โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่192 ค่ำคืนอันแสนวิเศษที่กำหนดเอาไว้แล้ว

บทที่192 ค่ำคืนอันแสนวิเศษที่กำหนดเอาไว้แล้ว

หลินเว่ยพยักหน้าอย่างอดไม่ได้ แน่นอนคนที่พักร้อนนานที่สุดช่วงนี้ก็คือเวยเวย แต่ที่แปลกก็คือไม่เห็นมีใครถามอะไร เมื่อจับสองเรื่องนี้เชื่อมโยงกัน ทันใดนั้นก็มีความคิดอันอาจหาญผุดขึ้นในใจของเขา

แต่ว่าเขาก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ “พี่เหมย พี่รู้ไหมว่าเวยเวยเข้ามาทำงานที่นี่ได้ยังไง”

หูวี่เหมยเอียงหน้าไปมองเขา “เธอก็มีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

“ฉันไป….” คำตอบคลุมเครือของหูวี่เหมยทำให้สิ่งที่หลินเหว่ยคาดเดาได้รับการยืนยัน

เวยเวยเข้ามาได้เพราะทนายฉู และการที่พักหลังมานี้ทนายฉูอยู่ๆก็โผล่มาทำงานที่ออฟฟิตทุกวันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนก็เพราะว่าเวยเวย!!

ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งชื่นชมสมองอันปราดเปรื่องของตัวเอง เสียดายน่าจะไปเป็นนักสืบ ดีที่เป็นเลขาของทนายก็ไม่ได้เลวอยู่เหมือนกัน

เมื่อหลินเว่ยคาดเดาเรื่องได้ตามนั้นแล้ว เมื่อหวนนึกถึงตอนที่เวยเวยเอาอาหารกลางวันมาให้เขา คำพูดคำจาของทนายฉูฟังดูแปลกๆ ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้รู้เรื่องราวลับๆนี้เอง

ยังจะกล้าให้เวยเวยเรียกเขาว่าพี่ชายอีก ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องเรียกเธอว่าพี่สาวแล้วล่ะ

แต่ว่าทนายฉูก็มีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

ไม่นานนักเป้ยฉ่ายเวยก็ได้รับการแจ้งเตือนจากแผนกบุคคล ให้เธอไปทำงานในวันรุ่งขึ้น

นี่เรียกว่าเป็นสไตล์ของฉูเจ๋อหยาง ถ้าหากว่าใครทำให้เขาหงุดหงิดใจ เขาจะเพียรทำให้อีกฝ่ายเจ็บจนไม่มีที่ยืน

แต่ว่าเธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไป

ตอนเย็นที่อวี๋ซือซือขับรถมารับเธอ เธอก็พบว่าหล่อนตาแดงๆ การแต่งหน้าก็ไม่สามารถปกปิดรายละเอียดเล็กน้อยนี้ได้

“เวยเวย เธอไม่สบายรึเปล่า” ทำไมดูซังกะตายอย่างนี้ ไม่มีชีวิตชีวา

เป้ยฉ่ายเวยกรอกตา เธอพยายามฝืนยิ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ยังพูดและทำเป็นว่าไม่เรื่องอะไร “ฉันไม่เป็นไร อาจจะเพราะวันนี้ทำความสะอาดบ้านก็เลยเหนื่อย”

“เธอนะ รู้ว่าร่างกายตัวเองยังไม่หายดีก็ยังจะฝืน คราวหน้าถ้าจะทำความสะอาดก็เรียกฉันด้วยนะ” เธอรู้ว่าเพื่อนเธอขยันแค่ไหน ดังนั้นเธอเลยไม่ได้สงสัยอะไร

“อื้อ คราวหน้านะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว เรารีบไปกันเถอะ” เป้ยฉ่ายเวยแค่ต้องการให้ไปให้จบๆงานเลี้ยงในวันนี้ไป เธอเหนื่อยมากจนไม่อยากจะแบบอะไรไว้อีกแล้ว

