โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่189 ซ้อมบนสังเวียน

บทที่189 ซ้อมบนสังเวียน

ถังฉีตงนิ่งไป รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ใครกันสามารถยั่วโมโหทำให้ทนายคนเก่งของเขาหงุดหงิดได้ ถึงแม้ในใจเขาจะมีคำตอบอยู่แล้ว แต่เอ่ยปากกำชับกับเลขา จากนั้นก็หยิบเสื้อโค้ชของตัวเองเดินตามไป

ฉูเจ๋อหยางพูดถึงสังเวียน ความหมายของเขาก็คือที่ฝึกซ้อมมวย

ทั้งคู่ถอดเสื้อของตนเองออก เปลี่ยนไปใส่ชุดนักกีฬา มือแต่ละข้างสวมถุงมือเอาไว้ สำหรับการฝึกซ้อม ถ้าหากว่าชกเข้าอย่างแรงก็อาจจะทำให้เลือดออกได้

ถังฉีตงเห็นฉูเจ๋อหยางจู่โจมอย่างหนัก ทุกหมัดออกตัวอย่างแรง ออกหมัดอย่างกับเสือ แค่เห็นก็รู้สึกเจ็บแล้ว

เขาถามอย่างรู้ทัน "เป็นอะไร ใครทำให้คุณโมโห"

ฉูเจ๋อหยางเหลือบมองเขาครู่หนึ่งอย่างเฉยเมย หลังจากนั้นเขาก็หันไปกระหน่ำชกอย่างไม่มีเหตุผล แค่อยากระบาย

"อย่ามองผมอย่างนั้น ผมเป็นสุภาพบุรุษ คุณจะไม่ได้รู้อะไรทั้งนั้น" ถังฉีตงขยับตามการเคลื่อนไหวของเขา ยืดเหยียดขา

เมื่อเปรียบเทียบกับฉูเจ๋อหยาง เขาก็ไม่กล้าที่จะวางใจ ถ้าหากเขาถูกต่อยด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาคงไม่สามารถทนรับได้

ฉูเจ๋อหยางหยุดหัวร้อนและพุ่งกำปั้นไปที่จุดศูนย์กลาง และพูดอย่างไม่แคร์อะไรทั้งนั้น "อย่าพล่าม ถ้ากลัวก็กลับไป"

เขาแทบทนไม่ไหวที่จะอัดคน

"ล้อเล่นรึเปล่า ใครกลัว ใครจะอัดใครก็ยังไม่แน่" สัญชาตญาณสัตว์ตัวผู้คือการที่ไม่สามารถทนต่อแรงยั่วยุได้ ถังฉีตงก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น เขามองฉูเจ๋อหยางอย่างจริงจัง สัญชาตญาณการต่อสู้ไหลเวียนอยู่ในโลหิต

ทั้งคู่เดินไปถึงตรงกลาง เตรียมพร้อมที่จะปะทะกำปั้น เพื่อให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี

ถังฉีตงอดใจไม่ไหวที่จะโจมตี เขาโผเข้าทางด้านซ้ายของฉูเจ๋อหยาง แต่ก็ไม่สามารถฝากร่องรอยความรักให้เพื่อนได้

ฉูเจ๋อหยางเบี่ยงศีรษะเล็กน้อย เขาหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย เขาหดร่างกายส่วนบนลง ลมหอบหนึ่งพุ่งตรงเข้าตรงช่วงท้อง

ถังฉีตงหลบหลีก หัวใจเขารู้สึกถึงอันตราย ถ้าโดนหมัดอาเจ๋อเข้าจริงๆอย่างน้อยต้องมีซี่โครงหักสองซี่

เขาสู้กลับในขณะที่ปรับลมหายใจขณะที่กล่าวว่า "อาเจ๋อ ต้องรุนแรงขนาดนี้ด้วยหรือไง"

ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบสนองในสายตาฉูเจ๋อหยาง ภายใต้การดิ้นรนอย่างดุเดือด หน้าผากเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหมือนลำธารน้อยๆ ไหลไปตามผิวสีข้าวสาลีอย่างต่อเนื่อง

