โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่63 เรียกผู้ช่วยมาทั้งฝูง

บทที่63 เรียกผู้ช่วยมาทั้งฝูง

ชายคนนั้นปีนขึ้นจากพื้นด้วยความโกรธ หัวเข่าเขาปวดอย่างมาก ยิ่งได้รับความอัปยศ เขาจ้องไปที่ดวงตาทั้งคู่ของซือซือราวกับจะกัดกินเนื้อของเธอ “ได้ อยากลองดีก็รออยู่ที่นี่”

ซือซือยื่นนิ้วออกมาให้ชายคนนั้นและส่ายหน้า “ไม่ ไม่ แกพูดผิดแล้ว พวกเราไม่ได้ลองดี แม่แกสิลองดีถึงได้ให้กำเนิดลูกเต่าหน้าไม่อายอย่างแกออกมาได้”

“แก!” ชายคนนั้นโมโหจนแทบบ้า เขารู้ตัวว่าไม่สามารถเอาชนะผู้หญิงตรงหน้าได้ เขาจึงหันไปอย่างไม่พอใจเตรียมที่จะไปเรียกพวกมา

“เชอะ ไร้น้ำยาจริงๆ อย่ากลับไปร้องไห้ให้แม่โอ๋ล่ะ” ซือซือตะโกน

ชายคนนั้นเรียกลูกสมุนมา สมุนก็เดินมาทั้งฝูง

เมื่อบาร์เทนเดอร์เห็นอย่างนั้นก็รีบพูดขึ้นกับทั้งคู่ว่า “สายสวย พวกเธอรีบไปกันดีกว่า อย่าไปมีเรื่องกับผู้ชายคนนั้นเลย พวกเขาเป็นอันธพาล”

“ไม่กลับ ไม่กลับ ฉันจะดื่มเหล้าต่อ เอาเหล้ามาสิ” เป้ยฉ่ายเวยตะโกนโวยวายอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้สงบเสงี่ยมเหมือนเช่นวันธรรมดา

ระดับแอลกอฮอลล์ของซือซือนั้นยังดี ถึงแม้ว่าสายรุ้งทั้งเจ็ดนั้นจะแรงมาก แต่เธอก็ยังพอฟังเหตุผลอยู่ เธอรู้ว่าถ้ามีเรื่องกันจะทำให้ลำบาก แน่นอนว่าเธอตัวคนเดียวถอยหนีนั้นคงไม่ใช่ปัญหา

แต่ตอนนี้มีขี้เมาด้วยอีกคน รีบไปน่าจะดีกว่า เธอรู้ว่าไม่ควรจะประเมินตัวเองสูงเกินไป

ซือซือดึงตั๋วสีแดงออกจากกระเป๋าและวางลงบนโต๊ะ เธอลากเป้ยฉ่ายเวยเตรียมจะไป “เวยเวย คืนนี้พอแค่นี้ก่อน พวกเรากลับกันเถอะ”

“ไม่เอา ฉันจะดื่ม ฉันไม่กลับ ไม่กลับ” เป้ยฉ่ายเวยหัวชนฝาจะอยู่ที่บาร์ต่อ และยังทำเหมือนเด็กตบโต๊ะอย่างต่อเนื่อง ให้บาร์เทนเดอร์เอาเหล้ามาให้

ด้วยความช่วยเหลือของซือซือ เธอรู้ว่าเวยเวยเริ่มดื่มเยอะจนเอาไม่อยู่แล้ว เธอได้แต่หยอก “ค่อยๆดื่ม เธอกลับไปกับฉัน แล้วเราไปดื่มต่อกัน”

เป้ยฉ่ายเวยหันหัวโงนเงนมาถามด้วยตาเบิกโต “จริงหรอ”

“ใช่ ใช่ รีบไปกันเถอะ” แววตาของซือซือควบแน่น ไม่คาดคิดว่าพ่อนักเลงตัวน้อยจะมีแก๊งขนาดนี้ เขาพาพวกมาเจ็ดแปดคน

