โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

ตอนที่ 81 ไม่เอาเผ็ด

ตอนที่ 81 ไม่เอาเผ็ด

ดวงตาสีเข้มของฉูเจ๋อหยางมองไปที่ใบหน้าสงบนิ่งของเป้ยฉ่ายเวย ไม่ได้เจอกันเพียงหนึ่งคืน​ สีหน้าของเธอก็ดูแย่มาก

หนานฉิงยังรู้สึกว่าบรรยากาศ​ดูแปลกไป​ พอกระพริบตา​ ก็รู้ได้ว่าไม่ปกติ​ แล้วพูดต่อว่า​ "เวยเวย ไม่เกินไปหน่อยหรอ กินข้าวยังไม่เรียกพวกเรา"

เป้ยฉ่ายเวยมองกับข้าวที่ถูกยกมาบนโต๊ะอย่างลังเล ให้คนอื่นกินกับข้าวที่กินเหลือ​คงไม่ดีเท่าไร

"หนานฉิง​เธอก็เห็นอยู่ว่าเราใกล้ทานเสร็จแล้ว​ไว้คราวหน้าดีไหม พวกเธออยากกินข้าวไม่ใช่หรอ​รีบไปเถอะ"อวี๋ซือซือวางตะเกียบลง พูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

แม้ว่าดูแล้วเหมือนเธอกำลังหัวเราะอยู่จริงๆ แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเหมือนเสแสร้ง​ ​ใครๆต่างก็มองออก​ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้อยากจะต้อนรับสามคนที่อยู่ด้านนอก

อืม มีแต่พวกที่น่าเบื่อ​ น่ารำคาญ

หนานฉิงไม่สบายใจ ทำให้ฉูเจ๋อหยางไม่กล้าโมโหอีก​ ทำให้แต่กลืนคำพูดลงไปด้วยความไม่พอใจ​ พอจะอ้าปากพูด

ก็มีคนพูดออกมาก่อนว่า​ "ไม่เป็นไรพวกเราไม่ถือ ใช่ไหมอาเจ๋อ"

ฉูเจ๋อหยางเหลืยบมองเป้ยฉ่ายเวยก่อนจะพยักหน้า​ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“อาเจ๋อ​ คุณถัง​ แบบนี้คงไม่ดีมั้งคะ​ เวยเวยพวกเขากินไปได้ครึ่งนึงแล้ว​ ถ้าเราไปแทรกอีกอาจจะเป็นการรบกวนพวกเขาก็ได้" หนานฉิงทำเหมือนไม่ตั้งใจมองไปที่หลี่จื่อเชียนและเป้ยฉ่ายเวย

เตือนพวกเขาเป็นกลายๆคนเขากำลังเดทกัน​ พวกเราเข้าไปขัดคงจะไม่เหมาะสม

ถังฉีตงยังไม่ทันพูด​ ก็มานั่งเก้าอี้ว่างข้างซือซืออย่างคุ้นเคย​ สายตากลับมองหลี่จื่อเชียนแล้วถามว่า​ "คุณหลี่คงไม่อยากให้เราอยู่ด้วยกันมั้ง"

หลี่จื่อเชียนมองถังฉีตง​ แล้วพูดช้าๆ​ "ไม่รังเกียจ"

"อาเจ๋อ……"หนานฉิงจะดึงมือฉูเจ๋อหยางมาอ้อน

ฉูเจ๋อหยางเดินไปนั่งข้างถังฉีตง แล้วพูดเสียงเรียบกับพนักงานเสิร์ฟที่ประตูว่า​ "เอาอาหารพวกนี้ไปเปลี่ยนมาใหม่"

มองเป้ยฉ่ายเวยครู่หนึ่ง​ แล้วพูดต่อว่า​ "ไม่เอาเผ็ด"

'ปัง'​ ตามด้วยเสียงพูดด้วยความตกใจของหญิงสาว​ "ขอโทษค่ะ​ ไม่ทันระวังเลยชนถ้วยเข้าค่ะ"

หน้าเป้ยฉายเวยมีแต่ของระเกะระกะเพื่อจะปิดบังความตกใจของตัวเอง​ เธอรีบร้อนดึงกระดาษทิชชูออกมาสองสามแผ่น​ เช็ดแบบลวกๆ​ โดยที่น้ำชายังไหลลงพื้น

เขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองกินเผ็ดไม่ได้

มองไปที่อาหารเสฉวนบนโต๊ะ​ เธอไม่ค่อยได้ขยับตะเกียบสักเท่าไร​ เพราะเพื่อนๆและจื่อเชียนสามารถกินได้​ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้พูดอะไร​

มือเรียวสะอาดอีกข้างวางกระดาษทิชชู​กองไว้หน้าเป้ยฉายเวย เสียงที่อ่อนโยนพูดขึ้นอย่างร้อนรน​ "เวยเวย ไม่เป็นไร​ใช่ไหม"

"ฉันไม่เป็นไร​ ฉันไม่เป็นไร" เป้ยฉ่ายเวยเงยหน้าขึ้น​ จึงเห็นสายตาทุกคนกำลังมองมาที่เธอ และเงียบสนิทไปพักหนึ่ง

หนางฉิงมองฉูเจ๋อหยาง แล้วพูดปนอิจฉา​" เวยเวย ฉันน่ะอิจฉาเธอจริงๆ​ จื่อเชียนใส่ใจเธอดีจริงๆ"

เป้ยฉ่ายเวยคิดถึงเรื่องที่ฉูเจ๋อหยางบังคับให้เธอสัญญาบนโซฟาเมื่อวานก่อน​ เลยยิ้มแห้งกลับไปและไม่ตอบ​ ชำเลืองมองไปที่มุมปากของชายตรงข้ามที่เหมือนจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย

แค่รอให้เขาตั้งใจไปดู เขายังดูเย็นชาและไม่กระตือรือร้น

เธอเข้าใจผิดเองจริงๆ

อวี๋ซือซือกลับทำท่าเบะปากดูถูก​ ความเสแสร้งของผู้หญิงคนนี้ไม่มีปิดบังเลยแม้แต่น้อย​ คงเป็นความสามารถอีกอย่าง​ของเธอ ​ สายตาฉูเจ๋อหยางสุดจะเอือมระอา

"ทำไมไม่เปลี่ยนที่นั่งที่ใหญ่กว่านี้ล่ะ" หลี่จื่อเชียนมองที่นั่งเป้ยฉายเวยที่นั่งไม่ได้​ เลยพูดเสนอขึ้น​

"อืม เปลี่ยนเป็นที่กว้างหน่อยก็ดีเหมือนกัน" ถังฉีตงเห็นด้วย

อวี๋ซือซือไม่แน่ใจว่าผิวหน้าชายข้างๆทำจากอิฐจากปูนหรือ เมื่อวานเธอพูดชัดเจนไปแล้ว​ วันนี้เข้ากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากเดิมที่มีแค่สามคนก็กลายเป็นหกคน​ เปลี่ยนเป็นห้องใหญ่กว่าเดิม​

หนานฉิงแอบมองสายตาคนอื่นที่ส่งให้เป้ยฉายเวย

เป้ยฉายเวยก้มหน้าลงเงียบๆ​ เดินชะลอและหยุดอยู่ด้านหลัง

หนานฉิงจับมือเป้ยฉ่ายเวยแล้วพูดอย่างใกล้ชิดว่า​ "เวยเวย เธอไปห้องน้ำเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม"

"อือ" เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าพร้อมคำพูดของเธอ

อวี๋ซือซือไม่พอใจ​ อยากตามไปด้วย แต่มองเห็นเวยเวยส่ายหัวไปมาเลยต้องหยุด​ เหมือนมีลูกน้อยซะจริงๆ​ นิสัยก็เหมือนซาลาเปา ถูกคนบีบนวดได้ตามใจ

หนานฉิงดึงเป้ยฉายเวยที่ห้องน้ำอย่างมีความสุข

พอถึงห้องน้ำ​ หนานฉิงก็รีบถามขึ้นอย่างรวดเร็ว​ "เวยเวยเรื่องที่ฉันเคยบอกเธอไป​ เธอช่วยถามให้ฉันแล้วหรือยัง"

"ยะ​ ยังเลย" เธอรับปากว่าจะไม่เกินสองสามวัน​ เธอยังไม่ได้เตรียมใจเลยสักนิด​ เลยยังไม่ได้ถาม

เห็นชัดว่าเขาต้องการขอร้องให้คนนี้ช่วย​ หนานฉิงเริ่มบ่น​ "เวยเวยทำไมเธอทำแบบนี้ แค่โทรศัพท์มันยากนักหรอ​ โชคดีที่ฉันจะรออีกสองสามวัน"