“ได้” อวี๋ซือซือพยักหน้า

ค่ำคืนนี้ถูกกำหนดไว้ให้เป็นค่ำคืนที่ไม่ธรรมดา

คนที่ได้รับเชิญจากตระกูลหนาน ล้วนแล้วแต่เป็นคนดังของเมืองจิ่นอัน ในนั้นรวมถึงข้าราชการอาวุโสหลายท่าน แน่นอนว่าในนั้นก็มีภรรยาและลูกของเขาด้วย พวกเธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรให้เป้าสายตา

มันเป็นงานฉลองวันเกิด แต่ก็เหมือนกับงานอวดฐานะ บ้านช่อง และอวดร่ำอวดรวยไปในตัว

สำหรับพวกเขาเหล่านั้นงานเต้นรำทางสังคมมีนับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งงานปาร์ตี้เฉลิมฉลอง คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

แต่งานเช่นนี้สำหรับเป้ยฉ่ายเวยเธอไม่ถนัดเลยสักนิด

นี่เป็นโลกอีกใบหนึ่งที่ไม่เข้ากับเธอเลย วันนี้เธอต้องก้าวเท้าเข้ามาอีกครั้ง นี่เป็นโชคชะตา

ไม่มีใครสามารถฝืนบนเพลงแห่งโชคชะตาได้

เมื่อพวกเธอถึงที่นั่นแล้ว รถยนต์คันครูหลายคันจอดอยู่ที่นอกประตู ทุกคนสวมใส่หน้ากากปลอมที่แกะสลักอย่างงดงาม ค่อยๆก้าวเข้าประตูไป

“เวยเวย พร้อมรึยัง” อวี๋ซือซือก็ไปร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้มาไม่น้อยเหมือนกัน สำหรับเธอแล้วก็เหมือนกับการไปรับประทานอาหารมื้อหนึ่งเท่านั้น

เพียงแต่ว่าคนที่เป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงวันนี้คือผู้หญิงแสบคนนั้น เธอเป็นห่วงว่าเป้ยฉ่ายเวยจะทุกข์ใจ

“อื้อ ไปกันเถอะ” เป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง เธอจึงรีบเปิดประตูรถลงไปก่อน

อวี๋ซือซือรู้ว่าหล่อนกำลังฝืนใจเข้าไป เธอได้แต่ตามลงจากรถไป

จากที่ไกลๆหนานฉิงมองเห็นร่างเป้ยฉ่ายเวยและอวี๋ซือซือกำลังเดินเข้ามา มุมปากของเธอก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

ทันใดนั้นก็มีมือยื่นมาแตะที่ไหล่ของหนานฉิง เสียงนั้นลื่นไหลเข้าไปในหูของเธอ “น้องสาว นังนั่นมันมายุ่งกับน้องอีกแล้วหรอ น้องคิดจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”

หนานฉิงมองคนที่เดินมา สายตาของความรังเกียจถูกปิดซ่อนไว้เป็นอย่างดีไม่ปล่อยให้ชายข้างๆได้เห็น เธอจับมือที่แตะอยู่บนไหล่และพูดอย่างไร้เดียงสา “พี่ชาย ฉันไม่รู้ว่าพี่พูดเรื่องอะไร”

“น้อง คนอื่นไม่เข้าใจน้อง แต่พี่เป็นพี่นะจะไม่เข้าใจน้องได้ยังไง”

จางเจิ้งกวางคือลูกพี่ลูกน้องของหนานฉิง เป็นทายาทรุ่นที่สอง ทำเรื่องผิดกฎผิดศีลมาไม่น้อย ถือว่าบ้านตัวเองมีเงิน ไม่รู้ว่าทำผู้หญิงเสียใจมาเท่าไหร่แล้ว

ยิ่งเป็นลูกคนเดียวของที่บ้าน ด้วยอิทธิพลของตระกูลหนาน หลังจากอยู่ลอยนวลอย่างสงบสุขมาหลายปี ตอนนี้ยิ่งนิสัยเสียเข้าไปใหญ่

หนานฉิงฉีกยิ้มและพยักหน้าให้แขก เธอลดเสียงลงพูดกับชายข้างๆ “พี่ อาหารหากินไม่เลือกได้ แต่ว่าคำพูดพูดออกมาโดยไม่คิดไม่ได้”

