โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่196 การตัดสินใจครั้งนี้

บทที่196 การตัดสินใจครั้งนี้

เป้ยฉ่ายเวยเดินไปหามุมสงบๆในสวนหลังบ้าน เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นเงาที่กำลังเบียดเสียดตามเธอมา

จนกระทั่งเธอเดินไปถึงบ่อปลา ทุกที่คึกคักมีชีวิตชีวา เธอจึงหยุดฝีเท้า

เธอก้มหน้ามองปลาคราฟเต็มบ่อ ความคิดไม่รู้ล่องลอยไปที่ไหน

คืนนี้ทุกการกระทำของฉูเจ๋อหยางที่มีต่อหนานฉิงเป็นเหมือนการตบหน้าเธอ ไม่เพียงแต่เจ็บที่ร่างกายเท่านั้นแต่มันสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ

หรือว่ามันถึงเวลาที่เธอควรจะจากไปแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป…

ทันใดนั้นมือที่ซุกซนก็โผล่มาทางด้านหลังเป้ยฉ่ายเวยและโอบไปรอบเอวของเธอ เขาพูดอย่างแปลกประหลาด “ที่รักทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ อยากให้ผมคิดถึงจนตายหรือยังไง”

“เอ่อ---คุณเป็นใคร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เป้ยฉ่ายเวยถูกชายแปลกหน้าโอบกอดไว้ เธอต้องการกรีดร้องออกมาด้วยสัญชาตญาณและยื่นมือผลักคนทางด้านหลัง

ชายคนนั้นดูผ่ายผอม จะบอกว่าเป็นผู้ชายได้อย่างไร แค่โดนผลักเล็กน้อย เขาก็ออกแรงกอดรัดเธอแน่นขึ้น ลมหายใจหนักหน่วงมาพร้อมความเร่งรีบ

“นังแพศยา จะร้องอะไร ตัวเองหนีมาอยู่คนเดียวตรงนี้ไม่ได้มาเพื่ออ่อยผู้ชายหรือยังไง”

“คุณนั่นเอง---จางเจิ้งกวาง” เป้ยฉ่ายเวยเหลือบไปมองผู้ชายที่รัดเธอเอาไว้ด้วยสายตาอาฆาต สีหน้าเขาจึงเปลี่ยนไปในทันที

น่าเสียดายที่แรงของทั้งคู่ห่างไกลกันมาก ไม่ว่าเธอจะพยายามออกแรงอย่างไรก็ไม่สามารถสู้แรงจางเจิ้งกวางได้ ใบหน้าน้อยๆค่อยๆซีดขาว

จางเจิ้งกวางเห็นว่าเป้ยฉ่ายเวยจำเขาได้ ใบหน้าเขาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอันใดและยังพูดจาไม่สุภาพ “ใช่แล้ว คนสวย จำพี่ได้หรอ มา พี่รู้จักที่หนึ่งนุ่มมาก จะพาเธอไปพักผ่อนซะหน่อย”

เป้ยฉ่ายเวยกรีดร้องโวยวาย สุดท้ายก็คุมสติให้ตัวเองสงบลง เธอรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ยั่วเขา เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอเดินออกมา

เว้นเสียแต่ว่าเขาคอยสะกดรอยตามเธอมาตั้งแต่ต้น “จางเจิ้งกวาง ปล่อยมือจากฉันเดี๋ยวนี้ ฉันเป็นแขกที่หนานฉิงเชิญมา คุณกล้าดียังไง ไม่กลัวฉันตะโกนร้องให้คนช่วยหรอ”

จางเจิ้งกวางทำหน้าราวกับได้ยินเรื่องตลก เขาหัวเราะอย่างดุเดือดพร้อมจ้องใบหน้าอันบอบบางของเป้ยฉ่ายเวยไปด้วย “ร้องสิ ลองดูว่าใครหน้าไหนมันจะมาช่วยเธอ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอก็เป็นแค่สาวบ้านนอกคนหนึ่งน่ะ”

พูดพลางเขาก็ปล่อยมือข้างหนึ่งเอาไปแตะคางเรียบๆของเป้ยฉ่ายเวย สายตาของเขาสาดลำแสงหนึ่งออกมา เหี้ย ผิวของผู้หญิงคนนี้ น่าเอาชิบหาย ไม่รู้เอาแล้วจะเป็นยังไงบ้าง

