โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่96 โกรธจนตาแดงฉาน

บทที่96 โกรธจนตาแดงฉาน

“ฉันมาแล้ว เกิดอะไรขึ้น คนเยอะขนาดนี้” ซือซือมือถือชานม อีกมือหนึ่งถือน้ำแร่ของเป้ยฉ่ายเวยอยู่ เธอมองหาคนทุกที่ ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นฝูงชนกำลังมุงกัน เธอจึงแทรกตัวเข้าไป

จนเธอเห็นได้เต็มตาว่าผู้หญิงที่โดนทำร้ายจนทั้งตัวเต็มไปด้วยแผลคนนั้นคือเวยเวย ขวดน้ำแร่ในมือก็ถูกบิดจนเปลี่ยนรูปทรงในทันที

ดวงตาตันเฟิ่งกลายเปลี่ยนเป็นสีแดง หน้าเธอขมึงตึง ริมฝีปากเซ็กซี่ขดแน่นเป็นเส้น จู่โจมใส่ผู้หญิงที่ยังคงเตะอยู่ทันที

เธอกรีดร้องเสียงเบาๆ “หนานฉิง…”

หนานฉิงหันหน้าไปโดยจิตใต้สำนึก “ใคร…”

ชานมหกในทันที ตั้งแต่หัวจรดเท้าของหล่อน เสียงติ๋งๆของน้ำหยดลงบนเท้า กลิ่นหวานของชานมยังลอยฟุ้งอยู่รอบตัวหล่อน

เสียงเธอกรีดร้องก้องอยู่ในอากาศ “อ้า---ซือซือนังชั่วแกมาเทชานมใส่ฉัน”

ฝูงชนสับสนกับสถานการณ์ตรงหน้า ผู้หญิงผมแดงคนนั้นเป็นใครกัน ช่างเปี่ยมไปด้วยพลัง

ซือซือไม่แม้แต่จะมองหนานฉิง เธอช่วยพยุงเป้ยฉ่ายเวยที่กองอยู่ตรงพื้นขึ้นมาและกระซิบที่ข้างหูเธอ “เป้ยฉ่ายเวย เธอนี่มันยังไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมเลยนะ”

เป้ยฉ่ายเวยเอนกายง่อนแง่นซบซือซือ มุมปากเธอโค้งงอขึ้น ซือซือหาเธอเจอแล้ว

“ตอนนี้ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก น่าโมโหจริงๆ” ซือซือพูดไปก็แสบตาไป

เป้ยฉ่ายเวยเธอนี่มันซื่อบื้อจริงๆ

“ซือซือเธอหมายความว่ายังไง เธอช่วยเป้ยฉ่ายเวยผู้หญิงสารเลวคนนี้ไว้ทำไม เธอสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือเปล่า” หนานฉิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดูถูกอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้ามาก่อน หล่อนโกรธจนแทบเสียสติ

ซือซือจ้องมองหนานฉิงซึ่งพร้อมจะระเบิดและพูดอย่างเย็นชา “เธอน่าจะดีใจนะที่ฉันไม่ได้ถือชานมร้อนมา ไม่อย่างนั้นร่างเธอได้ถูกลวกอย่างแน่นอน”

ถ้าหากไม่ใช่เพราะเวยเวยดึงเธอไว้ไม่ยอมปล่อยล่ะก็ หล่อนคงไม่ได้เจอแค่ชนนมธรรมดาๆแค่นี้หรอก ถ้ารู้แต่แรกน่าจะซื้อเครื่องดื่มร้อนมา ราดผู้หญิงมีพิษคนนี้เสียให้เข็ด

หนานฉิงคำรามใส่ทั้งคู่ “ซือซือทำไมเธอทำอย่างนี้กับฉัน เธอรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่านังนี่มันไปอ่อยอาเจ๋อ ใช่รึเปล่า”

“หนานฉิงเธอช่างเป็นผู้หญิงอ่อนต่อโลก การที่จะบอกว่าใครต่ำ ผู้หญิงต่ำกับผู้หญิงปากร้ายในตลาดแตกต่างกันตรงไหน ตระกูลหนานบ้านเธอสอนฉันให้เข้าใจแล้ว”

