โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

The king of War

บทที่ 2266 หนทางตาย

ทันทีหลังจากที่เซี่ยโหวซางพูดจบ ออร่าที่ระราน ก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา

ทันใดนั้น ข้างในคฤหัสถ์เจ้าเมือง ออร่าที่ระรานของสองคนปะทะกัน

คนข้างในคฤหัสถ์เจ้าเมือง แต่ละคนต่างรู้สึกว่าทั้งร่างกายเหมือนกับมีภูเขาลูกใหญ่กดทับไว้

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”

“เป็นความกดดันที่แข็งแกร่งมาก ผู้แข็งแกร่งแดนนภาขั้นหกชั้นยอด เท่านั้นถึงจะระเบิดออร่าได้นี่ ?”

“น่าจะมาจากคฤหัสถ์เจ้าเมือง !”

......

ชั่วขณะนั้น นักบูโดของทั้งเมืองไป๋หู่ ต่างก็ตกตะลึง

ผู้แข็งแกร่งระดับนี้เกิดการปะทะกัน พอโมโห ก็ทำให้ทั้งเมืองหลั่งเลือดได้จริง ๆ

ข้างในคฤหัสถ์เจ้าเมืองเมืองไป๋หู่ สีหน้าของอู๋สงป้าเคร่งขรึมถึงขีดสุด เขาไม่คิดเลยว่า เซี่ยโหวซางจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาในคฤหัสถ์เจ้าเมือง

ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้ลงมือ แต่พวกเขาก็ปล่อยออร่ามหาศาล ซึ่งเป็นเหมือนการเปิดฉากต่อสู้

อู๋สงป้าอดกลั้นความโกรธ กล่าวถามอย่างเย็นชา : “สำนักเทียนไห่ต้องการจะเปิดศึกกับคฤหัสถ์เจ้าเมืองงั้นเหรือ ?”

เซี่ยโหวซางพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก : “ไม่ใช่สำนักเทียนไห่ที่ต้องการเปิดศึก แต่เพราะคนนอกเพียงคนเดียวคฤหัสถ์เจ้าเมืองถึงได้บีบบังคับสำนักเทียนไห่ให้เปิดศึกกับคฤหัสถ์เจ้าเมือง”

“เหอะ ๆ !”

อู๋สงป้ายิ้มเยาะ : “บังคับให้พวกนายเปิดศึก เซี่ยโหวซางแกกำลังคุกคามฉันเหรอ ?”

“นายไม่ได้รู้จักฉันมาสองสามวันแล้วเหรอ ฉันเป็นคนยังไง นายก็รู้ดี”

“ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ งั้นวันนี้ฉันจะพูดไว้เลย ถ้าสำนักเทียนไห่อยากจะเปิดศึก คฤหัสถ์เจ้าเมืองของพวกฉัน จะเล่นด้วยจนถึงที่สุด !”

ปัง !

เมื่อเขาพูดเสร็จ ออร่าที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา

ในตอนนี้เอง ใบหน้าของเซี่ยโหวซางที่ไม่เรียบเฉย ในที่สุดก็เผยให้เห็นความเคร่งขรึม

เขาสามารถสัมผัสได้ ออร่าของอู๋สงป้า บรรลุถึงขั้นของท่านเจ้าสำนักสำนักเทียนไห่แล้ว

ในโลกบู๊โบราณกลาง ถึงแม้จะมีผู้แข็งแกร่งชั้นยอดที่ก้าวข้ามแดนนภาขั้นหกชั้นยอดมากมาย แต่เมื่อเทียบกันในเหล่าผู้แข็งแกร่ง ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งและอ่อนแอ

แต่แดนของอู๋สงป้า เห็นได้ชัดว่าถึงขั้นของอู่ชางแล้ว

ถึงแม้ว่าเซี่ยโหวซางจะอยู่ในระดับกึ่งแดนนภาขั้นเจ็ด แต่เมื่อเทียบกันระหว่างผู้แข็งแกร่งอู่ชางและอู๋สงป้าที่กึ่งแดนนภาขั้นเจ็ดระดับนี้ ก็ยังด้อยกว่าอยู่ไม่น้อย

พูดได้ว่า เขาเป็นเพียงผู้แข็งแกร่งที่เพิ่งบรรลุถึงกึ่งแดนนภาขั้นเจ็ด แต่อู่ชางและอู๋สงป้า นี่เป็นผู้แข็งแกร่งกึ่งแดนนภาขั้นเจ็ดที่ห่างชั้นกันเพียงขั้นเดียว

ขอแค่จังหวะเหมาะสม พวกเขาก็อาจจะบุกทะลวงกึ่งแดนนภาขั้นเจ็ดชั้นต้นได้ทุกเมื่อ

“ดูเหมือนว่า เจ้าเมืองอู๋จะเด็ดเดี่ยวไม่หวั่นต่อสิ่งใด ต้องการที่จะเป็นศัตรูกันกับพวกเราสำนักเทียนไห่ แต่หวังว่านายจะยอมรับผลของมันได้”