เขาต้องต่อสู้กับฮอร์โมนของชายหนุ่มกลัดมัน เสียงลมหายใจเขาดังขึ้นเล็กน้อย แต่เขายังคงรักษาระดับการหายใจให้เป็นปกติ

เขาคร่ำครวญอยู่ในใจ ดีที่ไม่นานนี้ได้ฝึกฝนไปแล้ว ไม่อย่างนั้นถูกอาเจ๋อน็อคเอาแน่

หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ทั้งคู่ยังคงไม่แขวนนวม เริ่มมีรอยฟกช้ำทั่วทั้งร่างกาย

ถังฉีตงหลบเข้าหาเชือก เขาเอาตัวพิงไว้พร้อมหายใจอย่างหนักหน่วง "พอได้แล้ว พอได้แล้ว เล่นโหดขนาดนี้ พรุ่งนี้ผมไปทำงานที่ออฟฟิตไม่ได้พอดี"

ฉูเจ๋อหยางเหลือบมองถังฉีตงอย่างเย็นชาก่อนที่จะถอดนวมออกจากแขน หลังจากนั้นเขาก็กระโจนลงจากสังเวียนโดยไม่สนใจถังฉีตง

"คุณจะไปไหน" ถังฉีตงเห็นฉูเจ๋อหยางกำลังจะไปเลยเขาเลยอดไม่ได้ที่จะถาม

"อาบน้ำ" ฉูเจ๋อหยางตอบเพียงสองคำโดยไม่เหลียวกลับไปมอง

เหงื่อออกมากขนาดนั้นแน่นอนว่าต้องไปอาบน้ำ มุมปากถังฉีตงยกขึ้นกำลังพ่นออกไป "เหอะ--อาเจ๋อเล่นหนักเกินไปนะ"

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ถังฉีตงมองดูชายในกระจก มีเลือดซิบๆที่กระดูกคิ้ว มุมปากมีรอยฟกช้ำ นอกจากอาการระบมทั่วร่างกายแล้ว ความบาดเจ็บอื่นๆก็เห็นไม่ชัดเจนนัก

เขามองไปที่เพื่อนซึ่งกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า ใบหน้าไม่มีแผลที่ชัดเจน แต่เขาเองก็รู้ว่าเขาก็คงไม่ได้ดีไปกว่าตัวเองนัก

ตอนอยู่บนสังเวียนนั้นอาเจ๋อบุกอย่างเดียวโดยไม่ป้องกัน แน่นอนว่านั่นทำให้เกิดช่องโหว่ เขาออกหมัดอย่างสิ้นหวัง นั่นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก

เขาถูกเป้ยฉ่ายเวยยั่วโมโหหนักขนาดไหน

"อาเจ๋อคุณน่าจะขอบคุณผมหน่อยนะที่ซัดใบหน้าของคุณน่ะ"

เขารู้ว่าอีกไม่กี่วันอาเจ๋อก็จะต้องขึ้นศาลแล้ว ถ้าใบหน้ามีแผลเดี๋ยวจะไม่หล่อ นับว่าเขาเห็นแก่ความเป็นพี่น้องอยู่บ้าง

"ทำไมไม่บอกว่าชนะคดีนี้แล้วผมจะทำเงินได้เท่าไหร่" ฉูเจ๋อหยางไม่ได้รู้สึกยินดีอะไรเลย ถ้าหากไม่ใช่เพราะถังฉีตงแล้วล่ะก็ เขาคงจะไม่มีทางรับทำคดีนี้

ไม่ใช่อะไร แต่ว่าประวัติผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีความซับซ้อนมากถ้าหากว่าไม่สามารถรับมือได้ดีอาจจะศูนย์เสียความเชื่อมั่นในตนเองไปได้

ถังฉีตงไม่เพียงไม่โกรธเขายังพูดหน้ายิ้มๆอีกด้วย "อาเจ๋อ คุณพูดอย่างนี้ได้อย่างไร เราก็มีผลประโยชน์ร่วมกันเสมอมาไม่ใช่หรอ อีกอย่างผมก็เชื่อมั่นในความสามารถของคุณ"

