โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่67 จะเป็นบ้าอยู่แล้ว

บทที่67 จะเป็นบ้าอยู่แล้ว

ฉูเจ๋อหยางเลิกคิ้วและพูดขึ้นหน้าตาเฉย “เป้ยฉ่ายเวย คุณเปลี่ยนไป”

“ว่าไงนะ” เป้ยฉ่ายเวยนิ่งอึ้งไป เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

ฉูเจ๋อหยางมองเธออย่างมีเลศนัย เขาให้ผ้าห่มจุดซ่อนเร้นและลุกขึ้นจากเตียง

เป้ยฉ่ายเวยร้องอุทานเสียงดังลั่น เธอรีบเอามือทั้งสองข้างปิดตา แม่เจ้า ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าฉูเจ๋อหยางชอบโชว์

แล้วเธอเปลี่ยนไปตรงไหน เธอเปลี่ยนไปได้อย่างไร เธอไม่ได้เหมือนเดิมอย่างนั้นหรอ

ทำไมฉูเจ๋อหยางต้องมาพูดมีลับลมคมในยิ่งชวนให้คนสงสัย

ซวบซวบ เสียงของการสวมใส่เสื้อผ้า เป้ยฉ่ายเวยเอามือจับไปที่น้องน้อยของเธอโดยไม่คิดและรู้สึกว่ามันขยายออกเล็กน้อย

เธอมองไปที่ร่างกายอันงดงามของฉูเจ๋อหยาง ร่างสูงร้อยแปดสิบกว่าเซน สวมใส่สูทแขนตรง มีมาตรของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ

ใบหน้าที่ไร้ที่ติ โดดเด่นแม้มองในระยะหนึ่งพันไมล์

“จ้องพอแล้ว” ฉูเจ๋อเหยาหันกายมาพูด

“ผมยังเห็นได้ดูอะไรเลย” เป้ยฉ่ายเวยคว้าผ้าห่มไว้และหันตัวไป เธออายจนหน้าแดงก่ำไปหมด

ฉูเจ๋อหยางรีบออกตัว “ตอนสิบโมงผมมีประชุม คุณกลับเองได้ใช่ไหม”

“ไม่มีปัญหา คุณไปเถอะ ไปได้แล้ว” เป้ยฉ่ายเวยโบกมืออย่างต่อเนื่อง แทบอยากจะให้ฉูเจ๋อหยางหายตัวไป

หากว่าเป้ยฉ่ายเวยมองย้อนกลับไป จะพบว่ามุมปากของชายเย็นชาคนนั้นยังคงอมยิ้มอยู่

“แกรก” เสียงหนึ่ง ประตูห้องถูกคนปิดลง

บ้านเงียบสงบลงอีกครั้ง

เป้ยฉ่ายเวยล้มตัวลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ กลิ่นสัมผัสของผู้ชายคนนั้นล้อมรอบตัวเธอไปหมดทุกด้าน เธออดไม่ได้ที่จะคิดฟุ้งซ่าน

เป็นอย่างนี้ไปได้ไง เธอนอนอยู่กับฉูเจ๋อหยางทั้งคืน

แถมยังฟัดกันอย่างดุเดือด เธอรู้สึกว่าไม่มีหน้าจะมองใครอีกแล้ว

จะเป็นบ้าอยู่แล้ว

ทันใดนั้นเสียงหึ่งๆก็ดังขึ้นมาจากพื้นดิน เป้ยฉ่ายเวยแกล้งทำเป็นไม่ได้สังเกต แต่ว่าเสียงนั้นกลับดูจะดังยิ่งขึ้น

เธอต้องพยายามลากสังขารขึ้นมา และยื่นมือควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าบนพื้น และเอามารับสาย “ฮาโหล…”

เมื่อได้ยินเสียงอันหมดเรี่ยวแรงของเป้ยฉ่ายเวย คนที่ปลายสายก็นิ่งไปชั่วขณะ และพูดขึ้นด้วยเสียงอึดอัดใจ “เวยเวย เมื่อวานเธอไปนอนกับฉูเจ๋อหยางหรอ เป็นไงบ้าง วิทยายุทธ์บนเตียงของเขา”

“ซือซือ เธอยังมีหน้ามาพูดอีก ไหนเธอรับประกันแล้วกลับหนีไปกับวั่งฉายล่ะ!!!” เป้ยฉ่ายเวยถามด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะตะคอก

ซือซือไอขึ้นสองสามครั้ง “คิคิ อย่ามากล่าวหาฉันเลย เธอสมัครใจเองทั้งนั้น แล้วจะให้ฉันทำยังไง”

“เป็นไปได้ยังไง ก็บอกแล้วว่าปล่อยให้ฉันเมาไง ฉูเจ๋อหยางเกือบจะรู้เรื่องนั้นแล้วนะ” เป้ยฉ่ายเวยคิดแล้วก็ยังกังวล โชคดีที่วันนี้ฉูเจ๋อหยางเขาอารมณ์ดี เลยไม่ได้ถามอะไรไปมาก

ไม่อย่างนั้นด้วยเชาวน์ปัญญาเธอแล้วคงจะหลอกเขาไม่ได้

“ฉันรู้ว่าเธอจะโทษฉัน เดี๋ยวฉันจะเอาวิดีโอให้เธอดู” ซือซือรู้สึกสะใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้

“วิดีโออะไร” เป้ยฉ่ายเวยพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“เดี๋ยวเธอมาก็รู้เองล่ะ ใช่แล้ว เธอลืมเรื่องสำคัญไปรึเปล่า” ซือซือเตือนด้วยความหวังดี

“วันนี้ต้องไปรับรุ่ยรุ่ย!!” เธอลืมเรื่องสำคัญไปได้อย่างไร ต้องโทษฉูเจ๋อหยางสุนัขจิ้งจอกตัวนั้น ทำให้สมองเธอรวนไปหมด

ซือซือพ่นลม “จำได้ก็ดี ไปเตรียมตัวที่บ้านเธอไป”

เป้ยฉ่ายเวยเหลือบไปมองเศษผ้าบนพื้น เธอก็นิ่งไปสองสามวินาที และพูดขึ้นอย่างติดๆขัดๆ “ซือซือเธอช่วยเอาเสื้อผ้ามาให้ฉันหน่อย….”

“ว่าไงนะ ฉันได้ยินไม่ชัด พูดดังหน่อย”

“ฉันบอกว่าเอาเสื้อผ้ามาให้ฉันหน่อย ฉันจะส่งที่อยู่ให้ทางโทรศัพท์” พูดจบเป้ยฉ่ายเวยก็รีบกดวางสาย

แต่ว่าก่อนที่เธอจะวางสาย เธอก็ได้ยินแว่วๆว่ามีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกำลังหัวเราะคิกคัก

เธออายจนแทบอยากจะมุดดินหนี

ซือซือนั้นไวมาก ครึ่งชั่วโมงเธอก็มาถึงที่อยู่ที่เป้ยฉ่ายเวยส่งให้ เธอเคาะประตูสองสามที

เป้ยฉ่ายเวยใส่เสื้อเชิ้ตของฉูเจ๋อหยางออกมาเปิดประตู เธอเอื้อมมือออกมาดึงคนเข้าไป และรีบปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว

“เสื้อผ้าล่ะ เอามารึเปล่า”

“แน่นอน” ซือซือส่ายถุงในมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองดูท่าทีของเป้ยฉ่ายเวยและพูดอย่างงุ่มง่าม “ผู้หญิงที่ได้รับความชุ่มชื้นน้ำจะดูไม่เหมือนเดิม”

“ไม่ทราบว่าเธอพูดเรื่องอะไร” เป้ยฉ่ายเวยหน้าแดง มือก็หยิบถุงในมือซือซือและวิ่งกลับไปเปลี่ยนชุดในห้องนอน

สิบนาทีหลังจากนั้น เธอก็สวมชุดที่ซือซือเอามาให้เดินออกมา เธอเห็นซือซือกำลังนั่งอยู่บนโซฟากำลังพินิจพิเคราะห์เครื่องเรือนภายในบ้าน

เธอเริ่มออกความคิดเห็น “ฉูเจ๋อหยางถึงแม้จะเกเรไปบ้าง แต่วิสัยทัศน์ก็ไม่เลวนะ เลือกทำเลที่ตั้งได้ดีมาก”

“ไปกัน เรากลับกันเถอะ เสื้อผ้าเธอไว้ฉันจะชดใช้ให้” ก่อนเป้ยฉ่ายเวยจะออกมาเธอก็จัดแจงเก็บกวาดให้เรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง

ซือซือหรี่ตาลงมองเป้ยฉ่ายเวย “เมื่อคืนพวกเธอแซบกันมากสินะ เสื้อผ้ากระจัดกระจายขนาดนี้”

“อย่าพูดมั่วๆ มันโดนเกี่ยวขาดย่ะ เธอยังมีวิดีโอที่ต้องให้ฉันดูไม่ใช่หรอ” เป้ยฉ่ายเวยเปลี่ยนหัวข้อหน้านิ่งๆ

ซือซือยิ้มอย่างลึกลับ “ก็ได้ๆ ในเมื่อเธอพูดอย่างนี้”

เป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงในวิดีโอ เสียงเธออึกทึกคึกโครมมาก เธออ่อยมากทั้งตอดทั้งหอมฉูเจ๋อหยาง

ทำไมเธอเข้าหาฉูเจ๋อหยางอย่างนี้ ยังไปนั่งบิดไปบิดมาบนตักเขาอีก จะบ้าตาย

เสียงนั้นก็เป็นของเธอ

“เอามาให้ฉัน” เป้ยฉ่ายเวยรีบคว้าโทรศัพท์มือถือซือซือเอามา ต้องทำลายหลักฐานซะ

“ฮ่าฮ่า นี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าฉันบริสุทธิ์ ไม่ให้ ไม่ให้” เมื่อซือซือพยายามยื่นมือออกไปที่เป้ยฉ่ายเวย เธอก็หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว แถมยังกวัดแกว่งของกลางในมือไปมา

ตอนนี้เป้ยฉ่ายเวยต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่เกิดขึ้น “ซือซือ ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนของเรามีมานานแล้วนะ”“ไม่ผิด พวกเราเป็นเหมือนพี่น้องผองเพื่อนที่สวยเหมือนดอกไม้พลาสติก”“...”“ถ้าเธออยากลบมันทิ้งก็ได้ แต่ว่าต้องรับปากฉันเรื่องหนึ่งก่อน” เธอก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นเป้ยฉ่ายเวยหันหน้าไปอย่างมีความหวังและถามขึ้น “เงื่อนไขอะไร”“แค่จดเอาไว้ก่อน ครั้งหน้าค่อยบอกว่าเงื่อนไขคืออะไร” ซือซือต้องการคิดทบทวนซะหน่อย ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรที่จำเป็น“ไม่มีปัญหา” เป้ยฉ่ายเวยรับปากอย่างรวดเร็ว และจ้องมองซือซือลบวิดีโอนั้น เธอถึงจะวางใจ จะคบเพื่อนต้องดูให้ดีก่อนจริงๆคนทั้งคู่นั่งอยู่ในรถ เป้ยฉ่ายเวยนึกขึ้นได้ถึงรายละเอียดสำคัญที่เธอลืมไป “ซือซือ พวกเราเมาแล้วไปบังเอิญเจอกับฉูเจ๋อหยางได้อย่างไร”ทันใดนั้นสีหน้าของซือซือก็ไม่ดีขึ้นมา น้ำเสียงกลายเป็นน่าขนลุก “ฉูเจ๋อหยางอยู่กับถังฉีตง”“ถังฉีตงกลับมาแล้วหรอ เขารู้จักกับฉูเจ๋อหยางได้อย่างไร” เป้ยฉ่ายเวยถามอย่างไม่เข้าใจอยู่ๆซือซือก็ไม่รู้นึกอะไรขึ้นมา เธอพูดท่าทีโมโห “ไม่รู้ แต่ว่าเขาตายแล้วล่ะ”“ซือซือ เมื่อวานเธอไปกับถังฉีตงไม่ใช่หรอ เลยทิ้งฉันไว้กับฉูเจ๋อหยาง” เป้ยฉ่ายเวยแสดงท่าทางเหมือนว่าก็มันเป็นเช่นนั้นนี่นาเลยไม่น่าแปลกใจที่ซือซือจะทิ้งเธอ“พูดจาไร้สาระ ถังฉีตงผู้ชายไร้ยางอายคนนั้น เขายังกล้า…. ช่างมันเถอะ อย่าพูดถึงคนน่ารำคาญคนนั้นเลย” ซือซือพูดได้ครึ่งเดียวเธอก็ไม่อยากจะพูดต่อไปอีกแล้ว

copy right hot novel pub