ผิวดีขนาดนี้ ยังไงก็ไม่แย่หรอก

“ขอแค่เธอ…”

นี่ถือเป็นโอกาส เป้ยฉ่ายเวยรอใจจดใจจ่อให้จางเจิ้งกวางเผลอชั่วครู่ เธอยกเท้าขึ้นกระทืบเท้าชายคนนั้น พอเขาเจ็บ มือก็เผลอปล่อยเธอออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

เป้ยฉ่ายเวยอาศัยจังหวะนี้ สะบัดกระโปรงเตรียมจะวิ่งไปทางคฤหาสน์อย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

แต่เธอก้าวไปยังไม่ถึงสองก้าว เธอก็รู้สึกเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง ผมของเธอถูกดึงเอาไว้อย่างหนักมือ คนไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาตบเข้าที่เบ้าหู

เป้ยฉ่ายเวยลงไปกองกับพื้น ผมอันบอบบางบวมแดงขึ้นทันที เธอกลางเป็นรองเท้า แพ้รองเท้า ถ้าหากว่าไม่ได้ใส่ส้นสูงมาล่ะก็ คงไม่ถูกจางเจิ้งกวางจับตัวเอาไว้ได้ง่ายขนาดนี้

ตอนนี้จะมาเสียใจก็ไม่ทันซะแล้ว

มีความเจ็บปวดบนใบหน้าจางเจิ้งกวาง ว่าอย่างไรเขาก็เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงม มีลุงคนหนึ่งคอยรับใช้ ออกไปข้างนอกก็มีแต่คนเอาอกเอาใจ ไม่เคยถูกใครดูถูกเช่นนี้

และยังเป็นแค่เพียงผู้หญิงที่ไม่มีอำนาจใดๆ ถ้าหากใครรู้เข้าแล้วล่ะก็ เขาจางเจิ้งกวางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

เมื่อคิดแล้ว จางเจิ้งกวางก็คว้าผมเป้ยฉ่ายเวยไว้ด้วยความโกรธ เขาดึงทึ้งขึ้น บังคับให้เป้ยฉ่ายเวยเผชิญหน้ากับตัวเอง แม้ว่าใบหน้าของหญิงคนนั้นจะเพิ่งถูกเขาตบมา แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลใดๆต่อความงามอันน่าทึ่งของเธอ

ด้วยสายตาอันดื้อรั้นนี้ ยิ่งกระตุ้นความหื่นกระหายของชายคนหนึ่งที่อยากจะเอาชนะเธอยิ่งขึ้นไปอีก

หลังจากที่เขาแน่ใจแล้วว่าเป้ยฉ่ายเวยไม่กล้าพยศอีก เขาจึงแกล้งพูดอย่างน่าสงสาร “เธอก็เชื่อฟังพี่หน่อยสิ ตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว มามาพี่จะปลอบ”

เป้ยฉ่ายเวยจับกระโปรงด้วยมือเดียว เธอแทบอยากจะอาเจียน เวยเวยเบนหัวเพื่อหลบมืออันรุ่มร่ามของจางเจิ้งกว้าง เธอพยายามคุมสติภายใต้แรงกดดันนี้และพูดอย่างใจเย็น “จางเจิ้งกวาง คุณอย่าทำรุ่มร่าม อีกเดี๋ยวแฟนฉันก็จะมาตามหาฉันแล้ว”

จางเจิ้งกวางหยุดมือและยิ้มเยาะ “สาวน้อย เธออย่ามาแผนสูงหน่อยเลย ฉันรู้ว่าเธอไม่มีแฟน”

ถ้าหากว่าเธอมีแฟนที่ร้ายกาจ ลูกพี่ลูกน้องเขาก็คงบอกเขาไปแล้ว

“เอาล่ะ ในเมื่อคุณรู้ทุกอย่างหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นช่วยฉันหน่อยได้ไหม” เป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าเธอไม่สามารถกำจัดจางเจิ้งกวางได้ด้วยตนเอง จุดที่พวกเขาอยู่นั้นห่างจากคฤหาสน์มาก ต่อให้ร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่แน่ว่าจะมีใครมาช่วย

