โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่70 พายุเงียบสงบ

บทที่70 พายุเงียบสงบ

พนักงานในร้านคนนั้นคาดไม่ถึงว่ามนุษย์ป้าจะลากเธอไม่ปล่อย ไม่ว่าเธอจะพยายามผละตัวออกอย่างไรก็ไม่เป็นผล

เธอเพิ่งจะมาทำงานได้ไม่นาน ยังไม่เคยมีประสบการณ์เจอกับลูกค้าร้ายๆแบบนี้มาก่อน ดวงตาที่วิตกกังวลของเธอเริ่มกลายเป็นสีแดง “ผู้จัดการคะ ช่วยฉันด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าไปแล้ว”

เมื่อมนุษย์ป้าคนนั้นได้ยินคำว่า “ผู้จัดการร้าน” ขึ้นมาเธอก็ตาลุกเป็นประกายและปล่อยมือจากพนักงานคนนั้นในทันที และจ้องไปที่เป้ยฉ่ายเวยอย่างดุเดือด

“คุณเป็นผู้จัดการร้านหรอ ไม่คิดว่าคุณจะเป็นผู้จัดการร้านนี้ รองเท้าของคุณมีปัญหาขนาดนี้ คุณเป็นผู้จัดการร้านกลับไม่ใส่ใจ”

“คุณผู้หญิงท่านนี้ ก่อนอื่นพวกเราที่นี่ต้องขออภัยคุณด้วยนะคะ รองเท้าที่คุณซื้อจากที่นี่มีปัญหาเรื่องคุณภาพ ดิฉันจะทำการตรวจสอบและคำอธิบายแก่คุณค่ะ หวังว่าคุณจะสามารถให้เวลาพวกเราสักครู่”

เป้ยฉ่ายเวยพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ ขณะที่สายตาเธอเหลือบไปเห็นอาการปีติยินดีของเฉินสิ้วหลิง

ในเวลาเช่นนี้เธอในฐานะรองผู้จัดการร้านไม่ได้มีหน้าที่ออกมาจัดการปัญหาหรืออย่างไร

เฉินสิ้วหลิงเห็นสายตาไม่พอใจของเป้ยฉ่ายเวย เธอก็เดินเข้ามาเนิบๆและแกล้งทำเป็นอธิบาย “ผู้จัดการคะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน ผู้หญิงคนนี้ยืนกรานที่จะพูดกับคุณ ฉันเป็นแค่รองผู้จัดการเลยไม่สามารถทำอะไรได้”

“ฉันไม่ต้องการรองผู้จัดการของพวกคุณ ฉันต้องการผู้จัดการคนบริหารร้านนี้ ถ้าไม่ได้คำอธิบายที่น่าพึงพอใจกับฉัน ฉันก็จะไปแจ้งความว่าพวกคุณหลอกลวงผู้บริโภค” มนุษย์ป้ายื่นมือออกไปต้องการจะคว้าเป้ยฉ่ายเวย

เป้ยฉ่ายเวยหลบไปทางด้านข้าง คิ้วเธอย่นเล็กน้อยเมื่อมองไปที่หญิงวัยกลางคนคนนั้น น้ำเสียงเธอยังสุภาพไม่เปลี่ยน “คุณผู้หญิงคะ พวกเรารับปากกับคุณแล้ว ถ้าหากว่ารองเท้าของทางร้านเรามีปัญหา เราจะเปลี่ยนคู่ใหม่ให้กับคุณอย่างแน่นอน”

“อย่างไรถึงจะเรียกว่ารองเท้าของคุณมีปัญหา มันเป็นปัญหาของคุณ พวกคุณดูกันเอาเอง” มนุษย์ป้าชี้ไปที่รองเท้าที่เธอโยนไปที่พื้น

เป้ยฉ่ายเวยไม่ได้โกรธ เธอก้มตัวลงเก็บรองเท้า เธอมองไปที่ตำแหน่งที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเสียหาย รอยแตกที่ส้นเท้า ถ้าไม่สังเกตก็แทบจะมองไม่เห็น

แต่สำหรับร้านค้าแบรนด์เนม สิ่งที่ไปด้วยก็คือคุณภาพและบริการ ความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และดูแล้วบริเวณที่เสียหายนั้นไม่ได้เกิดจากการที่คนทำขึ้นอย่างตั้งใจ

แต่ผู้หญิงตรงหน้าซื้อรองเท้าที่เป็นรุ่นล่าสุดของฤดูร้อน ซึ่งเป็นรองเท้าส้นสูง

ร้านของพวกเธอยังขายรองเท้าให้ผู้หญิงคนนี้ไปทั้งหมดสองคู่ ทั้งสองคู่เป็นรุ่นที่ฉูเจ๋อหยางเคยมอบให้เธอเมื่อไม่นานมานี้

