โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่190 ใส่เสื้อให้ตาแก่

บทที่190 ใส่เสื้อให้ตาแก่

อวี๋ซือซือกำมือแน่น ในที่สุดก็ฝืนใจแข็งไว้ไม่ได้ เธอจึงพูดอย่างไม่เต็มใจ “แกว่งเท้าหาเสี้ยนเองแล้วยังมีหน้ามาพูด ถอดเสื้อออกสิ”

เธอไม่มีทางสงสารตางี่เง่าถังฉีตงนี่เป็นอันขาด เธอ เธอแค่อยากจะทำตัวเป็นคนดี…

“ชิบหาย ถังฉีตงคุณอยากตายหรือยังไง ฉันให้คุณถอดเสื้อ ไม่ได้ให้คุณถอดกางเกงด้วย รีบสวมกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้”

ถังฉีตงพูดอย่างไร้เดียงสา “ก็คุณให้ผมถอดไม่ใช่หรอ อีกอย่างยังมีอีกหลายที่ที่ผมยังไม่ได้นวด”

“....” เธออดทนไว้ เสียงดูเหมือนจะลอดออกมาจากฟัน “หุบปากเดี๋ยวนี้”

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ถังฉีตงไม่ได้พูดอะไร เขาทำตามคำชี้นำของเธออย่างว่าง่าย เอนตัวลงบนโซฟา เหยื่อกำลังจะติดกับแล้ว ไม่ต้องกังวลไป

อวี๋ซือซือมองชายคนนั้นที่เพิ่งออกกำลังกายมา กล้ามเนื้อด้านหลังแข็งแกร่งขึ้น ผิวหน้าเธอค่อยๆเร่าร้อน ในที่สุดเธอก็แกล้งทำเป็นจงใจเดินเข้าไปอย่างไม่ได้รู้สึกอะไร

ระหว่างนั้น เป้ยฉ่ายเวยกำลังเล่นกับรุ่ยรุ่ยอยู่ที่สนามหญ้าในหมู่บ้าน เพลิดเพลินกับความเงียบสงบช่องเวลาสั้นๆบนเนินเขา

เวลาผ่านไปเร็วชั่วพริบตา

เป้ยฉ่ายเวยอยากใช้เวลากับรุ่ยรุ่ยอย่างเต็มที่ กลับไปครั้งนี้ เธอตัดสินใจที่จะประกาศชัดกับฉูเจ๋อหยาง ให้เขาบอกเงื่อนไขสุดท้ายออกมา

เมื่อกลับเข้าเมือง อวี๋ซือซือก็รอเธออยู่ที่ทางเข้าสถานีรถอยู่แล้ว

เมื่อเป้ยฉ่ายเวยออกมาก็เห็นอวี๋ซือซือพร้อมรถเก๋งสีแดงสะดุดตา แม้ว่าจะไม่ได้มีคนสนใจมากนัก แต่เธอก็รีบเดินตรงไป

“เวยเวย เธอนี่ช้ามาก ฉันรอเธอเป็นครึ่งชั่วโมงแล้ว” อวี๋ซือซือยืนพิงรถพูด

เป้ยฉ่ายเวยพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ตอนกลับมารถติดน่ะ คราวหน้าไม่ต้องมารับฉันหรอก มันก็ไม่ได้ไกล”

“ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็แค่รอ” อวี๋ซือซือนำเข้าไปนั่งในรถก่อน

เป้ยฉ่ายเวยขยับเท้าตามเข้าไป ทั้งสองเข้าไปในรถและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“เป็นไง ลูกรักของฉันยังสบายดีอยู่ใช่ไหม” อวี๋ซือซือถามถึงรุ่ยรุ่ย

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้า “อื้อ ดี พลังเหลือล้น”

“งั้นก็ดี” อวี๋ซือซือสตาร์ทรถ ดูสถานการณ์บนท้องถนนไป พลางตั้งใจพูดไปด้วย “เธอรู้รึเปล่าว่าหลังจากเธอไปวันหนึ่งฉูเจ๋อหยางก็โทรหาฉัน”

“ไม่รู้” เป้ยฉ่ายเวยตอบโดยไม่สะทกสะท้าน ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงหนานฉิงในโทรศัพท์ใจเธออาจจะมีความสุขมากและอาจจะมโนไปว่าฉูเจ๋อหยางอาจจะชอบเธออยู่บ้างก็ได้

