โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

ตอนที่ 75 โซฟาเป็นไอเทม

ตอนที่ 75 โซฟาเป็นไอเทม

ผู้ชายบนร่างไม่ได้ให้เวลาเธอครุ่นคิด

เป้ยฉ่ายเวยเกลียดที่ทำไมวันนี้เธอถึงได้ใส่กระโปรง มันสะดวกสำหรับผู้ชายที่จะทำการชั่วร้าย

“ฉูเจ๋อหยาง คุณ หยุดมืออยู่ตรงนั้นนะ” เป้ยฉ่ายเวยอดไม่ได้ที่จะอุทาน

ผู้ชายที่สมควรตาย ที่แท้เขาถอด…..ของเธอ

นิ้วชี้เรียวยาวของฉูเจ๋อหยางเราะไปตามตะเข็บของเธอ แววตาอันคลุมเครือเต็มไปด้วยความสงสัย

เป้ยฉ่ายเวยกำลังจ้องมองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า เขากำลังลูบไล้ไปในจุดซ่อนเร้นของเธอ เธอรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า เสียงค่อยๆลอดออกมาจากฟัน “ฉูเจ๋อหยางถ้าคุณกล้าก็เอาของฉันออกมาดู!!!”

เธอต้องการเช็ดน้ำตาอันขมขื่น จีสตริงตัวนี้ ซือซือเป็นคนมอบให้กับเธอ ที่จริงเธอเก็บเอาไว้ในกล่อง วันนี้เอาเสื้อผ้าไปซักหมด จึงไม่เหลืออะไรให้ใส่ เลยเอามาใส่ยามฉุกเฉินเท่านั้น

ฉูเจ๋อหยางดันมาวันนี้พอดี

“วันนี้คุณใส่จีสตริงออกไปข้างนอกอย่างนั้นเรอะ” ฉูเจ๋อหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วเป็นอันตราย

เมื่อคิดว่าเป้ยฉ่ายเวยนุ่งน้อยขนาดนี้ทั้งวันช่างน่าสมเพช แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังไม่ใส่ให้เรียบร้อย เขาทั้งโกรธทั้งโมโห

“เปล่า ฉันใส่กางเกงซับใน! คุณไม่รู้หรือยังไง”

เธอกลัวการเย้ายวนของฝ่ามือผู้ชายคนนี้ ถึงแม้จะไม่สนใจ แต่ก็ยังตอบอย่างตรงไปตรงมา

นัยน์ตาของฉูเจ๋อหยางดำวาบและกระซิบเบาๆ “ผมไม่เชื่อ”

“....” เป้ยฉ่ายเวยแทบจะกรีดร้อง

ชายบนร่างไม่ได้ให้โอกาสเธอแม้แต่น้อย

เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เธอหลุดรอดหนีไปได้ ระหว่างที่เธอตกตะลึงอยู่นั้น เขาก็แทรกเข้าตรงกลางระหว่างขาเรียวทั้งสองข้างของเธอ และกระแทกร่างเข้ากับดินแดนอันลึกลับ

เป้ยฉ่ายเวยสูดลมหายใจลึก และจ้องไปที่ชายด้านบนเธออย่างไม่พอใจ เขาเป็นคนป่าเถื่อนหรือยังไง เข้ามาโดยไม่บอกไม่กล่าว จะให้เธอเจ็บจนตายหรือยังไง

ฉูเจ๋อหยางเองก็ใช่ว่าจะดีนัก มีเหงื่อบางๆปรากฏขึ้นบนหน้าผาก เขากระซิบที่ข้างหูเธอ “ผ่อนคลายเถอะ เธอคิดจะต่อต้านด้วยวิธีนี้รึ”

เป้ยฉ่ายเวยประหม่า เธอยิ่งหนีบแน่นกว่าเดิมอีก

ฉูเจ๋อหยางเหมือนกับได้รับสัญญาณ เขาก็เริ่มต้นปฏิบัติการในทันที “ผมเคารพความคิดเห็นของคุณ”

“ฮือฮือฮือ…” เป้ยฉ่ายเวยอยากจะร้องไห้ มือเธอถูกมัดไว้ไม่สามารถหลุดพ้นได้ และยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไม่สามารถกำจัดชายบนร่างของเธอได้อีก

