โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่193 ฉันไปหาเพื่อน

บทที่193 ฉันไปหาเพื่อน

วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ จะให้จางเจิ้งกวางมาทำพังไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ หนานฉิงท่องเอาไว้ในใจ เธอจึงดึงตัวจางเจิ้งกวางไว้และแกล้งทำไม่พอใจ “พี่ นั่นเพื่อนของฉัน ตอนนี้ช่วยทำตัวดีๆก่อน”

ตอนนี้ก่อนรึ จางเจิ้งกวางเงยหน้าขึ้นมองและรับสารที่สื่อออกมาจากสายตาขอหนานฉิง เขาพยักหน้ารับทราบ “ได้ วันนี้เป็นวันเกิดของน้อง พี่จะไม่ทำตัวรุ่มร่ามพับพวกหล่อนต่อหน้าน้อง”

หนานฉิงพยักหน้าและหันกลับไปขอโทษพวกเธอ “เวยเวย ซือซือ ขอโทษด้วยนะ พี่ชายฉันงี่เง่าเอง อย่าไปใส่ใจ”

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าและดึงอวี๋ซือซือให้เข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่ค่อยเต็มใจ

พอคนไปแล้ว จางเจิ้งกวางก็ก็ลูบมือรอแทบไม่ไหวที่จะถาม “น้อง รอบตัวมีของดีอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่บอกพี่ชายสักคำ ไม่ไหวเลยนะ”

หนานฉิงเย้ยหยัน “ตอนนี้ก็รู้แล้วไม่ใช่หรอ”

“ดูเหมือนว่าคนสวยสองคนนี้จะทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับน้อง ให้พี่ช่วยจัดการไหมล่ะ” จางเจิ้งกวางเห็นหน้าสวยๆของเป้ยฉ่ายเวย ความกระหายของสัตว์ป่าก็ปะทุขึ้น

ถ้าหากว่าความงามนี้มาอยู่ในมือตนได้ จะน่าปีติยินดีขนาดไหนกันนะ แค่คิดเช่นนี้ หน้าท้องของเขาก็กระเพื่อมด้วยความหื่นกระหาย

“พี่ชายอย่าพูดพล่อยๆไป เวยเวยเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับฉัน พ่อแม่หล่อนก็ไม่ได้อยู่ในเมืองนี้ มีแค่เพียงยายสูงอายุคนเดียวในชนบท ฉันคิดว่าพี่ควรจะทำอะไรระวังหน่อยนะ”

หนานฉิงผิวเผินดูเหมือนจะเป็นการเตือนจางเจิ้งกวาง แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการบอกจางเจิ้งกวางว่าเป้ยฉ่ายเวยเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียวไม่ได้มีใครหนุนหลัง ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ก็คงไม่มีใครมาสืบสาวเอาเรื่อง

ในตาจางเจิ้งกวางมีแสงสลัว รอยยิ้มอันชั่วร้ายผุดขึ้นบนหน้าเขาทีละน้อย “น้องพี่ พี่เข้าใจแล้ว น้องวางใจได้ พี่จะช่วยดูแลเพื่อนน้องให้เอง”

หนานฉิงยิ้มเยาะทำท่าทางเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่จางเจิ้งกวางพูด “งั้นก็ดีค่ะ พี่ชาย”

“น้องสาว ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่อยู่เป็นเพื่อนน้องตรงนี้แล้วล่ะ พี่มีธุระ” จางเจิ้งกวางพูดด้วยความรีบร้อน

หนานฉิงพูดอย่างเป็นธรรมชาติ “ตามสบายค่ะพี่ ฉันอยู่ตรงนี้คนเดียวได้”

จางเจิ้งกวางไม่รอช้า เขารีบพุ่งตรงไปตามทิศทางที่เป้ยฉ่ายเวยเดินไป

มุมปากหนานฉิงยกขึ้นเปื้อนรอยยิ้ม จางเจิ้งกวางหวังว่าพี่จะทำให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่น่าจดจำของเป้ยฉ่ายเวย ถึงตอนนั้นเธอก็จะพาอาเจ๋อขึ้นเตียงเอง

