โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่50 คนสองคนที่กอดกัน

บทที่50 คนสองคนที่กอดกัน

“เวยเวยฉันไม่คุยกับเธอแล้วอาเจ๋อมาหาฉันแล้ว” หนานฉิงพูดขึ้นมาอย่างรีบร้อน

เป้ยฉ่ายเวยในใจขมแล้วพูดขึ้นเบาๆว่า “อิ่มงั้นเธอรีบไปเถอะ”

หลังจากที่หนานฉิงวางสายเธอได้ยินเสียงผู้ชายเย็นชาคนนึงผ่านเข้ามา

——หนานฉิงฉันพาเธอออกไปกินข้าว

ตอนที่หลี่จื่อเชียนเดินเข้ามาในห้องคนไข้ก็เห็นเป้ยฉ่ายเวยจับโทรศัพท์ไว้พิ้งอยู่ที่หัวเตียงในดวงตาไม่มีความสว่างมองไปที่มุมห้องที่หนึ่งเงียบเหมือนเด็กที่ถูกทอดทิ้ง

เป้ยฉ่ายเวยแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจ

“เวยเวย……”

เสียงอ่อนโยนของหลี่จื่อเชียนพูดขึ้นเขากลัวว่าถ้าเสียงดังจะทำให้เธอตกใจได้เพราะตอนนี้เธอดูอ่อนแอมาก

“จื่อเชียนนายมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เป้ยฉ่ายเวยอึ้งไปแป๊บนึงตอนหันกลับมาความเจ็บปวดในใจของเธอก็ทิ้งไปหมดแล้วเธอยังเป็นเป้ยฉ่ายเวยที่ยังสนุกสนานมีความสุข

“ฉันเพิ่งถึงขาเธอดีขึ้นบ้างหรือยัง” หลี่จื่อเชียนเดินเข้ามาเห็นขาขาวที่ถูกห้อยอยู่ของเธอ

เวยเวยไม่อยากให้เขารู้ความทุกข์ของเธองั้นเขาก็ทำเป็นไม่รู้แล้วกัน

เป้ยฉ่ายเวยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ “ก็ยังดีเมื่อวันถูกปล่อยเลือดออกแค่ถูกผ้าพันอยู่ไม่ค่อยสวยแค่นั้นเองเมื่อคืนตอนกลับไปพลิกโดยไม่ตั้งใจ”

“เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอ?” หลี่จื่อเชียนเห็นข้าวที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ

จากที่หลี่จื่อเชียนเตือนเป้ยฉ่ายเวยก็สังเกตเห็นข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะรุ่ยรุ่ยวางอยู่บนโต๊ะแบบเบาๆเธอทำไมสั่งอาหารแล้วเธอเองทำมั้ยไม่รู้

ไม่ใช่เธอยังไม่ได้สั่งอาหารคนที่จะทำแบบนี้มีอยู่คนเดียว

“อ๋อรอย่างนี้เมื่อกี้ฉันกำลังคุยโทรศัพท์กับหนานฉิงเลยลืม”

เป้ยฉ่ายเวยหันกลับมาจากทางข้าวกล่องยิ้มเล็กน้อยบนหน้าแล้วพูดเบาๆว่า “จื่อเชียนนายช่วยฉันเอากล่องข้าวนั้นทิ้งหน่อย”

เธอไม่อยากจะเห็นอะไรที่เกี่ยวกับฉูเจ๋อหยางและไม่อยากรับน้ำใจของเขาใน ‘ทันใด’

ถ้าถ้าหนานฉิงไม่โทรมาในใจของเธอก็อาจมีความรู้สึกดีแต่เมื่อกี้ตอนคุยกับหนานฉิงได้ยินเสียงฉูเจ๋อหยางแล้วยังเห็นกล่องข้าวของเขาทำให้เธอท้องไส้ปั่นป่วน