เธอไม่รู้ว่าฉูเจ๋อหยางโกรธจริงๆ และยังเอาความโกรธนั้นมาระบายกับเธอเป้ยฉ่ายเวย

เขาใช้โซฟาเป็นไอเทม ให้เป้ยฉ่ายเวยโพสท่าทางต่างๆ บางครั้ง เธอต้องใช้โซฟาเพื่อเป็นเครื่องช่วยพยุงข้อศอกของเธอไว้ บางครั้งเธอก็ต้องนอนบนเบาะ บางครั้งก็นั่งบนตักของเขา

“ฉู ฉูเจ่อหยาง คุณเบาๆหน่อย…”

ในที่สุดเสียงของเป้ยฉ่ายเวยก็แหบแห้งไป ไม่รู้ว่าร้องไห้ออกมาแล้วกี่ครั้ง น่าเสียดายที่ผู้ชายเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักพอ จู่โจมโหมกระหน่ำครั้งแล้วครั้งเล่า

เป้ยฉ่ายเวยเป็นเหมือนกอหญ้าในพายุ โอนไปเอนมา ไม่มีที่ให้เกาะยึด เธอได้แต่เป็นผู้ถูกกระทำ

ทั้งคืนไม่ได้นอน

เมื่อรุ่งสางเป้ยฉ่ายเวยถึงได้ลุกจากเตียง เธอพบว่าตัวเองกลับมาที่ห้องนอน ตำแหน่งที่ข้างกายนั้นว่างเปล่า

แสงอาทิตย์ส่องประกายลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามา ตกกระทบลงบนนิ้วมือเหมือนกับแสงดาวส่ายไปมา

เป้ยฉ่ายเวยดูแล้วก็แปลกใจเล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็ถอนหายใจอีกครั้ง เธอพลิกตัวราวกับเป็นศพ สายตาจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย

ฉูเจ๋อหยางนี่มันเรื่องอะไรกัน มาหาเธอติดต่อกันหลายคืน สุดท้ายแล้วก็มีผลลัพธ์แค่สองอย่างเท่านั้น

คือจะให้เขาโมโหจนเดินจากไป หรือว่าเธอจะเสียสละตัวเอง

ยิ่งเป็นอย่างนี้ ใจเธอยิ่งสับสนวุ่นวาย ความรู้สึกที่คว้าจับไม่ได้นี้ ทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า

“ปังปังปัง” เสียงเคาะประตูอย่างรุนแรงหลายครั้ง

“เวยเวย เปิดประตูอย่างรวดเร็ว”

เป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงคนมา เธอเลยไม่รู้สึกเศร้าอีกต่อไป เธอฝืนตัวลุกขึ้น เปิดผ้าห่มและลงจากเตียง ขาทั้งสองข้างสั่นไหว อีกนิดเดียวเกือบจะล้มไปกองที่พื้น

เธออดไม่ได้ที่จะสบถสาปแช่ง “ฉูเจ๋อหยางไอ้ชาติชั่ว”

ในที่สุดก็ฟื้นฟูความแข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อย เป้ยฉ่ายเวยรีบสวมเสื้อคลุมและเดินไปที่ประตู ทันใดนั้นเธอก็นึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้และจ้องมองไปที่โซฟา

เสื้อผ้าและจีสตริงของเธอยังกองอยู่ตรงนั้น เธอเกือบจะลืมไป

เป้ยฉ่ายเวยใบหน้าแดงก่ำ และรีบคว้าเก็บมา

คนข้างนอกดูเหมือนจะร้อนใจและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เป้ยฉ่ายเวย เธอกำลังละทิ้งครอบครัวของเธอไว้เบื้องหลังใช่หรือไม่ เธอซ่อนผู้ชายเถื่อนเอาไว้ในบ้านใช่รึเปล่า เลยไม่กล้าให้ใครรู้”

อีกเสียงหนึ่งของเด็กน้อยดังมา ถามขึ้นอย่างไร้เดียงสา “คุณป้า ผู้ชายเถื่อนเป็นอย่างไรครับ”

เป้ยฉ่ายเวยแทบจะทรุดลงกับพื้น ซือซือกำลังพูดอะไร รุ่ยรุ่ยยังเด็กนัก เธอรีบเอาหมอนบนโซฟาปิดเสื้อผ้าที่กองอยู่เอาไว้ และยัดมันเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