“ทำไมน้องถึงได้ใจร้ายนัก ยังไงซะพี่ก็ไม่มีวันทำร้ายน้องหรอกใช่ไหม” จางเจิ้งกวางดึงมือกลับไป เขาแสยะยิ้ม น้องเรานี่ยิ่งโตยิ่งสวย สวยจนยากเกินจะห้ามใจ

หนานฉิงทนกับสายตาที่จางเจิ้งกวางมองเธอไม่ไหว เธอได้แต่คำรามเบาๆ “จางเจิ้งกวาง สำรวมหน่อย ที่นี่บ้านฉันนะ”

เธอช่างซวยจริงๆที่มีลูกพี่ลูกน้องแบบนี้ ไม่เพียงแต่เด็ดดอกไม้ไปเรื่อยไม่เลือกสถานที่ เขายังชอบทำหน้าทำตาน่าสมเพช ถ้าหากไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับแล้ว เธอไม่อยากจะยอมรับเลยว่ามีญาติที่น่ารังเกียจเช่นนี้

“เวลาที่น้องโกรธนี่ดูสวยจังเลยนะ” จางเจิ้งกวางไม่เพียงแต่ไม่ได้โมโห เขายังคงดื่มด่ำกับความงาม

หนานฉิงโมโหจนควันออกหู มีแขกวีไอพีมากมายกำลังไหลหลั่งมา เธอทำอะไรไม่ค่อยถนัด ได้แต่ยืนปั้นหน้าต่อไป อีกประเดี๋ยวต้องไปฟ้งคุณแม่ให้จัดการกับจางเจิ้งกวางระหว่างที่พวกเขาสนทนากัน เป้ยฉ่ายเวยและอวี๋ซือซือก็เดินใกล้เข้ามา“หนานฉิง สุขสันต์วันเกิด” เป้ยฉ่ายเวยยื่นของขวัญที่เตรียมเอามาให้หนานฉิงยื่นมือออกไปรับ หลังจากนั้นก็ส่งต่อให้กับคนรับใช้ข้างๆ เธอยิ้มเจื่อนๆขณะพูด “เวยเวย เธอมาจนได้ ฉันดีใจมาก แต่ฉันยังต้องอยู่ต้อนรับแขกคนอื่นไป คงไปคุยกับเธอไม่ได้ เธอเข้าไปข้างในก่อนนะ” “อื้อ” เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้า สายตาของผู้ชายที่อยู่ข้างหนานฉิงที่มองมาทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แต่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของหนานฉิง เธอจึงไม่ได้พูดอะไรอวี๋ซือซือสังเกตเห็นว่าสายตาล่อกแล่กของชายคนนั้นกำลังจ้องไปที่หน้าอกของเป้ยฉ่ายเวยเธอจึงดึงคนกลับเข้ามาและถลึงตาใส่เขา “มานี่มา เดี๋ยวหมามันมอง”จางเจิ้งกวางยังมีหน้าพูดอย่างไร้ยางอาย “แหมเฮียขอมองหน่อยทำเป็น เฮียไม่ได้มองเธอสักหน่อย”เมื่อเขาพูดจบก็เห็นตาอันดุดันของอวี๋ซือซือ นั่นทำให้เขายิ่งสนุก ที่แท้ทั้งสองก็เป็นสาวงามกันทั้งคู่ “คนสวยไม่ต้องอิจฉากัน ไม่เป็นไร เฮียมองน้องด้วยก็ได้”“ปากหมาหยุดพล่ามได้แล้ว อยากมีเรื่องหรอ” อวี๋ซือซือเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด เธอกำกำปั้นแน่นและพร้อมที่จะชกต่อยคนเป้ยฉ่ายเวยเห็นสายตาของคนอื่นกำลังจ้องมองมา เธอจึงดึงเสื้อของอวี๋ซือซือไว้และกระซิบ “ซือซือช่างเถอะ เราเข้าไปข้างในกันไม่ต้องสนใจคนแบบนี้หรอก”

copy right hot novel pub