โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่197 เตะน้องชาย

บทที่197 เตะน้องชาย

เป้ยฉ่ายเวยตื่นเต้นจนหัวใจแทบหลุดออกมาจากอก เธอรู้ว่าตอนนี้ต้องพึ่งตนเองเท่านั้น

ถึงแม้จะโหดร้าย แต่ก็ต้องทำ

ไม่ใช่ว่าจะโชคดีทุกครั้ง เขาถึงจะได้ตกลงมาจากท้องฟ้า

ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้คงจะไปอยู่ข้างหนานฉิงพบปะกับที่บ้าน

จางเจิ้งกวางเห็นเป้ยฉ่ายเวยเดินตั้งนานเพิ่งจะมาถึงตรงนี้ เขาจึงพูดอย่างไม่ค่อยชอบใจ “คุณมัวทำอะไรอยู่ อย่าคิดจะถ่วงเวลาเลย”

“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ฉันเป็นห่วงเท้าคุณจางจึงไม่ได้รีบเดินต่างหาก” เป้ยฉ่ายเวยกัดฟันตอบ

ฝีเท้าของเป้ยฉ่ายเวยหนักมาก จางเจิ้งกวางทายาทรุ่นที่สองผู้ไม่เคยได้รับความลำบาก แน่นอนเขาเริ่มทนไม่ไหว แต่เพื่อความบันเทิงที่กำลังจะมาถึง จึงสามารถอดทนเอาไว้ได้ “ถ้าหากว่ามันส่งผลต่อประสิทธิภาพการรบของพี่ในวันนี้ เธอจะต้องอยู่กับพี่อีกสักหนึ่งอาทิตย์”

คืนหนึ่งจะเพียงพอได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องรอให้เขาเหนื่อยก่อนแล้วว่ากัน ถึงตอนนั้นค่อยโยนชิ้นเนื้อให้เพื่อนสุนัขจิ้งจอกของเขาเป็นการแก้แค้นสำหรับแผลบนเท้าครั้งนี้

เป้ยฉ่ายเวยทำหน้าไม่เข้าใจพลางส่ายหัวเล็กน้อย น้ำหอมฉุนบวกกับกลิ่นแปลกๆเตะเข้าจมูกเธอจนทำให้รู้สึกว่ามีการหดตัวในกระเพาะ เธอหน้านิ่วคิ้วขมวด

เธอพยายามควบคุมลมหายใจของตนเอง ผิวหนังรู้สึกเหมือนมีมดหมื่นๆตัวมารุ่มทึ้ง นอกจากนั้นยังมีอาการคลื่นไส้

ทั้งคู่เดินไปยังที่ลับตาคน จางเจิ้งกวางรีบร้อนถอดเสื้อผ้าออก

เขาเห็นท่าทางเอ้อระเหยของเธอจึงพูดอย่างหยาบคาย “หญิงแพศยา มาถึงตรงนี้แล้ว ยังจะแกล้งทำเป็นบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกเรอะ รอกูเสร็จเมื่อไหร่ จะเอาเงินเท่าไหร่ก็ค่อยบอกกูมาแล้วกัน”

เป้ยฉ่ายเวยหมดหนทางได้แต่แสร้งทำเป็นว่าจะถอดเสื้อผ้า จางเจิ้งกวางจ้องเขม็ง ผิวของผู้หญิงคนนี้งามจริงๆ ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยเอามาก่อน บอกว่าอายุสิบแปด แต่ว่าผิวนี่อย่างกับสามสิบกว่าเข้าไปแล้ว

ผู้หญิงตรงหน้าไม่เพียงแต่ดูสิบแปดเท่านั้น ผิวยังชุ่มฉ่ำมีน้ำมีนวล

เมื่อคิดเช่นนั้นพี่ชายเขาก็หื่นกระหายขึ้นมา เขารีบร้อนดึงปลอกคอเสื้อออก

เป้ยฉ่ายเวยดูเหมือนกำลังจะเปลื้องผ้า หัวใจลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หางตาเธอเหลือบมองทุกการเคลื่อนไหวของจางเจิ้งกวาง เธอพบว่าเขาไม่ได้มองเธออยู่ แต่กำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว เหลืออยู่เพียงกางเกงในสามเหลี่ยมน่าขยะแขยงตัวหนึ่งเท่านั้น