ซือซือต้องการที่จะลงทุนน้อยที่สุด แต่ให้เกิดความเสียหายแก่ศัตรูมากที่สุด

ด้วยความเมตตาของซือซือเธอต้องการทำให้คนรอบตัวถูก “เตือนสติ” และตอบสนองว่าผู้หญิงตรงหน้านี้คือใคร

“ตระกูลหนาน นั่นคือลูกสาวของนายกเทศบาลหนานเทียนหยาง…”

“ไม่ใช่หรอกมั๊ง ตามข่าวลูกสาวของนายกเทศบาลหนานเทียนหยางออกจะมีการศึกษาและจิตใจดี จะมาลงไม้ลงมือกับคนต่อหน้าต่อตาอย่างนี้ได้อย่างไรกัน”

“แต่จะว่าไป ก็ดูเหมือนอยู่ไม่น้อยนะ”

หลิวเหม่ยฉีที่คอยยืนดูความวุ่นวายอยู่ตลอดนั้นเมื่อหล่อนเห็นคนที่มาช่วยเหลือเป้ยฉ่ายเวยไว้ก็คือซือซือ ด้วยภูมิหลังเรื่องการต่อสู้ของเธอแล้ว หล่อนจึงถอยตัวหลบเข้าไปอยู่ในฝูงชน

หนานฉิงได้ยินเสียงที่คนรอบๆวิพากษ์วิจารณ์กัน เธอก็รีบตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว “ซือซือเธอย่าพูดไร้สาระ ตอนนี้เป้ยฉ่ายเวยขโมยแฟนของเพื่อนรัก คนที่เป็นมือที่สามไร้ยางอายก็คือหล่อน”

เสียงของการสนทนาหยุดลง จะว่าไปก็ใช่ สถานการณ์ตอนนี้ก็คือผู้หญิงที่ชื่อเป้ยฉ่ายเวยเป็นมือที่สาม ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้หรอก

ซือซือหัวเราะเยาะ ปฏิกิริยาของผู้หญิงคนนี้ไม่ช้า น่าเสียดายที่ต้องมาเจอกับเธอซือซือ “หนานฉิงเธออย่าปรักปรำคนอื่นปากเปล่าได้ไหม”

“ปรักปรำอะไร เป้ยฉ่ายเวยยอมรับด้วยตัวเธอเอง” เป้ยฉ่ายเวยยอมรับ ซือซือจะแก้ตัวอะไรให้ได้อีก

“นังสารเลวฟังฉันไว้ให้ดีนะ” ซือซือเกียจคร้านเกินจะเรียกชื่อหญิงสาวที่น่ารังเกียจคนนี้เธอพูดตรงๆ “ตอนนั้นที่เธอเลิกกับไอ้ตาฉูเจ๋อหยางแล้วหนีไปต่างประเทศ เธอจะไม่ให้ฉูเจ๋อหยางมีความรักครั้งใหม่หรือยังไง เธอน่ะสิหน้าไม่อาย”

“คนจะว่ายังไงคนหนึ่งก็ยังไม่ได้แต่งงานอีกคนก็ยังไม่ได้แต่งงาน มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าคบกันไม่ได้ พวกเธออยู่ด้วยกันแล้วรึ แต่งงานกันแล้วรึ ยังจะกล้าพูดว่าคนอื่นเค้าเป็นมือที่สามอีก ฉันว่าเธอนั่นล่ะมือที่สาม”

“แกพล่ามอะไร ฉันกับอาเจ๋อไม่เคยบอกเลิกกัน” หนานฉิงกระพริบตาเล็กน้อยและพูดจาเลอะเลือน “อาเจ๋อเป็นแฟนของฉัน เพื่อนสนิทของฉันจะมายุ่งกับแฟนเก่าของฉันแบบนี้ได้หรอ”

ซือซือยิ้มอย่างเหยียดหยามและพูดอย่างดูถูก “ฮ่าฮ่า แกก้อรู้นี่ว่าเป็นแฟนเก่า ในเมื่อเลิกกันแล้วแล้วมันเกี่ยวบ้าอะไรกับแกด้วย แฟนเก่าแกทุกคนจะต้องอยู่เป็นโสดตลอดไปหรือยังไง ฉันสงสารฉูเจ๋อหยางจริงๆ”

