โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

บทที่ 154 จุดประสงค์ของหลี่จื่อเชียน

บทที่ 154 จุดประสงค์ของหลี่จื่อเชียน

เมื่อเห็นเป้ยฉ่ายเวยยิ้ม ดวงตาของหลี่จื่อเชียนก็เป็นประกาย ตั้งใจถอนหายใจหนักเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเป้ยฉ่ายเวย “เวยเวยที่จริงถ้าเธอตอบตกลงเป็นแฟนฉันก็ถือเป็นการช่วยฉันนะ”

เป้ยฉ่ายเวยส่งสายตางงงวยมาที่เขาจริงๆด้วย

“ถ้าคนในครอบครัวเร่งเร้าฉัน ถึงตอนนั้นคงต้องมีเธอมาช่วยเป็นไม้กันหมาแล้วล่ะ” หลี่จื่อเชียนไม่ได้โกหก ปีนี้เขาสามสิบแล้ว แฟนสาวข้างกายซักคนก็ไม่มี คนในครอบครัวก็เร่งรัดมาตั้งนานแล้ว

“จื่อเชียน ฉันไม่อยากทำให้นายเสียเวลา” เธอเป็นแบบนี้แล้ว จะไปขวางทางเขาได้ยังไง

หลี่จื่อเชียนค่อยๆพูดโน้มน้าว “มันไม่ใช่การเสียเวลาหรอก ยอมไม่มีดีกว่าได้คนที่ไม่ได้รักมาเธอไม่คิดงั้นหรอ ฉันไม่ถูกใจคู่ดูตัวฉันซักคนเลย”

เขาสามารถจัดการเรื่องบริษัทได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แถมความสามารถยังโดดเด่นด้วย เรื่องที่จะพูดโน้มน้าวเป้ยฉ่ายเวย ก็มีแค่ปัญหาเรื่องเวลานี่แหละ

เป้ยฉ่ายเวยมองเขา “ถ้านายเจอคนที่ชอบล่ะ”

“ถ้าฉันเจอแล้วฉันจะบอกเธอเอง” หลี่จื่อเชียนมองเธอกลับเหมือนกัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกกดดัน เขาก็ควรจะพูดแบบนี้

เป้ยฉ่ายเวยหมดทางขัดคำพูดของเขา กลัวด้วยว่าเขาจะแคร์ตัวเธอมากเกินไป แต่เธอก็ตอบรับความรู้สึกที่เขามีให้ไม่ได้ เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เธอก็เห็นด้วยกับข้อเสนอนั้น “ก็ได้ ขอบใจนะจื่อเชียน”

ในตอนที่เธออึดอัดไม่สบายใจ เขาก็ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจตลอด

“ยัยบ๊อง อย่าลืมล่ะ ถึงยังไงฉันก็ถือว่าเป็นรุ่นพี่เธอนะ” มือใหญ่ที่สะอาดของหลี่จื่อเชียนวางลงบนหัวของเป้ยฉ่ายเวยแล้วลูบเบาๆ จากนั้นก็ผละออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

เป้ยฉ่ายเวยเคอะเขินนิดหน่อย แต่เมื่อมองรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของหลี่จื่อเชียน เธอก็กลัวว่าตัวเองจะคิดมากไป กลับกันอาจทำให้จื่อเชียนอึดอัดด้วย จึงไม่ได้นำมาใส่ใจ

มีเพียงตัวหลี่จื่อเชียนเองที่รู้ดีว่าเบื้องลึกในใจของเขาอยากจะสัมผัสเธอแค่ไหน แม้จะเป็นแค่รุ่นพี่คนหนึ่งก็ตาม “เวยเวย แล้วตอนนี้เธอยังต้องไปทำงานที่บริษัทฉูเจ๋อหยางไหม”

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้าช้าๆ พูดขึ้นเสียงเบา “อืม”

“ถ้าเธอไม่อยากทำที่นั้นแล้ว ฉันช่วยเธอได้นะ” หลี่จื่อเชียนถามเป็นครั้งที่สองแล้ว เขาไม่เข้าใจเลย ในเมื่อเวยเวยอยากหยุดความสัมพันธ์กับฉูเจ๋อหยาง แล้วทำไมยังต้องทนอยู่ในที่เดียวกับเขาด้วย