เธอรู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว

“คุณจาง…”

จางเจิ้งกวางได้ยินเป้ยฉ่ายเวยเสียงอ่อนเสียงหวานก็รู้สึกกระดูกแทบทรุด เมื่อหันไปเขากลับถูกกำปั้นของเป้ยฉ่ายเวยซัดเข้าอย่างจัง เขาถูกจู่โจมโดยที่ไม่ทันระวังตัว น่าเศร้าที่ไม่ทันได้ปกป้องดวงตาเอาไว้

เข่าเธอพุ่งไปที่เป้าของเขา เขาเอื้อมมือไปกุมไว้ด้วยความเจ็บปวด ร่างกายขดงอ เสียงโอดโอยเบาๆ “นังจิ้งจอกสารพัดพิษ ทำกูเจ็บ---”

ลูกเตะของเป้ยฉ่ายเวยครั้งสุดท้ายทำให้จางเจิ้งกวางจุกจนร้องไม่ออก

เธออาศัยจังหวะโอกาสนี้หันหลังกลับและวิ่งหนีไป ไม่ได้นึกถึงว่าก้อนกรวดบนพื้นจะบาดเท้าที่เปลือยเปล่าแต่อย่างใด เลือดจากเท้าเธอไหลออกเป็นทาง ประทับลงบนผืนหญ้าอันเยือกเย็น

กระโปรงหรูขาดเป็นรูหลายแห่ง เธอออกแรงย่ำเท้า ถลาไปตลอดทาง ราวกับว่าที่ไล่ล่าเธออยู่นั้นไม่ใช่คน แต่เป็นเหล่าผีร้าย

เป้ยฉ่ายเวยคิดเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ต้องหนีไปจากตรงนี้ให้ได้ ร่างกายไร้ซึ่งความเจ็บปวด แสงไฟจากคฤหาสน์สว่างไสวอยู่ไม่ไกลแล้ว

เธอได้ยินเสียงเพลงดังมาจากคฤหาสน์ ดวงตาเธอฉายแววความดีใจ

เร็วเข้า เร็วเข้า ตราบใดที่เธอวิ่งได้เร็วกว่านี้เธอก็จะรอด

พลาดไปแค่นิดเดียวเท่านั้น….

เธอรู้สึกเจ็บที่เอวขึ้นอย่างกะทันหัน เป้ยฉ่ายเวยจ้องมองคฤหาสน์ที่อยู่ห่างเพียงน้อยนิดเลือนหายไปต่อหน้า ทั้งตัวเธอล้มลงกระทบพื้นหินแข็ง

เจ็บ เจ็บไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณฝ่าเท้าที่เหยียบไปบนก้อนหิน น้ำตาเธอไหลทะลักออกมา

แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะหยุด ลังเลได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น เธอกัดฟันปีนลุกขึ้นยืน

คนด้านหลังเร็วกว่าเธอก้าวหนึ่ง เขาออกแรงคว้าเอวเธอเอาไว้ ไม่ให้เธอเคลื่อนไหว ชายคนนั้นอ้าปากค้างและกร่นด่า “นังผู้หญิงแพศยา กล้าเตะน้องชายกู ทำความอัปยศให้กับกู”

พูดแล้วยังอายจนออกแรงเตะเป้ยฉ่ายเวยไปหายครั้ง หากไม่ใช่เพราะเขายังมีสติปัญญาอยู่บ้าง ลูกเตะของหญิงแพศยาเมื่อครู่นี้คงทำตระกูลจางของพวกเขาต้องสูญพันธุ์แน่ๆ

เป้ยฉ่ายเวยซึ่งถูกเตะมาหลายหนกลับไม่ส่งเสียง เธออดทนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้และไม่แสร้งทำเป็นอยู่กับเขาอีกต่อไป “จางเจิ้งกวาง คฤหาสน์อยู่ข้างหน้านี้แล้ว ทางที่ดีคุณปล่อยฉันจะดีกว่า”