“แก แกสมรู้ร่วมคิดกันมาเถียงข้างๆคูๆ ตอนนี้ฉันกลับมาคบกับอาเจ๋อแล้ว อย่างนี้จะเรียกเป้ยฉ่ายเวยว่าอะไรล่ะ” หนานฉิงโกรธจนสั่นสะท้าน ซือซือทำไมผู้หญิงคนนี้มันอยู่ไปทุกที่เลยนะ

ที่จริงฉากนั้นได้กลับตาลปัตรแล้ว

“ขอร้องล่ะ แกดูแลแฟนแกให้ดีไม่ให้มารบกวนเป้ยฉ่ายเวยได้ไหมล่ะ เป็นแฟนฉูเจ๋อหยางซะเปล่า แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รู้อะไรเลยนะ” ซือซือมองหลานฉิงอย่างสมเพช

หนานฉิงอับจนคำจะโต้ตอบ แต่หล่อนก็ไม่ต้องการปล่อยพวกเธอไปอย่างง่ายดาย หล่อนพุ่งเป้าไปที่การโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยตรง

“เป้ยฉ่ายเวยแกพูดออกมาสิ แกให้คนอื่นมาพูดแทน กลัวความผิดหรือยังไง ปีนั้นแกรับปากฉันแล้วไม่ใช่หรอ ถ้าแย่งผู้ชายของฉันขอให้ฟ้าดินลงโทษ”

“ทำไมตอนนี้ยังไม่โดนฟ้าผ่าตายไปอีก”

ซือซือรู้สึกได้ว่าเป้ยฉ่ายเวยพิงเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอโกรธเป็นอย่างมาก เธอไม่ควรเห็นแก่เวยเวยที่ให้ความเมตตาไอ้ผู้หญิงสารเลวคนนี้เลยจริงๆ

“คนที่ฟ้าควรผ่ามากที่สุดก็คือพ่อแม่ของแกนั่นล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ของแกมาเป็นก้างขวางคอ แกคิดว่าฉูเจ๋อหยางจะอยากสานสัมพันธ์กับแกหรือยังไง”

“ว่าไงนะ ซือซือแกพูดบ้าบออะไร” จิตใต้สำนึกของหนานฉิงจ้องมองซือซือด้วยแววตาเดือดเป็นไฟ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเธอถอยหลังไปทีละก้าว

ผู้หญิงคนนี้กำลังพูดอะไร ความก้าวหน้าของอาเจ๋อเกี่ยวอะไรกับพ่อแม่ของเธอดูเหมือนว่าเป้ยฉ่ายเวยรู้ว่าซือซืออยากจะพูดอะไร เธอเปิดปากอย่างโรยแรง “ซือซือ อย่าพูดเลย”“เวยเวยอย่ามาห้ามฉัน ผู้หญิงคนนี้ต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง”ซือซือพร้อมแววตาดุเดือดของชาวตัวเฟิ่งบดขยี้ไปที่หนานฉิงไม่ลดละ น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นและแน่วแน่มาก“สามปีก่อนถ้าไม่ใช่เพราะว่าพ่อแกคิดว่าภูมิหลังของฉูเจ๋อหยางยากจนเกินไป เขาก็เริ่มเข้ามาแทรกแซงการดำเนินงานของฉูเจ๋อหยาง ออฟฟิศของฉูเจ๋อหยางก็เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน”“ถ้าไม่ใช่เพราะความกดดันจากพ่อของคุณ ด้วยความสามารถของฉูเจ๋อหยางเอง จะสำหรับมาถึงวันนี้หรอ และคนที่อยู่เคียงข้างฉูเจ๋อหยางในยามที่เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากก็คือเวยเวย ขณะที่แกละทิ้งเขาไปอยู่ต่างประเทศสบายๆ”“ไม่ เป็นไปไม่ได้ แกพูดจาไร้สาระ ทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง” หนานฉิงตกตะลึง เธอรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ พ่อแม่ไม่ได้ชื่นชมอาเจ๋อมาตลอดหรอกหรือ พวกท่านจะทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรต้องเป็นเรื่องไม่จริงแน่ ต้องเป็นซือซือที่พยายามหาข้อแก้ตัวให้เป้ยฉ่ายเวยผู้หญิงสารเลวคนนี้ถึงเจตนาแต่งเรื่องนี้มาแน่เธอไม่เชื่อ ไม่เชื่อเด็ดขาด

copy right hot novel pub