โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่47 ครั้งแรกที่เห็นเขาโกรธ

บทที่47 ครั้งแรกที่เห็นเขาโกรธ

เธอไม่ใช่ของที่เอามาแลกเปลี่ยนและไม่ใช่สินค้าที่มีราคาติดความรู้สึกแบบนี้ทำให้เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าตนเองตกต่ำ……

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวผู้นั้นฉูเจ๋อหยางขอร้องปล่อยฉันไป”

บรรยากาศค่อยค่อยสงบลงความหนาวเย็นค่อยค่อยแผนที่ความร้อนแรงของค่ำคืนเธอบอกว่าตนเองคือผู้หญิง ‘ขายตัว’

‘ชัว’หนึ่งเสียงดังขึ้นมาเหมือนเสียงเสื้อที่ถูกฉีกออกเป้ยฉ่ายเวยรู้สึกว่าตัวเย็นพึ่งตั้งสติได้ และรู้ว่าฉูเจ๋อหยางทำอะไรเธอๆใช้มือตีไปที่ผู้ชายตรงหน้า “ฉูเจ๋อหยางนายจะทำอะไรหยุดเดี๋ยวนี้ในหยุดเดี๋ยวนี้”

ฉูเจ๋อหยาวเหมือนกับว่าไม่ได้ยินเสียงขอร้องอ้อนวอนของเธอใช้ความรู้สึกแบบลงโทษดึงเสื้อเธอฉีกแล้วพูดออกมาด้วยเสียงต่ำ “เป้ยฉ่ายเวยนี่คือทางที่เธอเลือกเองเธอลืมไปแล้วหรอ”

คำนี้อีกแล้วเป็นเพราะคำนี้ดังนั้นจึงสามารถทำอะไรกับเธอก็ได้หรอเป้ยฉ่ายเวยตาเริ่มแดงไม่พูดไม่จาอะไรทำตัวเหมือนท่อนไม้ให้ฉูเจ๋อหยางทำตามที่เขาต้องการ

ใช้แรงต่อสู้มากค่ะเธอจึงเจ็บจนไม่ค่อยมีความรู้สึกแล้วถึงจะหนีไม่พ้นงั้นก็ให้เขาทำตามใจชอบเลยถือซะว่าโดนหมากัดยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วแล้วเธอจะไปคิดมากทำไม

เธอต้องดีใจด้วยซ้ำเพราะใครจะไปราคาแพงขนาดนี้ก็แค่ข้อตกลงสามอันอดทนหน่อยเดี๋ยวก็ผ่านไป

ไม่ใช่หรอ?

แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเจ็บปวดใจจนจะตายแล้ว

ทันใดนั้นความหนักบนตัวก็ไม่มีแล้วเป้ยฉ่ายเวยยังตั้งตัวไม่ได้

ฉูเจ๋แหยางลุกขึ้นมายืนที่ข้างเตียงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรกับท่อนไม้เธอเก็บความจำปอมของเธอไว้เถอะ”

เป้ยฉ่ายเวยดึงผ้าห่มแล้วถอยไปอยู่ที่หัวเตียงค้าของเธอที่บัตรเจ็บเจ็บจนเธอทนไม่ไหวแล้วร้องออกมาแต่ทำไมแค่เวลาแป๊บเดียวเธอถึงรู้สึกว่าขาดเธอบวมได้มากขนาดนี้

ยังมีความร้อนอะไรบางอย่างที่ลอยออกมาจากหน้าขาของเธอ

เป้ยฉ่ายเวยเจ็บจนขนขาตั้งครึ่งหน้าซีดริมฝีปากกัดจนเลือดออกแต่ถึงจะเป็นขนาดนี้เธอก็ไม่คิดที่จะให้ฉูเจ๋อหยางรู้

เพราะว่าเธอไม่อยากให้ฉูเจ๋อหยางแสดงละครอะไรให้เธออีกต่อไป

สถานที่ที่มืดมิดทำให้คนรู้สึกตื่นกลัวยิ่งไปกว่านั้นคือทำให้ ประสาทสัมผัสของคนรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะฉูเจ๋อหยางที่เป็นแบบนี้มาโดยตลอดแค่เสียงถอนหายใจของเป้ยฉ่ายเวยก็ไม่อาจจะหลบหนีหูของเขาได้