เป้ยฉ่ายเวยชีวิตนี้แกอย่าได้คิดจะหวนกลับมาอีกเลย ถ้าเธอไม่ลงมือ เป้ยฉ่ายเวยก็คงจะสิงอยู่ที่นี่ไม่ยอมออกไปจากเมืองจิ่นอันเสียที

ผู้ชายใสซื่อบริสุทธิ์อย่างอาเจ๋อจะไปทันลูกไม้แพรวพราวของหญิงแพศยาได้อย่างไรกัน

หนานฉิงบีบฝ่ามือตัวเอง แววตาอันโหดร้าย เป้ยฉ่ายเวยอย่าหาว่าฉันใจไม้ไส้ระกำเลย โทษตัวเธอเองเถอะที่ไปตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรัก

“เวยเวยทำไมเมื่อกี๊ไม่ยอมปล่อยให้ฉันสั่งสอนไอ้หมอนั่น” อวี๋ซือซือคิดแล้วก็เสียอารมณ์

ทันทีที่เธอเห็นสายตาอันน่าขยะแขยงของชายคนนั้น เธอรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นพวกขยะสังคมหมกมุ่นแต่เรื่องคาวโลกีย์ เธอเห็นทะลุถึงตับ ไต ไส้ พุงถึงซี่โครงทุกซี่ ยังจะกล้ามาแทะโลมเพื่อนของเธอ

รนหาที่ตายชัดๆ

“ช่างเถอะซือซือ พอตัดเค้กเสร็จเราก็กลับกันได้แล้ว” พอเป้ยฉ่ายเวยนึกถึงสายตาของจางเจิ้งกวาง เธอก็อึดอัดอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าพวกเธอเป็นแขก ทำอะไรเอิกเกริกก็ไม่ค่อยสะดวก

“หืม ถ้าเธอไม่ห้ามไว้ล่ะก็ ฉันอัดมันฟันร่วงหมดปากแล้ว” อวี๋ซือซือบ่น

เป้ยฉ่ายเวยยิ้มตาม “ใช่ใช่ ฉันรู้ว่าเธอเก่งที่สุด”

อวี๋ซือซือทนกับการแสดงออกของเป้ยฉ่ายเวยไม่ไหว ต้องยอมแพ้ “เอาล่ะ เก็บอาการหน่อย เราไปหาอะไรทานกันก่อนดีกว่า”

“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ที่แท้พวกคุณอยู่ที่นี่เอง” ถังฉีตงค่อยๆเดินเข้ามา คนทางด้านหลังไม่ใช่ฉูเจ๋อหยางแต่ว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ปรากฏตัว เจี่ยงเสี่ยวเล่อ

“Hello สาวสวยทั้งหลาย”

เป้ยฉ่ายเวยและอวี๋ซือซือสบตากัน ได้แต่ยิ้มๆไม่รู้จะทักเจี่ยงเสี่ยวเล่อว่าอะไรดี พี่สาวหรือน้องสาวเรอะ?

มัวแต่คิดถึงแต่อยากจะถามว่าดอกเบญจมาศของเขายังอยู่ตรงนั้นรึเปล่า

เจี่ยงเสี่ยวเล่อดูเหมือนจะเข้าใจว่ารอยยิ้มในแววตาของทั้งคู่หมายถึงอะไร สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยพร้อมตะคอกขึ้นมาว่า “เก็บความคิดเน่าๆของชะนีเอาไว้ตรงนั้น คิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือยังไง”

“ถ้าอย่างนั้นเฉียวเจิ้นหลีก็เป็นฝ่ายรับ?” อวี๋ซือซือถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ดูอย่างไรเฉียวเจิ้นหลีก็น่าจะเป็นคนรุก

“ก็…” เจี่ยงเสี่ยวเล่อกำลังจะตอบ เขาก็เหลือบไปเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของทั้งคู่จ้องเขม็ง น้ำเสียงเขาจึงเปลี่ยนไปขณะพูดขึ้นว่า “พวกเธอหน้าไม่อายกล้ามาถาม ช่างไม่มีมโนสำนึก”

เมื่อนึกถึงราคาที่ต้องจ่ายในค่ำคืนอันเจ็บปวดนั้น เขาลุกจากเตียงไม่ไหวไปหลายวัน เดินก็ต้องกะเผลกกะเผลกไป

