึงด้านนี้

“เวยเวย เธอรักเขามากสินะ” จะมีก็แต่คนที่รักคนคนหนึ่งอย่างแท้จริงเท่านั้น ถึงจะคำนึงถึงเรื่องนี้แทนคนคนนั้น

เป้ยฉ่ายเวยเปลือกตาหย่อนลง ไม่มีเสียงตอบอันใด

อวี๋ซือซือถอนหายใจและไม่พูด เวยเวยเงียบไปก็เหมือนเป็นการตอบคำถามเธอ ความขมขื่นบนใบหน้าเวยเวยก็เหมือนเป็นการบอกกับเธอว่า หนทางข้างหน้าของพวกเขาสองคนนั้นจะลำบากแค่ไหน

ความรักเป็นเช่นไร ไม่รักแล้วเป็นเช่นไร ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องไปไม่ใช่หรือ เมื่อคิดแล้วหัวใจเป้ยฉ่ายเวยก็มีรสฝาด จมดิ่งลงในความมืดมิดที่ไม่สิ้นสุด หมดหนทางเยียวยา

“เอาล่ะ ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องน่าหดหู่เหล่านั้นแล้วล่ะ เรากลับกันเถอะ” อวี๋ซือซือคล้องแขนเป้ยฉ่ายเวยพลางพูดกับเธอ

เป้ยฉ่ายเวยเงยหน้าขึ้นพูด “ซือซือ ฉันอยากกลับไป”

“เราก็กำลังกลับไปไง” อวี๋ซือซือตอบอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันอยากกลับไปหายาย” ตอนนี้เธออยากเห็นใบหน้าน้อยๆของรุ่ยรุ่ย ราวกับว่ามีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ใจเธอสงบลงได้

“กลับไปก็ดี ฉันไปกับเธอนะ” เธอเบื่อๆอยู่พอดี

เป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าเธอหวังดีจึงส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก ถ้าหากว่าเธอตามกลับไปด้วย จะต้องมีคนสงสัยแน่นอน”

อวี๋ซือซือคิดแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผลถึงไม่ได้คัดค้าน “ตกลง กลับไปพักผ่อนคลายจิตใจหน่อยก็ไม่เลว อีกอย่างรุ่ยรุ่ยก็ต้องคิดถึงเธอแน่นอน”

“อื้อ” ใบหน้าเป้ยฉ่ายเวยปรากฏรอยยิ้มที่หายไปเป็นเวลานานขึ้นมา“มีเรื่องอะไรอย่าลืมโทรหาฉันล่ะ” อวี๋ซือซือก็ยิ้มตามไปด้วย“ได้”กลางดึกช่วงเวลาที่เงียบสงัด ชายคนหนึ่งกลับบ้าน พบว่าในบ้านมืดสนิด เขาขมวดคิ้วและยกเท้าเดินไปยังห้องนอนในห้องนอนไม่มีคนอยู่แม้สักคนชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาและจ้องไปยังตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนนั้น เที่ยงคืนตรงผู้หญิงคนนั้นยังไม่กลับ เขาพยายามโทรติดต่อเธอ เวลานี้แล้วมัวทำอะไรอยู่พรุ่งนี้ค่อยตามหาเธอแล้วกันคนคนนั้นก็คือฉูเจ๋อหยางผู้ซึ่งไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน หลังจากที่ออกไปวันนั้นเขาก็รับทำคดีใหญ่ ทำงานจนลืมวันลืมคืน ทุกครั้งที่รู้สึกตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว ดังนั้นเขาเลยไม่ได้โทรหาเป้ยฉ่ายเวยแค่คิดว่าวันรุ่งขึ้นค่อยโทร ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นก็ยุ่งอีก กลางเป็นวงจรการทำงานเช่นนี้ไม่มีสิ้นสุด นานมากแล้วที่เขาไม่ได้โหยหาที่จะกลับมา แต่สิ่งที่รอเขากลับมากลายเป็นเพียงห้องที่ว่างเปล่าเพราะว่าช่วงเวลาแห่งความมุ่งมั่นของฉูเจ๋อหยาง เขาหายไปเลยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เรื่องราวที่เกิดหลังจากนี้ก็เหมือนกับวงจรผีเสื้อที่ส่งผลกระทบเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

copy right hot novel pub