“โอเค” เป้ยฉ่ายเวยยินยอมแต่โดยดี

ซือซือถอนหายใจด้วยความโล่งอก กลัวที่นังตัวแสบนี่จะไม่ยอมไปที่สุด

น่าเสียดายที่คนยังไม่ทันได้ออกไปจากบาร์ พวกเธอก็ถูกล้อมไปด้วยกลุ่มคน

“สุนัขที่ดีไม่ขวางทาง ทางที่ดีพวกแกหลบไปหน่อยดีกว่า” ซือซือพยุงเป้ยฉ่ายเวยซึ่งเดินไปทางนั้นทีทางนี้ที เธอพูดด้วยสีหน้าท่าทางอันตราย แม้ว่าในใจเธอจะยังไม่ตกตะกอน แต่พลังก็ยังไม่ตก

“พี่ใหญ่ ผู้หญิงพวกนี้ลองดีกับผม”

“ถูกผู้หญิงตีแถมยังโดนไล่ให้ไสหัวไปอีก แต่ว่านังแพศยาสองคนนี้เป็นสินค้าชั้นดี” คนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ มองสำรวจพวกเธอสองคนขึ้นลงด้วยสายตาที่มีจุดประสงค์ที่ไม่ค่อยดีนัก

ยอดเยี่ยม เป็นสินค้าชั้นเยี่ยม รอให้พวกเขาใช้เสร็จก่อนค่อยขายต่อให้กับไนต์คลับ ทีนี้จะได้เอาเงินมาใช้กัน

“สาวสาว ผมแนะนำว่าพวกคุณอย่างขัดขืนให้เปลืองแรง ยอมซะแต่โดยดี ไม่งั้นพวกพี่ทำน้องเจ็บตัวแน่นอน” เมื่อพี่ใหญ่พูดจบ ผู้ชายหลายคนที่ด้านหลังก็โห่ร้องขึ้นมา

“พี่ใหญ่ช่างมีบุญจริงๆ มีสาวสวยมาถึงสองคน ถึงเวลาแล้วแบ่งให้พวกเราพี่น้องได้ลองลิ้มรสดูสักหน่อยได้ไหม”

“วางใจ รอให้พี่ใหญ่ใช้เสร็จก่อน จากนั้นพวกแกก็….” พี่ใหญ่พูดยังไม่ทันจบคำ

กำปั้นหนึ่งพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของเขา “ผายลมใส่หน้าแม่แกสิ”

ผู้คนที่มามุงดูความวุ่นวายพากันตกตะลึง ฟลอร์เต้นรำที่อึกทึกก็เงียบฉี่ลงในทันทีเช่นกัน

พี่น้องที่เหลือพากันมองไปที่สาวผมแดงตรงหน้า นี่เป็นเรื่องอัปยศมาก

พี่ใหญ่เจ็บคางของเขา เขาจ้องเขม็งไปที่ซือซือด้วยความโกรธ เสียงของความโมโหเหมือนจะทะลุออกมาจากฟัน “กล้าชกกู พี่น้อง จับนังสองตัวนี่ไว้”

“ครับ พี่ใหญ่”

ลูกน้องตกตะลึง พากันตื่นเต้น นี่หมายความว่าพวกเขายังมีโอกาสอยู่อีกหรือไม่

ซือซือมองไปที่เป้ยฉ่ายเวยที่ยังหัวเราะร่า เธอค่อยถอนหายใจ และอุ้มเป้ยฉ่ายเวยพาดไว้ที่บาร์ ก่อนที่พวกเขาจะรุมกันเข้ามา เธอก็ขยับแขนและไหล่

“อยากตายก็เข้ามา”

พวกเขาคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงบอบบางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ความจริงไม่ใช่อย่างที่ตาเห็น จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องของความเจ็บปวด “น้องชายกู…. เจ็บชิบหาย”

ซือซือเป่ากำปั้นของตัวเอง และถามคนอื่นๆ “ใครอยากเป็นขันทีคนต่อไปก็รีบเข้ามา”

ผู้ชายหลายคนมองเห็นชายที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้น พวกเขาก็ลังเล การเตะเมื่อสักครู่นี้ดุเดือดมาก แค่เห็นก็ยังรู้สึกเจ็บ

“เศษสวะ ผู้ชายตั้งเยอะขนาดนั้น กะแค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมจับไม่ได้ เข้าไปพร้อมกัน” พี่ใหญ่เตือน เหล่าลูกสมุนเลยได้สติขึ้นมา