จากนั้นก็แกล้งทำเป็นเปิดประตูอย่างไม่ตั้งใจ

“ซือซือ รุ่ยรุ่ย พวกเธอเองหรอ”

เป้ยฉ่ายเวยแสร้งทำเป็นว่าเพิ่งจะตื่นขึ้นมา แต่ว่าด้วยสายตาสอดส่ายของซือซือ ทำไมหล่อนจะไม่สังเกตเห็นการหายใจอย่างระมัดระวังของเธอ “ทำอะไรน่ะ หอบขนาดนั้น”

“เปล่านี่” เป้ยฉ่ายเวยแสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจที่ซือซือพูด มือเล็กๆของรุ่ยรุ่ยยื่นเข้ามา

“แม่ พระอาทิตย์จะตกดินแล้วนะ” รุ่ยรุ่ยพูดอย่างไร้เดียงสา

เป้ยฉ่ายเวยลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดูและพูดเบาๆ “เมื่อวานแม่เหนื่อยมาก เลยตื่นสายเกินไป รุ่ยรุ่ยทานอะไรมารึยัง”

“คุณป้าพาผมไปทานแล้วครับ” รุ่ยรุ่ยพูดพลางตบท้องตัวเอง

“อื้อ รุ่ยรุ่ยเด็กดี” เป้ยฉ่ายเวยอุ้มรุ่ยรุ่ยไปนั่งที่โซฟา

“เวยเวย ฉันว่าจะถามเรื่องเมื่อวาน…”

เป้ยฉ่ายเวยขัดจังหวะเมื่อเพื่อนรักกำลังจะถาม และพูดขึ้นอย่างจริงจัง “ซือซือ รุ่ยรุ่ยยังอยู่ที่นี่นะ”

ซือซือฮัมเพลงและไม่ได้พูดอะไร เธอเดินตรงไปที่โซฟา

เป้ยฉ่ายเวยพ่นลมหายใจ ซือซือถามขึ้นอีกครั้ง “เวยเวย หมอนของโซฟาเธออยู่ที่ไหน ทำไมมันหายไปล่ะ”โซฟาชุดนี้เธอไปซื้อพร้อมกับเวยเวย เมื่อวานมามันก็ยังอยู่“อ้อ ว่าไงนะ มันสกปรกแล้ว ฉันก็เลยเอาไปซัก” เป้ยฉ่ายเวยอายจนหน้าแดงแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไร“ซักรึ” ซือซืออึ้ง เธอลุกขึ้นและพูดว่า “สักหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปดูสีมันหน่อย คราวที่แล้วยังเห็นไม่ชัด ฉันเองก็อยากซื้อไว้สักชุด”เป้ยฉ่ายเวยรึบดึงซือซือเอาไว้ และพูดอย่างใจจดใจจ่อ “ฉันไม่ได้ซักที่บ้าน เอาไปส่งร้านซักรีด”ซือซือยื่นมือออกมาแตะหน้าผากของเป้ยฉ่ายเวยและเพียรถาม “เวยเวย เธอเป็นไข้รึเปล่า ทำไมหน้าแดงอย่างนี้ล่ะ”“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นไร แค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย ฉันเพิ่งตื่นด้วย พวกเธอนั่งก่อนสิ ฉันจะไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน” พูดจบ เป้ยฉ่ายเวยก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปซือซือมองด้านหลังของเป้ยฉ่ายเวยซึ่งกำลังเดินจากไป เธอก็อมยิ้มมุมปากขึ้นมาใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้เลยว่าเมื่อคืนนี้เป้ยฉ่ายเวยไปทำอะไรมาคิคิ ไม่คิดเลยว่าฉูเจ๋อหยางคนที่มองเผินๆคิดว่าเป็นคนเย็นชาแต่กลับขี้เล่นเป็นบ้าตัดสินคนจากปกหนังสือไม่ได้จริงๆ ไม่ได้จริงๆอัพเดทครั้งหน้า:16 ธ.ค. 2019จะมาในเร็วๆนี้ โปรดอดใจรอก่อนนะจ๊ะ

copy right hot novel pub