แต่ว่าจิตวิญญาณของเขายังเป็นชายทั้งแท่ง ร่างกายไม่อาจควบคุมได้ แค่ปล่อยให้เป็นตัวเองไป

อวี๋ซือซือและเป้ยฉ่ายเวยละสายตาไปด้วยความผิดหวัง โธ่เอ๋ย พูดถึงตอนสำคัญแล้วก็หยุดไป

ถังฉีตงมองอวี๋ซือซือและยิ้มอย่างไม่มีพิษมีภัย “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ มานี่สิผมมีอะไรจะบอกคุณ”

“ไปให้พ้น ฉันไม่มีธุระอะไรกับคุณ” อวี๋ซือซือหลบสายตาอย่างไม่ผิดสังเกต หัวสมองเธอหวนคิดถึงแต่ตอนที่ถังฉีตงปีนขึ้นคร่อมบนโซฟาวันนั้น

ความทรงจำหลังจากนั้น เธอปฏิเสธที่จะนึกถึงมัน

ถังฉีตงพยักหน้า “ก็ได้ คุณต้องการพูดกันตรงนี้ว่าวันนั้นพวกเรา…”

อวี๋ซือซือไม่รอให้ถังฉีตงพูดจบก็รีบดึงตัวคนออกไปข้างนอก พูดมา ถ้าพูดไม่ออกล่ะก็ เดี๋ยวไม่รู้เรื่องกันแน่

“ดูสิ เดินหนีไปกันแล้ว ผมอยู่เป็นเพื่อนคุณแล้วกัน” เจี่ยงเสี่ยวเล่อกับเป้ยฉ่ายเวยยืนดูสองคนนั้นกระฟัดกระเฟียดกันเดินออกไป

เป้ยฉ่ายเวยหันมามองเจี่ยงเสี่ยวเล่อ วันนี้เขาตั้งใจสวมชุดทักซิโดสีดำ ริมฝีปากแดงฟันขาวใสเหมือนหนุ่มน้อย อื้อ เสียงลมหายใจนั้นยิ่งนานก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“เฮ้ คุณนี่ยังไงกัน” เจี่ยงเสี่ยวเล่อสังเกตเห็นสายตาสอดส่ายของเป้ยฉ่ายเวย เขาอายจนหูแดงเป้ยฉ่ายเวยหันกลับไปพูดหน้าซื่อๆ “เปล่านี่ เสี่ยวเล่อวันนี้คุณหล่อดีนะ”“เหอเหอ วางใจเถอะ วันนี้ให้ผมเป็นคู่ควงของคุณก็แล้วกัน” เจี่ยงเสี่ยวเล่อรู้สึกเจ็บแปลบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนเป้ยฉ่ายเวย แต่เพราะว่าเป้ยฉ่ายเวยปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่กับเขา เขาถึงได้รับมอบหมายให้อยู่กับเป้ยฉ่ายเวยนี่มันคำพูดบ้าอะไรกัน น่าโมโหที่สุดเป้ยฉ่ายเวยพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนคุณแล้ว”เจี่ยงเสี่ยวเล่อหลุดลอยไปอยู่ครู่หนึ่ง เป้ยฉ่ายเวยสยายผมสีดำเงาวับไปบนหน้าอกของเขา ชุดราตรีสีขาวขับส่วนโค้งเว้าของเธอจนได้รูป กระโปรงบางช่วยเพิ่มความขี้เล่นให้กับเธออีกเล็กน้อยสาวงามเช่นนี้ยืนอยู่ข้างๆในใจเขากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด มีเพียงลมหนาวพัดเป่าภายในใจ หมดกัน เขาเบี่ยงเบนไปแล้วจริงๆไม่ เขาจะต้องพยายามหน่อย บางทีอาจจะเป็นเพราะผู้หญิงที่อยู่ใกล้คนนี้เป็นเพื่อนผู้หญิง ดังนั้นเขาก็เลยไม่รู้สึกอะไร ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจจะรู้สึกก็ได้นะยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงสวยที่สุดในงานนี้เลย“เวยเวย ถ้างั้นคุณรอผมที่นี่ก่อน ผมจะไปหาเพื่อน”

copy right hot novel pub