“ปล่อยเรอะ ฝันไปรึเปล่า ถ้าหากมึงกล้าตะโกน ก็ได้ กูก็จะบอกว่ามึงน่ะอ่อยกูเอง ดูสิว่าใครจะเชื่อมึง หยุดได้แล้วที่นี่คือตระกูลหนาน เป็นบ้านของลุงกูเอง”

วันนี้ถ้าไม่ได้ทำอะไรนังสารเลวนี่ ก็อย่ามาเรียกเขาจางเจิ้งกวางเลย ผู้หญิงดุอย่างนี้ เขาเจอมาเยอะแล้ว แค่หาทางทำให้เธอยอมจำนน

“ช่วย---” เป้ยฉ่ายเวยควบคุมไว้ไม่ไหวแล้ว เธอคิดแค่ต้องการหนีให้พ้นจากเงื้อมมือจางเจิ้งกวาง เพียงแต่ว่าเธอยังไม่ทันได้ตะโกนคำนั้น

คนที่ด้านหลังดูเหมือนว่าจะเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว เขาปิดปากเธออย่างหยาบคายเพื่อไม่ให้เธอส่งเสียง

“สารเลว กูให้มึงร้อง...อ้า มึงกล้ากัดกูหรอ” จางเจิ้งกวางไม่คิดว่าถึงตอนนี้เป้ยฉ่ายเวยยังกล้ากัดเขาอีก เดิมทีเขาก็โมโหอยู่แล้วจึงออกแรงเตะเป้ยฉ่ายเวยไม่ยั้งไปอีกหลายครั้ง

เพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกกัด จางเจิ้งกวางดึงเน็คไทออมาแล้วยัดเข้าไปในปากของเธอ และยังพูดให้เธออาย “ถ้ามึงยังกล้าดีกับกูอีกกูจะเอาถุงเท้ายัดปาก ให้มึงได้ลองลิ้มรสชาติของผู้ชายอย่างกู”เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกปวดบริเวณท้องน้อย ราวกับว่าทวารทั้งห้าถูกคนเตะออกไป ปากขาวซีดพยายามที่จะกัด เหงื่อเย็นบนหน้าผากผุดออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงกับพื้น ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นปากถูกคนอุดไว้ ร่างถูกกดทับ เธอยังมีมือ ยังมีเท้า เธอควานหาหินสักก้อนที่อยู่บนพื้น เล็บหักทั้งสามนิ้วจนมีเลือดออกความเจ็บปวดบนมือนี้เพียงเล็กน้อย เธอออกแรงขว้างมันไปที่หัวของจางเจิ้งกวาง แม้ว่าจะถูกฆ่าเพราะคิดจะฆ่าเขา ยังไงเธอก็ไม่ยอมถูกเขาขืนใจเธอได้แต่นอนอยู่บนราบอยู่บนพื้น ถึงจะออกแรงเท่าใดก็ไม่สามารถโยนมันถึงจางเจิ้งกวางได้นั่นทำให้เขาโมโหจนสติหลุด จางเจิ้งกวางเห็นว่าเป้ยฉ่ายเวยพยายามสู้เขาถึงสามครั้ง ครั้งนี้ยังพยายามที่จะเอาหินมาทุบหัวเขา หากไม่ใช่มันโค้งไป คาดว่าวันนี้เขาคงต้องเสียเลือดแล้วการเล่นกับผู้หญิงเป็นงานอดิเรกของเขา แต่ชีวิตมีเพียงชีวิตเดียว ยังไงผู้หญิงที่อยู่ใต้เขาคนนี้ก็เป็นเพียงแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น ยังจะกล้าโจมตีเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจางเจิ้งกวางถีบเป้ยฉ่ายเวยอย่างคลุ้มคลั่ง ปากก็สบถด่าไปด้วย“มึงผู้หญิงสารเลว กล้าจะเอาหินมาทุบหัวกู มึงเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่งเท่านั้น กูชอบมึงก็ถือว่ากูไว้หน้ามึงแล้วนะ มึงยังจะกล้าขัดขืนกูอีก หาเรื่องตายชัดๆ”

copy right hot novel pub

แสดงความคิดเห็น / รายงานปัญหาเว็บไซต์