"ฉันขอโทษ……" เป้ยฉายเวยก้มมองต่ำเพื่อปิดบังความรู้สึกผิด"

" โอเค​ โอเค​ ฉันไม่โทษเธอแล้ว​ แต่ว่าเวยเวยตอนนี้ยังพอมีโอกาสอยู่ไม่ใช่หรอ​ อีกพักหนึ่งเธอก็แกล้งทำเป็นไม่ตั้งใจถามก็พอแล้ว​" หนานฉิงยิ่งพูดแววตาของเธอยิ่งดูตื่นเต้น

ต่อหน้าผู้คนมากมาย​ อาเจ๋อจะทำให้เธอเสียหน้าไม่ได้และคนที่ถามคำถามก็คือเวยเวย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่โกรธตัวเอง

แม้ว่าเป็นการผิดต่อเวยเวย แต่เวยเวยไม่ใช่เพื่อนสนิทของเธอหรือ​ เพื่อเพื่อนแล้ว​ เรื่องเล็กแค่นี้​ เธอคงไม่ว่าอะไรหรอก

เป้ยฉายเวยกัดริมฝีปาก​ และพูดอย่างลำบากใจว่า​ "หนานฉิง​ ขอเวลาฉันอีกหน่อยเถอะนะ"

เธอไม่สามารถจะถามต่อหน้าผู้คนมากๆได้จริงๆ

"เวยเวย เธอเห็นฉันเป็นเพื่อนไหม" หนานฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

" เป็นสิ" แต่เพราะคำว่าเพื่อนนี่หรือ​ จึงมาเรียกร้องเรื่องลำบากใจโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเธอ

" ไหนๆเธอก็นับว่าฉันเป็นเพื่อน​ เรื่องเล็กๆที่เพื่อนขอให้ช่วย​ เธอก็ไม่ควรปฏิเสธ​นะ​ เวยเวย ฉันรู้ว่าฉันรีบร้อนไปหน่อย​ แต่เพราะว่าฉันห่วงความรู้สึกอาเจ๋อมาก​ ฉันจะเสียเขาไปไม่ได้"หนานฉิงคว้ามือเวยเวยขึ้นมา แล้วพูดอย่างยากลำบาก​" เวยเวย​ เธอเข้าใจความรู้สึกของฉันใช่ไหม"​ใช่สิ​ เธอควรเข้าใจ​ แต่ใครจะมาเข้าใจความไม่สบายใจของเธอบ้างเป้ยฉายเวยมองหนานฉิงอีกครั้ง​ เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า​ "ได้​ ฉันจะช่วยถามให้""เวยเวย ฉันรู้ว่าเธอต้องไม่ปฏิเสธ​ฉัน ขอบคุณเธอมากนะ" หนานฉิงพูดอย่างมีความสุข​ แล้วลากมือเวยเวยกลับไปยังห้องอาหาร เป้ยฉ่ายเวยฝืนยิ้มแล้วเดินตามไป​ เธอต้องไปถามผู้ชายคนนั้นจริงๆหรือ​ พอนึกถึงคำตอบที่เขาอาจจะตอบมา​ หัวใจของเธอก็รู้สึกบีบรัดแน่นขึ้นมา"พวกเรากลับมาแล้ว" หนานฉิงผลักประตู​ พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "เวยเวย รีบมานั่งเร็ว" อวี๋ซือซือไม่สนใจหนานฉิง​ ยื่นมือออกไปดึงเวยเวยกลับมา "อืม" เป้ยฉายเวยปล่อยมือหนานฉิง​ นั่งก้มหน้าบนเก้าอี้ที่อวี๋ซือซือบอกให้นั่ง​พอเงยหน้าขึ้นถึงรู้ว่าซ้ายมือคือซือซือ ขวามือกลับเป็นฉูเจ๋อหยาง จื่อเชียนกลับไปนั่งข้างถังฉีตงพอมองสายตาที่จนปัญญาของจื่อเชียน เป้ยฉายเวยก็อดไม่ได้ที่จะใช้สายตาถามเพื่อนข้างๆ ทำอะไรเนี่ย​ ทำไมฉูเจ๋อหยางมานั่งข้างเธอได้ล่ะอวี๋ซือซือทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่เวยเวยกำลังถาม​ แหะแหะ​ เธอตั้งใจให้เป็นแบบนี้

copy right hot novel pub