จากเดิมที่เขาบังคับตนเองไม่ให้สนใจแต่พอคิดถึงเสียงตอนที่เขาโยนเธอลงไปบนเตียงสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยน

หรือว่าขาของเธอบาดเจ็บฉูเจ๋อหยางที่คิดแบบนี้อยู่สีหน้าของเขาก็ดูไม่ดีเขาจำได้ว่าเป้ยฉ่ายเวยถูกคนอุ้มมาส่ง

จะเป็นไปได้ไหมว่าเพราะเธอเจ็บขาดังนั้นจึงถูกคนอุ้มกลับมาส่ง

‘พาทา’หนึ่งเสียงไฟในห้องนอนก็ถูกเปิด เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกรับแสงไม่ทันในทันทีลืมตาไว้เพื่อสู้กับแสงเพื่อให้ปรับตัวได้

“สมควรตาย” ระเบิดลงทันทีทำให้เป้ยฉ่ายเวยตกใจทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วรีบเอาขาตนเองเข้าไปอยู่ในผ้าห่ม

“อย่าขยับ” เป็นอีกหนึ่งเสียงที่เหมือนระเบิดลงน้ำเสียงที่โกรธพูดขึ้น

เส้นเลือดของฉูเจ๋อหยางเต้นไปตามจังหวะของสิ่งที่เขาเห็นมองไปตามผ้าปูที่นอนสีขาวที่มีคราบเลือดจนถึงที่ขาของเธอแล้วเห็นขาที่บวมมากของเธอ

บาดแผลที่ยังมีเลือดไหลไม่หยุดดูไปที่ไหนก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งไปกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นแสดงสีหน้าออกมาแบบไม่เป็นอะไร

ฉูเจ๋อหยางไม่พูดอะไรแล้วรีบอุ้มเธอไปยังนอกประตูเม้มปากตนเองไว้เหมือนห้ามอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดของตนเอง

เป็นครั้งแรกที่เป้ยฉ่ายเวยเห็นสีหน้าที่น่ากลัวของฉูเจ๋อหยางแบบนี้เธอมีความรู้สึกว่าถ้าหากตนเองเปิดปากพูดต้องถูกเขากลืนลงไปแน่แน่ๆ

เพราะว่าสีหน้าของเขาเหมือนกำลังจะกินเธอเข้าไปเลย

ขั้นตอนทุกอย่างฉูเจ๋อหยางไม่พูดอะไรเลยวางเป้ยฉ่ายเวยลงที่ข้างข้างคนขับแบบเงียบเงียบใส่เข็มขัดนิรภัยให้เธอแบบเงียบเงียบแล้วไปนั่งที่คนขับแล้วขับรถออกไปอย่างเงียบเงียบ

ความเงียบนี้ทำให้เป้ยฉ่ายเวยขยับกล่องคอของตนเองแบบไม่เป็นอึดอัดตอนนี้ฉูเจ๋อหยางน่ากลัวมากเธออ้าปาเหมือนอยากพูดอะไร

วันรู้สึกได้ถึงความแช่แข็งแล้วก็เก็บเข้าไปมือทั้งสองข้างวางอยู่ตรงหน้าแบบไม่รู้ตัวเอ็นตัวขึ้นตรงเหมือนเด็กนักเรียนที่กำลังรอคุณครูตักเตือน

ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากปกติฉูเจ๋อหยางดูแล้วก็เย็นชาแต่ก็ดูปกติแต่ตอนนี้ดูแล้วน่ากลัวมาก

รถค่อยค่อยเคลื่อนตัวออกไปภายในรถที่ขับแคบก็ค่อยค่อยเงียบจนทำให้รู้สึกตื่นกลัว

เช่นเป้ยฉ่ายเวยคนที่บาดเจ็บจริงๆแล้วเป็นเธอแต่ทำไมคนที่โวยวายกับคือผู้ชายคนนี้ฉูเจ๋อหยางและที่เขาทำหมายความว่าอะไร?