ฉูเจ๋อหยางสามารถมาหาเธอแบบ ‘ด้วยความตื่นเต้น’ แต่พอวันที่สองก็ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปหาหนานฉิงเธอเป้ยฉ่ายเวยไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นถึงทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

หลี่จื่อเชียนก็มองเป้ยฉ่ายเวยด้วยความสงสัยเธอก็คงไม่รู้หรอกว่าเข้ากล่องนั้นใครเป็นคนส่งมาให้

“ได้ไม่มีปัญหา” หลี่จื่อเชียนในมือถือกล่องข้าวในใจยิ่งรู้สึกสงสัยเข้ากล่องนี้หน้าจะซื้อมาจากที่ร้านเก่าแก่ที่ทิศใต้โรงพยาบาลอยู่ทางเหนือ

อันนึงอยู่เหนืออันนึงอยู่ใต้ระยะทางที่ไกลถ้าหากไม่ใช่คนที่ใช้ใช้มากก็คงไม่ไปไกลขนาดนั้น

จับดูที่เข้ากล่องยังมีอุณหภูมิความร้อนดูแล้วคนที่ส่งมาน่าจะไปเข้าแถวซื้อตั้งแต่เช้าแล้วมาวางไว้ที่นี่จนถึงตอนนี้พอดีกับตอนที่เวยเวยตื่นมาแล้วกินได้พอดี

จะเป็นใครนะหลี่จื่อเชียนเม้มปากไม่อยากคิดไปทางนั้น

“เวยเวยเธอยังไม่ได้กินข้าวนี่ฉันไปซื้อข้าวมาให้” หลี่จื่อเชียนทิ้งข้าวกล่องนั้นแล้วกลับมาที่ห้องแล้วพูดขึ้นแบบอ่อนโยน

“ไม่ต้องจื่อเชียนฉันไม่หิว” เป้ยฉ่ายเวยไม่อยากกิน

หลี่จื่อเชียนพูดขึ้นมาแบบไม่เห็นด้วย “เวยเวยเธอตอนนี้ไม่สบายไม่กินไม่ได้เธอรอแป๊บนึงฉันจะรีบกลับมา”

เห็นหลี่จื่อเชียนจริงจังเป้ยฉ่ายเวยก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อได้พยักหน้าพูด “อื้มงั้นก็รบกวนนายแล้วนะจื่อเชียน”

“ก็แค่เรื่องเล็กฉันก็ยังไม่ได้กินข้าวจะได้กินพร้อมกัน” หลี่จื่อเชียนกระพริบตาใส่เป้ยฉ่ายเวย

เป้ยฉ่ายเวยยิ้มแบบเกรงใจเธอเองม่อยากกินลืมไปเลยว่าจื่อเชียนก็น่าจะยังไม่ได้กิน

หลี่จื่อเชียนออกไปเป้ยฉ่ายเวยก็กลับสู่สภาพเดิมในมือถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย

เป้ยฉ่ายเวยเปิดออกดูตัวหนังสือข้างบนแยงตาเธอเจ็บเล็กน้อย

เวยเวยอาเจ๋อบอกเตรียมตัวพาฉันกลับไปแล้วฉันดีใจมากเลย

เป้ยฉ่ายเวยตอบว่ายินดีด้วยแล้วปิดโทรศัพท์วางไว้อีกที่เธอนอกจากจะพูดว่ายินดีด้วยยังมีอะไร?เหมือนว่าคงไม่มีอะไรแล้วมั้ง

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรในใจเธอเหมือนมีรูรูนั้นมำให้เธอใจสั่นรูนั้นเหมือนเกิดจากข้อความนั้นค่อยๆใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นจนเธอคิดว่าตัวเองใจไม่เต้นแล้ว

พบผู้ปกครองกันแล้ว?ห้าห้าดีจัง

เธอพยายามมาสามปีก็สู้หนานฉิงที่เพิ่งกลับมาถึงครึ่งเดือนไม่ได้คนนี้แปลกจริงๆหัวชนกำแพงจนเลือกออกก็ควรพอแล้วมั้ย