เธอไม่ได้ดูถูกผู้หญิงคนนี้ แต่ว่าดูจากชุดและมารยาทของเธอแล้ว ดูไม่เหมือนคนที่จะซื้อรองเท้าคู่ละหลายหมื่นเหรียญ

ไม่ว่าเธอจะได้รองเท้าคู่นี้มายังไง แต่มันก็เป็นความผิดพลาดของพนักงานของร้านเธอ “ขอโทษนะคะ เป็นความผิดของทางร้านเราเอง เราจะเปลี่ยนคู่ใหม่ให้กับคุณ ถือเป็นค่าชดเชยจากทางร้านเรา”

มนุษย์ป้าตะโกนขึ้น เธอไม่ได้คาดคิดว่าเป้ยฉ่ายเวยจะยอมให้เธอเปลี่ยนรองเท้าอย่างง่ายดาย และยังไม่ต้องให้เธอออกเงินค่าอะไรเลยอีกด้วย สายตาเธอก็เหลือบไปจับจ้องทางเฉินสิ้วหลิงอย่างไม่รู้ตัว

เฉินสิ้วหลิงทำไม่รู้ไม่ชี้ เธอเอามือเคาะต้นขาสองสามครั้งโดยไม่ตั้งใจ

มนุษย์ป้าเข้าใจสัญลักษณ์นั้นในทันที “ปึง” เธอนั่งลงกับพื้นและเริ่มตะโกนร้องไห้ “ในที่สุดพวกคุณคนใจจืดใจดำก็ยอมรับว่าเป็นความผิดของพวกคุณ ตอนนี้คงอยากจะไล่ฉันไปให้พ้นๆ ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ฉันจะแจ้งความ ฉันจะฟ้องพวกคุณ”

เป้ยฉ่ายเวยกระตือรือร้นจับรายละเอียดนี้ คิ้วเธอขมวดแน่น เป็นไปได้ไหมว่าเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเฉินสิ้วหลิง

แต่ว่าตอนนี้คนมุงกันเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้กระทบกับลูกค้าที่ต้องการเข้ามาดูสินค้า เธอจึงได้แต่อดทนรับอารมณ์ไว้ “ถ้าหากว่าคุณมีอะไรไม่พอใจ พวกเราสามารถทำตามความต้องการของคุณได้ค่ะ”

เธอหันไปกล่าวกับคนที่ด้านข้าง “เสี่ยวซง ไปโทรเชิญตำรวจมาหน่อย”

“ค่ะผู้จัดการ” เสี่ยวซงเตรียมที่จะไปโทรหาตำรวจที่แผนกต้อนรับ ผู้จัดการร้านเริ่มแข็งข้อแล้ว ดูสิว่ามนุษย์ป้าจะทำอย่างไร

โทนเสียงของเป้ยฉ่ายเวยค่อยๆดังขึ้นเล็กน้อย เธอใช้โทนเสียงเดียวกับที่พูดกับคนอื่นพูดกับเป้ยฉ่ายเวย “ไม่ว่าลูกค้าคนไหนก็ตามซื้อรองเท้าจากทางร้านเรา ถ้าหากว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างที่รับประกัน พวกเราต้องให้คำตอบที่น่าพึงพอใจได้อย่างแน่นอน”

คนอื่นเห็นวิธีการจัดการของเป้ยฉ่ายเวยทั้งยุติธรรมและมีน้ำใจ ไม่ใช่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมที่จัดการอย่างไม่เอาใจใส่ นั่นทำให้ทุกคนรู้สึกว่าผู้หญิงที่อยู่ที่พื้นนั้นเรื่องเยอะเกินไป

ความคิดเห็นเริ่มโอนเอียงไปทางอีกข้างหนึ่ง

“ฉันว่านะมนุษย์ป้า พวกจัดการร้านของพวกเขาก็ชดเชยคู่ใหม่ให้กับคุณแล้ว โดยที่คุณไม่คิดเงินคุณเลยสักบาท ฉันว่ายังจะตรวจสอบอะไรอีก”

“ใช่แล้วค่ะป้า ทัศนคติของผู้จัดการร้านดีมาก คุณยอมรับไปเถอะค่ะ อย่าไปหาความให้มากเรื่องเลย”

“โถโถ ฉันก็คิดว่าร้านค้าเอาเปรียบลูกค้า ดูแล้วบริการหลังการขายของเขาก็ไม่เลวเลยนะ”

มนุษย์ป้ารู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา แต่เธอก็ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ ถ้าหากว่าเรื่องถึงตำรวจจริงๆ เธอกลัวว่าเรื่องจะจบไม่สวย