และยิ่งจางเจิ้งกวางกำลังโมโห ทางที่ดีควรตามน้ำไปก่อน

จางเจิ้งกวางเห็นเป้ยฉ่ายเวยยอมรับความเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว เขาก็อดยิ้มไม่ได้ “เฮ่อ ไม่ใช่ลูกแมวตัวเล็กๆหรอนี่ แค่นี้ก็กลายมาเป็นหมาปักกิ่งตัวน้อยแล้ว”

“ก็คุณก็บอกเอง ฉันร้องไปก็ไม่มีประโยชน์ ที่จริงกับใครก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ” เป้ยฉ่ายเวยซ่อนความรังเกียจในสายตาเอาไว้ พร้อมพูดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

แม้ว่าจางเจิ้งกวางจะรู้สึกสงสารอยู่บ้าง แต่ว่าหญิงงามเครื่องติดแล้ว นั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกใจร้อน เขาอุ้มเป้ยฉ่ายเวยไปทางพงหญ้าด้านหลัง “คนสวยถ้าเธอคิดอย่างนี้ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องมีเรื่องอะไรแล้ว”

“ดูเท้าคุณจางจะไม่ค่อยสะดวก ให้ฉันช่วยคุณดีกว่า ก่อนนี้ฉันเคยมาตระกูลหนานเลยรู้ว่าตรงไหนมีที่ที่คนอื่นจะไม่สามารถรบกวนเราได้” เป้ยฉ่ายเวยเห็นว่าจางเจิ้งกวางกำลังจะยื่นมือออกมากอดตน เธอจึงรีบพูดขึ้นมาเมื่อคิดถึงว่าเท้าของตนเจ็บก็เพราะผู้หญิงตรงหน้า ความโกรธก็ปะทุขึ้นในสายตาของจางเจิ้งกวาง เขาคิดว่าอีกประเดี๋ยวจะจับเธอให้อยู่หมัด จะได้เป็นการชำระเรื่องที่ไม่น่าพอใจนี้เขายังคิดว่าเป้ยฉ่ายเวยเป็นหญิงสาวใสซื่อถือพรหมจรรย์ ที่แท้ก็แสบเหมือนสุนัขจิ้งจอกมือก็ยังดึงคนไว้พร้อมกับพูดจาเลอะเทอะ “คนสวยทำให้พี่เจ็บ ไม่ต้องห่วงอีกเดี๋ยวพี่จะทำให้น้องเจ็บจี๊ดเอง จะทำให้ได้รู้ถึงความสุขของการเกิดมาเป็นลูกผู้หญิง”เป้ยฉ่ายเห็นใบหน้าของจางเจิ้งกวางกำลังหมกมุ่นอาจจะด้วยฤทธิ์ของเหล้า เธอเตรียมการสำหรับการหนีครั้งต่อไป โดยการถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออกระหว่างที่จางเจิ้งกวางกำลังสับสน เธอพูดโดยสีหน้ายังคงเดิม “คุณจางคุณว่า ต้องโทษรองเท้าส้นสูงคู่นี้ที่ทำให้ฉันเหยียบเท้าคุณ ตอนนี้ถอดออกก็ดีแล้ว คุณว่าไหม”จางเจิ้งกวางเห็นว่าเป้ยฉ่ายเวยประจบครั้งนี้ฟังดูมีประโยชน์ “คนสวยพูดมีเหตุผล”“คุณจาง พวกเราไปทางนั้นกันเถอะ” สายตาเป้ยฉ่ายเวยสาดส่องไปทางพงหญ้าสีเข้มจางเจิ้งกวางรอคอยมาตลอดทั้งคืน อยู่ๆก็จะได้มีความสุขกับผู้หญิงที่ตนหมายตาเอาไว้ เขาจะไปสนใจใครหน้าไหนอีก แค่ต้องการหาพงหญ้าที่เหมาะแก่การทำธุระ เขาจึงรีบตอบตกลง “เอาล่ะ งั้นตามฉันมา”

copy right hot novel pub

แสดงความคิดเห็น / รายงานปัญหาเว็บไซต์