เซี่ยโหวซางพูดอย่างเย็นชา ออร่าของเขา สลายไปในพริบตานั้น

ถ้าจะต้องลงมือกับอู๋สงป้าจริง ๆ เขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่าว่าแต่ที่นี่เป็นคฤหัสถ์เจ้าเมืองเลย ถึงแม้จะอยู่ข้างนอก แดนของอู๋สงป้าก็ยังมหาศาลกว่าแดนของเขาเยอะ

ตอนนี้ ทั้งสำนักเทียนไห่ ก็มีเพียงอู่ชางที่สามารถสู้กับอู๋สงป้าได้

จิตสังหารในตาของอู๋สงป้าเป็นประกาย จ้องมองไปที่เซี่ยโหวซางและพูด : “แกกำลังข่มขู่ฉัน ?”

เซี่ยโหวซางไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ยิ้มเยาะ : “แล้วถ้าข่มขู่ มันจะทำไม ?”

อู๋สงป้าไม่ได้พูด ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

เซี่ยโหวซางลุกขึ้น พูดอย่างเย็นชา : “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ขอลา !”

พูดจบ เขาก้าวเท้าต้องการจากไป

แต่ในตอนนั้นเอง ออร่าที่น่าหวาดกลัว ก็ปิดกั้นเขาไว้

เซี่ยโหวซางรู้สึกถึงอำนาจคุกคามที่คืบคลานมาจากข้างหลัง ขมวดคิ้วแน่น มองไปยังอู๋สงป้าอย่างเย็นชาและพูด : “อะไรกัน ? เจ้าเมืองคิดจะลงมือกับฉัน ?”

อู๋สงป้าพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ : “คฤหัสถ์เจ้าเมืองเมืองไป๋หู่ เป็นที่ที่แกบอกจะมาก็มา จะไปก็ไปเหรอ ?”

“จะออกไป ได้ ! คุกเข่า ขอโทษซะ !”

จิตสังหารที่รุนแรง ปกคลุมเซี่ยโหวซาง

ทันใดนั้นสีหน้าเซี่ยโหวซางก็เปลี่ยนไปมาก จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะตระหนักได้ อู๋สงป้าคิดที่จะฆ่าจริง ๆ

เขาที่เป็นตัวแทนของสำนักเทียนไห่ ถ้าต้องคุกเข่าขอโทษจริง ๆ ก็หมายความว่าสำนักเทียนไห่ก้มหัวให้กับคฤหัสถ์เจ้าเมือง แล้วสำนักเทียนไห่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ?

“อู๋สงป้าอย่าให้มันมากไป !”

เซี่ยโหวซางกล่าวพูดเสียงเย็น : “ฉันเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเทียนไห่ คิดจะลงมือกับฉัน นายคิดถึงผลลัพธ์รึยัง ?”

“คุกเข่าลง !”

อู๋สงป้าตวาดเสียงดัง

เซี่ยโหวซางรู้สึกได้ว่าแรงกดดันนั้นมากยิ่งขึ้น ความกดดันอย่างแน่นหนาอยู่บนตัวเขา จนแทบจะกดเขาจมดิน

เขาพยายามไม่ให้ตัวเองคุกเข่าลง กัดฟันแน่นพูด : “อู๋สงป้า มากเกินไปแล้ว !”

“มากเกินไป ?”

อู๋สงป้ายิ้มเยาะ : “แกกล้ามาข่มขู่ฉันที่คฤหัสถ์เจ้าเมือง มันไม่มากเกินไปรึไง ?”

“ในเมื่อมาแล้ว ก็จะต้องเตรียมที่ราคาที่จะต้องจ่ายให้พร้อม ไม่อย่างนั้นถ้าข่าวแพร่ออกไป คนในโลกบู๊โบราณกลาง ก็จะคิดกันว่าฉันคฤหัสถ์เจ้าเมืองของเมืองไป๋หู่จะรังแกยังไงก็ได้”

สีหน้าของเซี่ยโหวซางเคร่งขรึมจนไม่สามารถเคร่งขรึมกว่านี้ได้แล้ว

เปิดศึก เขาไม่ใช่คู่มือของอู๋สงป้า

แต่ถ้าไม่เปิดศึก เขาก็จะต้องคุกเข่าขอโทษ

ไม่ว่าจะเลือกยังไง ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

อีกด้านหนึ่ง ที่อยู่ของหยางเฉิน บนใบหน้าของเขา เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

เขาสัมผัสได้ถึงออร่าบู๊ที่รุนแรงของสองคนกำลังคุมเชิงกันอยู่

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็น แต่ก็พอจะเดาได้ ว่าหนึ่งในแรงกดดันนั้นคืออู๋สงป้า อีกหนึ่งแรงกดดัน คือผู้แข็งแกร่งของสำนักเทียนไห่

