โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่198 คลานเหมือนสุนัข

บทที่198 คลานเหมือนสุนัข

จางเจิ้งกวางถึงแม้ว่ากำลังหน้ามืดตามัว ยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย การที่เตะต่อยเป้ยฉ่ายเวยกกระหน่ำเหมือนห่าฝนขนาดนั้นก็มีความเจ็บปวดอยู่ลึกๆ แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้ จึงได้แต่พยายามปกป้องตนเองเต็มกำลัง

เวียนหัว เหมือนหัวจะระเบิด เธอจ้องไปที่แสงไฟที่อยู่ไม่ไกลแต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ในตามีแสงวาบ ทำอย่างไรดี สายตาพล่ามัวไปหมดแล้ว ใกล้จะฝืนอีกไม่ไหวแล้ว

ถ้าหากว่าถูกทำร้ายจนตายล่ะ แต่ว่าเธอยังไม่อยากตาย เธอยังไม่ได้พารุ่ยรุ่ยไปผ่าตัดที่ต่างประเทศเลย เธอยังไม่ได้พูดคำนั้นกับผู้ชายคนนั้นเลย

แต่ว่าเธอยอมตายดีกว่าถูกคนย่ำยี

จางเจิ้งกวางเตะต่อยจนเหนื่อย เขาหยุดหอบหายใจ เขาก้มลงมองเห็นผมยาวราวน้ำตกของผู้หญิงคนนั้นยุ่งเหยิงปกคลุมใบหน้า ยังเผยให้เห็นลำคอระหงของเธอ ภายใต้แสงจันทร์ที่มืดสลัวยังเปล่งประกายให้เห็นถึงความงามอันเลือนราง

หญิงคนนี้กำลังจะตาย ไม่อาจฝืนได้อีกต่อไป ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้หาผลประโยชน์สักหน่อย

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ในใจจางเจิ้งกวางก็เริ่มมีความคิดชั่วร้ายขึ้นอีกครั้ง อสุจิสิงเข้าไปในสมอง น้องชายตรงเป้าก็เริ่มคลั่ง

ครั้งนี้มืออันหยาบช้านั้นก็พุ่งตรงไปฉีกชุดเสื้อผ้าของเป้ยฉ่ายเวย

---แควกเสียงฉีกของผ้า

เสียงเสื้อผ้าบนตัวของเป้ยฉ่ายเวยฉีกขาดออก เธอที่กำลังมีอาการปางตายก็ตอบสนองขึ้นในทันที กลัว กลัวเหมือนกับกำลังมีเชือกพันรอบคอเธออยู่แน่น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

แต่เธอก็ไม่มีแรงที่จะขัดขืนอีกต่อไป สองมือยังควานหาก้อนหินบนพื้น เลือดที่เปียกชุ่มอยู่ทางด้านบน แทบจะขยับเขยื้อนไม่ไหว เสียงวิงวอนด้วยความสิ้นหวัง “อย่า ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไป…”

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงเธอถึงถูกปฏิบัติเช่นนี้ ทำไมเธอเพิ่งจะออกมาไม่นาน จางเจิ้งกวางก็ตามออกมาได้

เป้ยฉ่ายเวยร้องไห้พยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอ มีเพียงเสียง”เหอเหอเหอ” ออกมาไม่กี่คำ นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ได้ยอมแพ้

จางเจิ้งกวางเห็นเป้ยฉ่ายเวยคลานอยู่บนพื้นเหมือนหมาตัวหนึ่ง เขาไม่เพียงแต่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจเท่านั้นแต่ยังหัวเราะจนออกหน้าออกตา “ดอกทอง ดูสิว่ามึงจะหนีกูยังไง”

มือเธอก็ยังไม่หยุดนิ่ง นังสารเลวนี่มันอึดจริงๆว่ะ แต่ว่าการได้ใช้มือสัมผัสแบบนี้มันสุดติ่งจริงๆ

“ยอมซะเถอะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ตอนนี้ก็หนีไปไหนไม่พ้นแล้ว มาให้กูจัดซะดีๆ”

เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่บนหน้าผาอันหนาวเหน็บ ในที่สุดน้ำตาก็ทะลักไหลรินออกมาจากสองตา ขณะที่เลือดที่มุมปากก็ไหลก็ค่อยๆไหลซึม แสงในดวงตาของเธอค่อยๆจางลงจนมีแต่ความว่างเปล่า

วันนี้จะหนีไม่พ้นจริงๆหรอ

ถ้าหากว่าต้องถูกไอ้ขยะสังคมนี่ย่ำยี เธอเลือกที่จะตายเสียยังดีกว่า

ขณะที่เป้ยฉ่ายเวยกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น น้ำหนักที่ทับอยู่บนตัวเธอก็รู้สึกเบาหวิว จากนั้นก็มีเสียงเหมือนหมูร้อง “อ้า เจ็บนะ ไอ้ตัวไหนมันกล้ามาทำกูวะ”

“เวยเวย คุณไม่เป็นไรใช่ไหม” หลี่จื่อเชียนเห็นเป้ยฉ่ายเวยหายไปนานและไม่ได้กลับมาเขาจึงรู้สึกเป็นห่วงและออกตามหาเธอ เขาเดินไปรอบๆคฤหาสน์แต่ก็ไม่เจอ

เขาจึงไปตามหาที่สนามด้านหลัง ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นฉากที่ทำให้เขาเดือดดาลเช่นนี้

เขามองดูแผลที่น่าตกใจบนหลังของเวยเวย จากหลี่จื่อเชียนที่มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอยากจะฆ่าคน

“ไม่ อย่าแตะต้องฉัน…” เป้ยฉ่ายเวยหวาดกลัวจนไม่ยอมให้ถูกตัว เธออยู่ในท่าม้วนขดตัว

ทันใดนั้นในสวนหลังบ้านที่มืดมิด อยู่ๆก็มีไฟสว่างขึ้น สองข้างทางเดินมีไฟเปิดสว่างขึ้น เผยให้เห็นท่าทางอันน่าสมเพชของเป้ยฉ่ายเวย

ไม่รู้ว่าคนเริ่มมามุงกับมากมายตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเห็นจางเจิ้งกวางซึ่งสวมเพียงกางเกงในตัวเดียวกำลังกลิ้งโอดครวญอยู่บนพื้น และเห็นเป้ยฉ่ายเวยในลักษณะเช่นนี้ ใครจะไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น

“พระเจ้าช่วย ผู้หญิงคนนี้ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ใครจะไปรู้ ดูเหมือนว่าจะค่อยไหวแล้วนะ”

“ผู้ชายคนนั้นชั่วร้ายไปแล้ว ทำหล่อนถึงขนาดนี้”

หลี่จื่อเชียนรีบถอดเสื้อโค้ชมาคลุมตัวเป้ยฉ่ายเวยเอาไว้และกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นเธอในลักษณะนี้ แต่ก็ยังไม่ทันมีคนเห็นไปบ้างแล้ว

เป้ยฉ่ายเวยไม่นานก็รู้สึกตัวว่าคนที่อุ้มเธออยู่นั้นคือใคร น้ำตาเธอไหลรินออกมา เธอได้แต่ตัวสั่นหลบอยู่ภายใต้อ้อมแขนของหลี่จื่อเชียน

ถ้าหากว่าหลี่จื่อเชียนไม่ได้ปรากฏตัว เธอไม่กล้าคิดเลยว่าเธออาจจะตายไปแล้วก็ได้

คนที่ได้เห็นฉากนี้แน่นอนว่าต้องมีฉูเจ๋อหยางด้วย นี่เป็นโชว์ที่หนานฉิงตั้งใจจัดขึ้นเป็นพิเศษ เธอจะพลาดมันไปได้อย่างไร

แต่ไม่ว่าหนานฉิงจะมองอย่างไร ก็ดูไม่ออกว่าภายตาดวงตาดำมืดของฉูเจ๋อหยางนั้นคิดอะไรอยู่ เธอเห็นเพียงความเยือกเย็นที่ไม่มีการแสดงออกใดๆ