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนมามุงกันหน้าร้านเต็มไปหมด” เสียงหงุดหงิดของผู้ชายดังขึ้น

เฉินสิ้วหลิงเห็นคนที่เข้ามาตาเธอก็ลุกเป็นประกาย และพูดอย่างกระตือรือร้น “หวัง ผ.อ.หวาง มาได้ยังไงคะ ตอนนี้ร้านกำลังวุ่นวายเลย”

ที่จริงแล้วเธอจะเรียกเขาว่าพี่หวาง แต่กลัวจะโดนครหา เธอจึงเปลี่ยนคำเรียกเสียใหม่

พี่หวางก็คือคนที่สำนักงานใหญ่ส่งตัวมา เขาดูสนิทสนมกับเฉินสิ้วลิน “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

เฉินสิ้วหลิงมองไปทางเป้ยฉ่ายเวยอย่างขวยเขิน เธอทำท่าทางเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

พี่หวางเห็นเข้าก็เข้าใจ “เป้ยฉ่ายเวย คุณเป็นผู้จัดการร้านได้อย่างไร ทำให้ร้านเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขนาดนี้ ผมได้ยินมาว่ายังต้องแจ้งความ คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้กระทบกับร้านเรามากแค่ไหน”

ถ้าเป้ยฉ่ายเวยมองไม่ออกว่าสองคนนี้ร่วมมือกันแล้วล่ะก็ งานที่เธอทำมาหลายปีนี้ก็คงจะหลุดลอยไป นี่คาดว่าผู้หญิงที่กองอยู่บนพื้นก็คงเป็นคนที่พวกเขาหามาเช่นกันล่ะสิ

เพื่อที่จะดึงเธอลงมา ต้องวางแผนกันขนาดนี้ มาเป็นฉากๆ

เป้ยฉ่ายเวยมองเขาด้วยดวงตาสุกใส และพูดกับเขาอย่างช้าๆชัดๆ “ผ.อ.หวาง ฉันได้จัดการเรื่องนี้อย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าคุณผู้หญิงท่านนี้ยังไม่พอใจ พวกเราก็ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย คุณคิดว่ายังไงคะ”“คุณพูดมีเหตุมีผล ทัศนคติของพวกคุณเมื่อครูผมเห็นหมดแล้ว สำนักงานใหญ่ให้ผมมาประเมินผลงานของคุณ ผมไม่คาดคิดว่าคุณจะปฏิบัติต่อลูกค้าเช่นนี้” พี่หวางส่งสายตาให้กับเฉินสิ้วหลิงครู่หนึ่งเฉินสิ้วหลิงพยักหน้า เธอพยุงมนุษย์ป้าที่นั่งกองอยู่ที่พื้นขึ้นมาและพูดอย่างเห็นใจ “ผู้หญิงคนนี้ทำให้คุณตกใจแล้ว พวกเราต้องให้คำตอบที่น่าพึงพอใจแก่คุณอย่างแน่นอน หวังว่าคุณจะเข้าใจ”มนุษย์ป้าคล้อยตามคำพูดของเฉินสิ้วหลิง เธอยื่นมือออกชี้ไปทางเป้ยฉ่ายเวย “ถ้าหากว่าพวกคุณมีทัศนคติเช่นนี้ตั้งแต่แรก ฉันก็คนไม่มาเอาเรื่องกับพวกคุณ ใครให้ใช้ให้พวกคุณผู้หญิงสองสามคนนี้รังแกคนอื่นมากเกินไป”พี่หยางยังวางอำนาจชี้ไปทางเป้ยฉ่ายเวย “คุณยังไม่ขอโทษลูกค้าท่านนี้อีก รีบไปบอกให้คนที่กำลังโทรศัพท์วางสายซะ”“ผ.อ.หวาง ฉันได้พูดชัดเจนกับลูกค้าท่านนี้แล้วค่ะ และอีกอย่างคนที่ตรวจสอบรองเท้าคู่นี้ก็คือรองผู้จัดการไม่ใช่หรอคะ” เป้ยฉ่ายเวยเน้นเสียงที่คำว่า “รอง”เธอใช้วิธีนี้เตือนสติเฉินสิ้วหลิง ว่าเรื่องนี้ความจริงแล้วควรที่จะเป็นความรับผิดชอบของเธอ แต่เพราะว่าเธอเป็นผู้จัดการเธอจึงต้องออกมารับหน้าสถานการณ์อัพเดทครั้งหน้า:12 ธ.ค. 2019จะมาในเร็วๆนี้ โปรดอดใจรอก่อนนะจ๊ะ

copy right hot novel pub