ในที่สุดก็เกิดความคาดหวัง และนั่นทำให้เจ็บมาก โชคดีที่ยังไม่สายเกินไปที่เธอจะเข้าใจ

ทำไมอวี๋ซือซือถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงของเป้ยฉ่ายเวยนั้นไม่ถูกต้องล่ะ “เวยเวยเธอไม่เป็นไรใช่ไหม ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมฉูเจ๋อหยางถึงโทรหาฉัน แต่ก็ต้องเป็นเพราะว่าเธอแน่ๆ”

เธอหยุดนิ่งไปก่อนจะพูดอย่างอายๆ “ใช่แล้ว ตอนนั้นฉันว่าอะไรบางอย่างกับเขาไป เธอคงไม่โกรธหรอกเนอะ”

“โกรธทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย ไม่ใช่หรอ” เป้ยฉ่ายเวยยิ้มสำรวม

แต่ในสายตาของอวี๋ซือซือ นี่น่าตกใจผิดปกติ เธอเริ่มคาดเดาไปเรื่อย “เวยเวย อย่าทำให้ฉันตกใจสิ ใครทำให้เธอหงุดหงิดอีกแล้วรึ”

“เปล่า เธอไม่ต้องคิดไปโน่น ฉันแค่มีเรื่องที่จะต้องทำเยอะน่ะ”

“ไม่ เวยเวยเธอต้องมีเรื่องอะไรแน่” แสงจากดวงตาของเวยเวยสาดสองไปที่รอยยิ้มเบาๆที่มุมปากของเป้ยฉ่ายเวย หัวใจรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นบ้าง

“ซือซือ ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” เป้ยฉ่ายเวยเห็นท่าทางของอวี๋ซือซือแล้วเธอก็ยิ้มพร้อมส่ายหัว

เธอรู้แต่เพียงว่าจะทำอย่างไรให้ปากตรงกับใจ

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็บอกฉันมา ทำไมต้องทำยิ้มนิ่งๆอย่างนั้น ราวกับว่าได้สำเร็จกลายเป็นเซียนแล้วและกำลังจะขี่นกกระเรียนโบยบินสู่สรวงสวรรค์อย่างนั้นล่ะ” ถ้าจะให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือราวกับเป็นแม่ชีที่เพิ่งเห็นแจ้งและกำลังจะเดินเข้าสู่ประตูนิพพาน

เป้ยฉ่ายเวยมองออกไปยังท้องฟ้าอันว่างเปล่าและพูดเบาๆ “เธอพูดอะไรเว่อร์ขนาดนั้น ฉันแค่คิดว่าไม่นานน่าจะได้พารุ่ยรุ่ยหนีไปได้แล้วล่ะ”

“หมอโทรมาหาเธอแล้วหรอ” ใจอวี๋ซือซือสงบลงเล็กน้อย เธอเกือบคิดว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับเพื่อนของเธอ

“อื้อ ใช่แล้ว” ที่จริงหมอไม่ได้แจ้งอะไร เป้ยฉ่ายเวยแค่ไม่อยากให้เพื่อนกังวลใจมากเกินไป เธอจึงเลือกที่จะโกหก

อวี๋ซือซือพยักหน้า “เรื่องของที่รักเลื่อนออกไปไม่ได้แล้วล่ะ”

เป้ยฉ่ายเวยได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร

บางทีอวี๋ซือซือก็รู้สึกว่าไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนัก เธอคิดว่าข่าวคราวที่ตัวเองรู้มาน่าจะเป็นแค่เรื่องตลกถ้าหากว่าเล่าให้เป้ยฉ่ายเวยฟัง

“เวยเวยเธอไม่รู้หรอก หลายวันก่อนถังฉีตงถูกคนอัดมา หน้าเขียวคล้ำมาให้ฉันทายาให้”

เป้ยฉ่ายเวยนิ่งอึ้ง “เขาโดนอัดได้อย่างไร”

อวี๋ซือซือยิ้มอย่างภาคภูมิ “เหอเหอ เธอไม่ต้องเดามั่วไป เขาโดนฉูเจ๋อหยางอัดมา ได้ยินว่าตอนนี้ฉูเจ๋อหยางก็ไม่ได้ดีกว่ากันเท่าไหร่ เธอว่าเรื่องนี้น่าตลกดีไหม”