อย่างน้อยเธอก็เห็นแล้วว่า อาเจ๋อไม่ได้รู้สึกอะไร

ทำไมอาเจ๋อจะไม่รู้สึกอะไร เป็นไปได้ไง ที่จริงปฏิกิริยาของเขาชัดเจนมาก อารมณ์เขาอัดแน่นอยู่ในทรวงอก นัยน์ตามืดมิดเต็มไปด้วยความอาฆาต เพียงแต่ว่าเขามีความอดทนกว่าคนธรรมดาทั่วไป

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงมันออกมาในทันที สวรรค์เท่านั้นที่รู้ เขาเห็นเป้ยฉ่ายเวยนอนซมอยู่บนพื้นเหมือนกับตุ๊กตาเศษผ้า เขาควรจะรู้สึกยังไง

ไม่ว่าเป้ยฉ่ายเวยจะถูกข่มขืนหรือไม่ หนานฉิงก็คิดที่จะทำลายหล่อน เธอเดินหน้าไปสองก้าวและแสร้งถามด้วยความเป็นห่วง “เวยเวย เธอเป็นไรรึเปล่า เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่สวนหลังบ้านกับพี่ชายฉันได้ ปกติแล้วไม่มีใครเดินมาทางนี้นะ”

น้ำเสียงเธอช่างไร้เสียงสา เปิดประเด็นพุ่งเป้าไปที่เป้ยฉ่ายเวย

กลางค่ำกลางคืนหญิงสาวชายโสดเดินไปที่สวนหลังบ้านลับตาคน มันช่างดูไม่งาม จะไม่ให้คนอื่นเข้าใจผิดได้อย่างไร อีกอย่างคนที่มาในงานเลี้ยงคืนนี้ก็ล้วนแต่เป็นคนที่รู้พื้นเพภูมิหลังของคนในครอบครัว ทำไมจะไม่รู้นิสัยของคู่กรณีจางเจิ้งกวางมีชื่อเสียงในแวดวงนี้ดี เขาฟากผู้หญิงมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่น่าแปลกใจที่งานวันเกิดคืนนี้ก็จะไม่เว้นทุกคนรู้จักงานปาร์ตี้เช่นนี้ ก็เพื่อให้ชายหญิงได้พบปะสังสรรค์กัน ทุกคนรู้กันดีเพียงแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเท่านั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นฉากนี้เต็มๆคนมุงก็เริ่มละเหี่ยใจ บ้างก็สมน้ำหน้า บางคนก็สมเพช บ้างก็มีเสียงอิจฉาเล็ดลอดออกมาจากฝูงชนหนึ่งในนั้นก็มีเฉินเฟยเอ๋อร์ซึ่งแอบชอบหลี่จื่อเชียนมานาน “เสี่ยวชิงเธอไม่ต้องพูดให้มากความหรอก เรื่องนี้มันก็ชัดเจนอยู่ในตัวเองอยู่แล้วนี่ ผู้หญิงคนนั้นตั้งใจมายืนอ่อยลูกพี่ลูกน้องเธออยู่ตรงนี้ ผู้หญิงราคาถูกแบบนี้ฉันเห็นมาเยอะแล้ว” “เฟยเอ๋อร์ เธออย่าพูดอย่างนั้น ฉันเชื่อว่าเวยเวยไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น” หนานฉิงเริ่มทำท่าทางใสซื่อ ทำเป็นออกหน้าอธิบายแทนเป้ยฉ่ายเวย “เรื่องนี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ใช่ไหม เวยเวย”จางเจิ้งกวางซึ่งโดนอัดจนน่วมตอนนี้ก็เริ่มตั้งสติได้ เขาเห็นผู้คนมากมายมารายล้อมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาได้ยินหนานฉิงอธิบายแทนเป้ยฉ่ายเวยด้วยความโมโหเขาจึงคำรามใส่ฝูงชน “หนานฉิงเธอเป็นน้องสาวของใครกันแน่ ยังจะมีหน้ามาพูดแทนผู้หญิงสารเลวนี่อีก ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะว่าหล่อนเจตนามาอ่อยพี่ พี่จะออกมากับหล่อนแบบนี้ได้ยังไง”

copy right hot novel pub