ใช่แล้ว พวกเขามีตั้งหลายคน ผู้หญิงต่อให้ร้ายกาจขนาดไหนจะไปสู้คนหมู่มากได้อย่างไร

ซือซือไม่พูดไม่จา ดวงตาจับจ้องไปที่ทุกคน เธอโค้งตัวหลบกำปั้นของผู้ชายคนหนึ่ง หมัดขวาของเธอก็ต่อยไปที่ท้องของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนนั้นตะโกนร้อง ท้องเขาถูกหมัดหลังมือเข้าไปเต็มๆ

การจู่โจมของผู้ชายพวกนั้นช่างง่ายต่อการรับมือของซือซือ

ผู้ชายสูงใหญ่คนนั้นเดินเข้าไป ยื่นมือไปทางซือซืออย่างกระฉับกระเฉง ดวงตากรอกกลิ้งไปมา เขาสังเกตเห็นได้ในทันที ว่าต้องใช้คนอื่นเพื่อที่จะล่อซือซือ เขาจึงดอดเข้าไปที่โต๊ะที่เป้ยฉ่ายเวยพิงอยู่

หลังจากนั้นก็รัดคนไว้ในอ้อมอก เขาหันไปตะโกนใส่ซือซือด้วยความเผ็ดร้อน “นังแพศยา ถ้าขยับอีก อย่าหาว่ากูไม่เตือน”

ขณะที่พูดเขาก็ตีขวดเหล้าในบาร์จนแตก และหันด้านที่แหลมคมไปที่ใบหน้าของเป้ยฉ่ายเวย

เมื่อซือซือเห็นเป้ยฉ่ายเวยถูกจับตัวไว้ เธอก็ไม่กล้าทำอะไรบ้าบิ่น โทรศัพท์กริ๊งเดียวเธอก็สามารถยุติเรื่องนี้ลงได้ แต่เธอก็ยังทำใจใหญ่

พี่ใหญ่เห็นว่าสถานการณ์พลิกผันก็เลยกล่าวยกย่อง “น้องสองทำได้ดีมาก”

“ขอบคุณครับพี่ใหญ่” ชายคนนั้นกล่าวอย่างประจบสอพลอ

เป้ยฉายเว่ยอึดอัดจึงทำคิ้วย่นโดยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับการต่อสู้ “ปล่อยฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”

“มีสติหน่อย” ชายคนนั้นตะโกนขึ้นเป้ยฉ่ายเวยไม่ได้สนใจอะไรมาก เธอได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์รอบตัวเธอ ซึ่งปัดอย่างไรก็ไม่หายไป เธอจึงกล่าวขึ้น “เหม็นมาก เหม็นอะไรเนี่ย น่าขยะแขยง”“...”“...”หากว่าไม่ใช่เพราะเพื่อนอยู่ในอันตราย ซือซือก็อยากจะหัวเราะออกมา“ดอกทอง หุบปากซะ” ชายคนที่ถูกบอกว่าตัวเหม็นต่อหน้ากลุ่มคนก็รู้สึกอับอาย เขาหยิบตะกรันของแก้วขึ้นมาต้องการจะทำให้หน้าของเป้ยฉ่ายเวยเป็นแผล“อย่า” เมื่อซือซือเห็นดังนั้นก็ไม่คิดอีกต่อไป เธอรีบจะไปขัดขวาง แต่ถูกรุมล้อมไปด้วยฝูงคนทำให้เธอออกไปไม่ได้เมื่อเห็นว่าเป้ยฉ่ายเวยกำลังจะถูกทำให้เสียโฉม ทุกอย่างแขวนอยู่บนเส้นด้าย มือข้างหนึ่งขอเธอจับข้อมือชายคนนั้นไว้อย่างแม่นยำ เขาไม่สามารถออกแรงได้ เธอไม่รอว่าจะเกิดอะไรขึ้นกระดูกข้อมือดัง “กร๊อบ” ขวดในมือของชายคนนั้นก็ร่วงหล่นลง เขาคำรามด้วยเสียงร้องที่เหมือนหมูโดนเชือด “มือกู มือกูหักแล้ว….”ที่จริงไม่ได้หัก แค่กระดูกร้าวเท่านั้น

copy right hot novel pub