ฉูเจ๋อหยางนิ่งเงียบไม่ตอบ

ถังฉีตงหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหัวพลางพูดว่า "อาเจ๋อ คุณได้ระบายแล้ว ตอนนี้บอกได้รึยังว่าหงุดหงิดเรื่องอะไรมา"

เขาต้องการสืบให้ได้ข้อมูลแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อที่จะได้เก็บไปเล่าให้เธอฟังต่อที่บ้าน ทุกคำพูดที่สืบความได้จากเขา ไม่อย่างนั้นต้องปิดให้มิดชิด ถึงแม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ว่าใครใช้ให้เขาชอบเธอเล่า

ตามที่เขาพูด นี่เป็นความรักความผูกพันระหว่างคนทั้งสอง คนอื่นจะมาเข้าใจได้อย่างไร

“คุณกลายมาเป็นคนสอดรู้สอดเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉูเจ๋อหยางขยับเปลือกตาพร้อมพูดเบาๆ

ถังฉีตงขยับมือและกล่าวด้วยความโมโห “เมื่อไหร่ปากคุณไม่เป็นพิษ เมื่อนั้นผมค่อยเลิกถาม”

“เรียกคนขายเนื้อ หนูน้อยหมวกแดง พบกันคืนนี้ที่เก่า” ฉูเจ๋อหยางระบายออกมา ความหดหู่ภายในใจก็ค่อยบรรเทาลง ตอนนี้จึงไม่ได้เยือกเย็นเหมือนกับเมื่อครู่

“ไม่มีปัญหา” ถังฉีตงรับคำ

หลังจากทั้งสองออกหมัดกันเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไป

ถังฉีตงไม่สามารถพกพาใบหน้าฟกช้ำกลับไปที่บริษัท เขาจึงได้แต่กลับไปที่อพาร์ทเม้นต์ของอวี๋ซือซือ

อวี๋ซือซือเห็นใบหน้าถังฉีตงได้รับบาดเจ็บเธอก็อดโวยวายไม่ได้ “ถังฉีตงคุณโตอายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะเที่ยวไปมีเรื่องชกต่อยอีก”“ใครว่าผมไปมีเรื่องชกต่อย” ถังฉีตงเบียดตัวเข้าไปอวี๋ซือซือนิ่งไปชั่ววินาทีก่อนที่จะปิดประตู เธออดใจไม่ไหวที่จะตามติดถังฉีตงไปพร้อมถามว่า “คุณไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร ถ้างั้นก็ชอบทำร้ายตัวเองรึ”จนถึงทุกวันนี้เธอยังไม่เห็นใครมีฝีมือเท่าถังฉีตง ยิ่งไปกว่านั้น คู่ต่อสู้ต้องพยายามออกแรงอย่างสุดกำลัง“นอกจากอาเจ๋อแล้วยังจะมีใครอีกล่ะ” ถังฉีตงหยุดฝีเท้าลง ไม่ต้องสงสัยอวี๋ซือซือกระแทกหลังเข้าอย่างจังเธอไม่ได้สนในจะโมโห ได้แต่ถามขึ้นลอยๆ “ฉูเจ๋อหยางหรอ คุณไปโดนเอาอัดจนน่วมแบบนี้ได้อย่างไรกัน”ถังฉีตงเหลียวกลับไปมองเธอกล่าวอย่างหน้าตาเฉย “เปล่านี่ เขาก็ไม่ต่างไปจากผมสักเท่าไหร่หรอก”อวี๋ซือซือจ้องใบหน้าถังฉีตงที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำแม้กระทั่งมุมปากอยู่สองสามวินาทีก่อนที่จะพึมพำกับตัวเองว่า “บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว”ในแววตาถังฉีตงมีรอยยิ้มจางๆ “โอย เจ็บจัง”เมื่อได้ยินถังฉีตงเจ็บ อวี๋ซือซือก็เผลอหยุดเท้าลงและบอกกับตัวเองว่าอย่าใส่ใจ เขากำลังเรียกร้องให้เธอเห็นใจถังฉีตงยังคงแสร้งทำเป็นเจ็บปวดมาก “โอ๊ย ปวดแผลบนหน้าจัง หลังก็เจ็บคงจะไม่มีใครสนใจ”

copy right hot novel pub