ไม่รอให้เป้ยฉ่ายเวยหัวเราะ ตัวเธอเองก็หัวเราะฮ่าฮ่าออกมาก่อนแล้ว

เสียงหัวเราะที่คาดไม่ถึงก็ดังออกมา จังหวะกับที่ไฟแดงพอดี อวี๋ซือซือหยุดรถและหันไปถามเป้ยฉ่ายเวยด้วยความมึนงง “เวยเวยเธอไม่รู้สึกว่าน่าตลกหรอ”

“อื้อ น่าตลกเนอะ” เป้ยฉ่ายเวยคิดถึงเรื่องที่ว่าฉูเจ๋อหยางอาจจะได้รับบาดเจ็บหัวใจเธอก็เริ่มสับสนวุ่นวาย

อวี๋ซือซือเลิกหน้าผากจนเห็นรอยย่นทั้งสามเส้น “เวยเวย เธอแกล้งฉันหรอ เรื่องนี้มันตลกจะตาย”

“ซือซือไฟเขียวแล้ว” เป้ยฉ่ายเวยแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจและเตือนหล่อน

เสียงแตรทางด้านหลังนั้นเหมือนกับปีศาจที่คอยกระตุ้น อวี๋ซือซือได้แต่เคลื่อนรถออกจากตรงนั้น เธอรู้สึกว่าเวยเวยมีบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม แต่เธอก็บอกไม่ได้แน่ชัดว่าที่ตรงไหน

ไม่ได้การแล้ว รอให้มีเวลา เธอจะต้องสืบให้รู้ให้ได้

เป้ยฉ่ายเวยเห็นอวี๋ซือซือเลี้ยวรถเธอจึงเอ่ยปาก “ซือซือ ฉันอยากกลับบ้าน”

หมายถึงบ้านของเธอเอง

“เธอไม่กลับไปบ้านฉันหรอ อยู่คนเดียวไม่กลัวหรือไง” เรื่องของลิ่วเอ่อร์ยังไม่ทันคลี่คลายเลย“ไม่ หลายวันนี้เธอก็ไม่เห็นเป็นไรไม่ใช่หรอ” ผ่านไปหลายวันแล้วลิ่วเอ่อร์ก็ไม่ได้ลงมืออะไร น่าจะล้มเลิกแล้วล่ะมั๊งอวี๋ซือซือพูดด้วยความไม่พอใจ “ถึงหลายวันนี้จะไม่ได้เกิดเรื่อง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ทำอะไร อาจจะแค่รอจังหวะที่เธออยู่ตามลำพังนะ อีกอย่างคราวที่แล้วลิ่วเอ่อร์ก็ส่งของน่าเกลียดมาให้เธอไม่กลัวหรือไง”“ผ่านไปนานแล้ว ไม่เป็นไร ยังไงที่นั่นก็เป็นบ้านของฉัน”อวี๋ซือซือเห็นเป้ยฉ่ายเวยยืนกราน เธอจึงได้แต่หมุนพวงมาลัยเพื่อกลับรถ ขณะที่ปากยังคงบ่นพึมพำ “เวยเวย ฉันสงสัยจริงๆว่าจะมีใครมาขโมยบ้านเธอไป”“...”“คืนนี้เป็นงานเลี้ยงของนังตัวดีนั่นแล้วนี่ เธอรับปากว่าจะไป แต่ถ้าเธอไม่ไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร” ความตั้งใจของอวี๋ซือซือก็คือการที่ไม่ต้องให้เป้ยฉ่ายเวยไป ใครจะไปอยากหาใส่ตัวเอง“ไม่ได้ ฉันรับปากเธอแล้ว ไม่ไปไม่ดี” ต่อไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ถือโอกาสนี้บอกลาเลยแล้วกัน“โอเค ถ้างั้นเย็นนี้ฉันมารับ” อวี๋ซือซือรู้ว่ายื้อไปก็คงไม่มีประโยชน์ สู้ไปด้วยแล้วกัน“ขอบคุณ ซือซือ” ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร เธอจะสนับสนุนหล่อนอย่างไม่มีเงื่อนไข หวังว่าพวกเขาจะได้ครองรักกันแบบนี้ตลอดไป

copy right hot novel pub