ทั้งทางเป้ยฉ่าย้วยคิดมากมายสุดท้ายก็สรุปได้ว่าฉูเจ๋อหยางตั้งใจทำให้เธอบาดเจ็บเพื่อทำกับเธอแบบนี้

รอจนรถจอดลงเป้ยฉ่ายเวยก็เริ่มคิดฟุ้งซ่านอีกฉูเจ๋อหยางตั้งใจที่จะทำอะไรเขาหม่ใช้ว่าโกรธจนกำลังจะไปแล้วตอนนี้ก็ส่งเธอมาโรงพยาบาล

ใครบอกว่าผู้หญิงเดาใจยากผู้ชายยิ่งยุ่งยาก

เสื้อคลุมลอยลงมาจากฟ้าพร้อมกับเสียงเย็นชาที่พูดขึ้น “ใส่มันไว้”

“ฉันไม่หนาว……” นาทีต่อมาฉูเจ๋อหยางใช้สายตามองไปที่เป้ยฉ่ายเวยเพียงด้านเดียวเสื้อคลุมก็คลุมอยู่บนตัวรู้สึกอุ่นขึ้นมาก

ฉูเจ๋อหยางเก็บสายตากลับไปแล้วอุ้มเธอลงจากรถเดินไปในโรงพยาบาล

เป้ยฉ่ายเวยให้ฉูเจ๋อหยางอุ้มตัวเองแบบเหม่อๆลมพัดเย็นทันใดนั้นก็เหมือนเข้าใจสิ่งที่ฉูเจ๋อหยางทำแล้วเสื้อที่เธอใส่อยู่อย่างคือชุดออกงานสีดำนั้นและยังถูกฉูเจ๋อหยางดึงจนขาดถ้าไม่ได้ใส่เสื้อคงนี้ไว้ก็จะเป็นที่สะดุดตา

สายตาของเธอเริ่มมีความสับสนและทานตนเองเงียบเงียบอยู่ในใจ

——ฉูเจ๋อหยางนายทำแบบนี้หมายความว่าอะไรกัน

เพราะอะไรเธอยิ่งอยู่ยิ่งดูเขาไม่ออกทั้งๆที่อยู่กับหนานฉิงแต่ทำมั้ยยังเต็มใจที่จะเข้ามาอยู่ในโลกเดียวกัน

เป้ยฉ่ายเวยนั่งอยู่ที่รถเข็นของโรงพยาบาลยังคิดไม่ออกแต่พอได้ยินหมอพูดเธอไม่มีกระจิตกระใจจะคิดอะไรแล้ว “เลือคั่งอยู่ข้างในก็เลยบวมปล่อยเลือดก่อนแล้วกัน” “หมอฉันอยากรักษาแบบอนุรักษนิยม!” เป้ยฉ่ายเวยพูดออกมาแบบจริงจังเธอไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะมองฉูเจ๋อหยางด้วยซ้ำเธอไม่ได้กลัวเจ็บเลยจริงๆเธอกลัวความรู้สึกที่ถูกมีดกรีดนั้นคือความกลัวที่เกิดขึ้นหลังจากคลอดรุ่ยรุ่ยแพทย์ชาวจีนโบราณมีใบหน้าด้วยรอยยิ้มพูดแบบเป็นกันเอง”สาวน้อยเธอคิดว่าเป็นมะเร็งไม่ต้องกลัวแค่ปล่อยเลือดก็หายแล้ว” “ฉันต้องการยาชา!”เป้ยฉ่ายเวยขอเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง “แผลแค่นี้ไม่ต้องใช้ยาชาสาวน้อยเธออดทนหน่อยเดี๋ยวก็ผ่านไปให้แฟนเธอพยุงไว้” หมอจีนโบราณคิดว่าสาวน้อยคนนี้กำลังอ้อนแฟนอยู่เลยพูดออกมาแบบสาเหตุสมผล “……”เป้ยฉ่ายเวยอยากพูดว่าฉันูเจ๋อหยางไม่ใช้แฟนของตนเองแต่เธอไม่มีความกล้าพอ “รู้จักเจ็บไม่รีบไปโรงพยาบาลยังให้คนอื่นอุ้มกลับบ้านอีก” “นายว่าอะไรนะ?” เป้ยฉ่ายเวยถามแล้วมองไปทางผู้ชายข้างแต่เขาไม่ตอบสนองอะไรหรือว่าเธอหูฝาดไป? จริงๆแล้วฉูเจ๋อหยางไม่ได้พูดอะไร?

copy right hot novel pub