ในกรณีที่อู๋สงป้าประนีประนอม ถึงเขาจะติดปีกก็คงหนีไม่รอดแน่

“คุณหยาง คุณวางใจได้เลย ถ้าพ่อของผมบอกว่าจะปกป้องคุณ จะไม่คืนคำเด็ดขาด ถึงแม้อู่ชางท่านเจ้าสำนักของสำนักเทียนไห่จะเป็นคนมา เขาก็ไม่มีทางไกล่เกลี่ยแน่นอน”

อู๋จื่อจิ้งมองออกว่าหยางเฉินเป็นกังวลใจ เลยพูดเพื่อปลอบใจ

ถึงปากเขาจะพูดแบบนั้น แต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ

วันนี้ตระกูลหวูเดินมาถึงขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะต้องเปิดศึกกับสำนักเทียนไห่จริง ๆ ก็มีแต่จะทำให้บอบช้ำทั้งสองฝ่าย

เว้นแต่จะมีสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นกองกำลังทั้งสองก็คงไม่เปิดศึกกัน

แต่ตอนนี้ กุญแจสำคัญที่กองกำลังทั้งสองจะเปิดศึกกันหรือไม่ อยู่ที่หยางเฉิน

สำนักเทียนไห่ต้องการตัวหยางเฉิน แต่อู๋สงป้าต้องการปกป้องหยางเฉิน ก็ต้องดูว่าใครจะยอมถอยก่อนแล้ว

หยางเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ในใจยังคงเต็มไปด้วยความกังวล ถึงอย่างไรเขาเพิ่งเคยเจอกับอู๋สงป้าเป็นครั้งแรก เขาไม่สามารถรับประกันได้ว่าอู๋สงป้าจะยอมเปิดศึกกับสำนักเทียนไห่เพื่อเขา

การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของเมืองไป๋หู่ พริบตาเดียวก็ดึงดูดความสนใจของกองกำลังหลักทั้งหมดของเมืองไป๋หู่

บุญคุณความแค้นระหว่างคฤหัสถ์เจ้าเมืองเมืองไป๋หู่กับสำนักเทียนไห่มีกันมานานหลายปีดีดัก เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าลางที่จะปะทุขึ้น แต่วันนี้ มีแววว่าจะปะทุขึ้นแล้ว

กองกำลังชั้นยอดมากมายของเมืองไป๋หู่ ต่างก็กำลังจะเคลื่อนไหว รอแค่สำนักเทียนไห่กับคฤหัสถ์เจ้าเมืองเปิดศึกกัน

ในกรณีที่กองกำลังใหญ่ทั้งสองเปิดฉากต่อสู้ คงจะได้รับความเสียหายทั้งสองฝ่ายแน่นอน ถึงเวลานั้นก็จะเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดที่กองกำลังของพวกเขาจะตั้งตัวขึ้นมา

ข้างในคฤหัสถ์เจ้าเมืองเมืองไป๋หู่ ท่าทางของอู๋สงป้าอันตรายอย่างมาก เซี่ยโหวซางสีหน้าเคร่งขรึม จดจ้องอู๋สงป้าอย่างไม่วางตา

“อู๋สงป้า นายอยากที่จะปกป้องหยางเฉินก็เรื่องของนาย แต่นายควรคิดดูให้ดีกว่านี้ ผู้พิทักษ์ของเขายังไงก็เป็นผู้ฝึกมาร ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ถึงแม้ว่านายจะเป็นเจ้าเมือง ก็จะปกป้องตระกูลหวูไม่ได้”

จู่ ๆ เซี่ยโหวซางก็เอ่ยปากขึ้น

จิตสังหารในแววตาของอู๋สงป้ายิ่งมากขึ้น เซี่ยโหวซางยั่วยุข่มขู่อีกครั้ง ถ้าปล่อยให้เขากลับไปจริง ๆ ก็จะเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า

เมื่อคิดได้อย่างนั้น จิตสังหารในแววตาของเขาก็ยิ่งมากขึ้น

ได้รับจิตสังหารที่แท้จริงของอู๋สงป้า ส่วนลึกนัยน์ตาของเซี่ยโหวซางก็ฉายประกายความหวาดกลัว

“ป้าง !”

ขาของเซี่ยโหวซางขยับอย่างฉับพลัน ร่างของเขาหายไปข้างนอกในชั่วพริบตา

“เหอะ !”

อู๋สงป้ากล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น : “ในเมื่อมาแล้ว ก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เถอะ !”

ในวินาทีที่พูดจบ เขาก็หายไปจากที่เดิมแล้ว

copy right hot novel pub

แสดงความคิดเห็น / รายงานปัญหาเว็บไซต์