การมาของหลี่จื่อเชียนค่อยๆเปลี่ยนเบนความสนใจของเป้ยฉ่ายเวย

ทั้งสองคนกินข้าวอย่าเงียบๆหลี่จื่อเชียนพูดเรื่องตลกเล็กน้อยเป้ยฉ่ายเวยก็ให้ส่วนร่วมหัวเราะสองสามทีบรรยากาศของทั้งสองดูกลมกลืนกันมาก

แต่หลี่จื่อเชียนรู้สึกว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเป้ยฉ่ายเวยไม่ใช้รอยยิ้มจริงๆกลับรู้สึกว่าฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้เขารู้สึกไม่มีความสุข

หลี่จื่อเชียนถอยหายใจเล็กน้อยแล้วพูด “เวยเวยถ้าเธอไม่มีความสุขก็ไม่ต้องฝืนยิ้มก็ได้”

เป้ยฉ่าเวยที่ถือตะเกียบไว้อึ้งไปสักแป๊บแล้วเงยหน้าขึ้นมาหน้าไม่มีรอยยิ้มมีแต่ฟัน “ไม่นี่จื่อเชียนฉันมีความสุขดี”

ทันใดนั้นหลี่จื่อเชียนยื่นมือไปดึงเป้ยฉ่ายเวยมากอดไว้แล้วพูดแบบอ่อนโยน “เวยเวยไม่ต้องเป็นแบบนี้ฉันรู้สึกเจ็บปวดใจนะ”

ความเป็นชายของเขาล้อมรอบเธอเอาไว้เป้ยฉ่ายเวยหดตัวเล็กน้อยแล้วกันริมฝีปากของเธอเอาไว้ด้วยกันมาเพื่อห้ามน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาของเธอเธอในตอนนี้ต้องการอ้อมกอดที่อบอุ่นคำปลอบใจที่ง่ายๆเพราะเธอเลยตอนนี้เหนื่อยมากเหนื่อยมากเหนื่อยจะทนไม่ไหวแล้วใกล้จะหายใจไม่ออกแล้วพอถึงเวลาที่เธอกำลังจะร้องไห้ออกมาหน้าตาที่อ่อนโยนในหัวสมองของเธอก็ดึงน้ำตานั้นกลับไปทันทีเป้ยฉ่ายเวยใช้แรงกระพริบตาอยู่หลายทีเพื่อเก็บน้ำตาพวกนั้นกลับไปค่อยค่อยพักตัวหลี่จื่อเชียนออกปล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “จื่อเชียนนายกำลังทำอะไรอยู่หรอฉันก็แค่เจ็บขายังไม่ได้อ่อนแอถึงขั้นนั้น”หลี่จื่อเชียนอ้าปากเหมือนกำลังคิดที่จะพูดอะไรเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก “ไอโยวฉันไม่เห็นอะไรเลยพวกเธอเชิญต่อเชิญต่อคิดสักว่าไม่เห็นพวกฉันก็ได้”หนานฉิงมือควงอยู่ที่แขนของฉูเจ๋อหยางสายตาที่ที่เป็นไม่เห็นไม่มีอะไรจริงๆฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างเร็วในปากก็พูดไม่หยุด “คิดไม่ถึงคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องอบอุ่นแบบนี้จะทำให้เราเจอเข้าเธอรู้สึกมั้ยว่าฉันมาไม่ถูกเวลาเลย”“รู้ว่ามาไม่ถูกเวลายังจะเข้ามาอีก” หลี่จื่อเชียรตอบไปแบบเป็นธรรมชาติมากไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิดที่คนอื่นเห็นภาพนี้อัพเดทครั้งหน้า:24 พ.ย. 2019จะมาในเร็วๆนี้ โปรดอดใจรอก่อนนะจ๊ะ

copy right hot novel pub