แม้ว่าจะมีใครหลายคนถามหาเหตุผลที่ว่าทำไมเธอยังทำงานอยู่ที่บริษัทของฉูเจ๋อหยาง แต่เป้ยฉ่ายเวยกลับไม่ยอมบอกเหตุผลออกมาสักคำ “ไม่ต้องหรอกจื่อเชียน ทำงานที่นั่นมันก็ดีอยู่”

ถ้าดีมากๆแล้วทำไมต้องเจ็บตัวตลอด หนานฉิงยิ่งไปโผล่ที่นั่นบ่อยๆอยู่ด้วย หลี่จื่อเชียนไม่อยากเห็นว่าบนร่างกายของเธอมีรอยแผลเพิ่มอีกแล้ว “เวยเวย ถ้าเธอไม่อยากไปทำงานที่บริษัทฉัน ฉันช่วยเธอหาบริษัทอื่นแทนได้นะ”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ทำงานที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ อีกอย่างฉันก็มีซือซืออยู่ ไม่มีเป็นอะไรแน่ๆ” ที่บริษัท หนานฉิงไม่ค่อยกล้าเล่นงานเธออย่างเปิดเผยหรอก

หลี่จื่อเชียนเห็นเธอยังคงยืนหยัดก็ทำได้เพียงแค่ล่าถอย

ซือซือที่ไปเดินเล่น,ไปกินไอศกรีม ในที่สุดก็กลับมา

บทสนทนาของทั้งสองก็จบแต่เพียงเท่านี้

“นี่มันก็นานแล้วนะ คุณผู้ชายบางคนนี่ไม่มีธุระที่ไหนต้องไปทำหรือไง” อวี๋ซือซือมีเรื่องอยากพูดกับเวยเวยแค่สองต่อสองนิดหน่อย

หลี่จื่อเชียนเป็นคนฉลาด ได้ยินที่ซือซือพูดก็เข้าใจในทันที เหยียดกายลุกขึ้นพูดกับเป้ยฉ่ายเวยอย่างนุ่มนวลว่า “เวยเวย เธอพักผ่อนให้เพียงพอนะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาหาเธออีก”

เป้ยฉ่ายเวยพยักหน้า “อื้ม”

หลังจากที่หลี่จื่อเชียนไปแล้ว อวี๋ซือซือก็นั่งลงข้างๆเธออย่างร้อนอกร้อนใจ “เป็นไงบ้าง หลี่จื่อเชียนพูดอะไรกับแกไปบ้าง”

“จะให้พูดอะไรล่ะ นี่ก็แผนที่เธอวางไว้ไม่ใช่หรอกหรอ” อย่าคิดว่าเธอไม่รู้อะไร

อวี๋ซือซือหัวเราะแหะๆอย่างเก้อๆ “ฉันทำแบบนี้เพื่อแกไม่ดีหรือไงเล่า แกก็เห็นหนิว่าหลี่จื่อเชียนแคร์แกมากแค่ไหน ดีกว่าฉูเจ๋อหยางอะไรนั่นเป็นร้อยเท่าเลย เป็นไงบ้างรู้สึกคลื่นรักกระเพื่อมบ้างไหม”

“ขอโทษนะ แต่ไม่มีอะไรกระเพื่อมทั้งนั้นแหละ” เป้ยฉ่ายเวยตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย

ได้ไงกันอวี๋ซือซือทำตามคำแนะนำในนิตยสารข่าวก็อสซิปเลยนะ เธอถามคำถามต่อไปย่างไม่ลดละ “ไม่ได้ผลงั้นหรอ ถ้างั้นพวกแกคุยอะไรกันไปบ้าง?”

“เขารู้เรื่องของฉันกับฉูเจ๋อหยาง” เป้ยฉ่ายฉ่ายเวยตอบง่ายๆ

อวี๋ซือซือถอนหายใจเฮือก ถามขึ้นอย่างเครียดๆว่า “แล้วไงต่อ เขามีฏิกิริยายังไงบ้าง”

เป้ยฉ่ายเวยไม่คิดจะตอบคำถาม เอนกายพิงโซฟาอย่างเกียจคร้านย้อนถามขึ้นว่า “เธอไล่จื่อเชียนไปก็เพราะอยากถามเรื่องพวกนี้หรอ?”

อวี๋ซือซือรู้สึกราวกับลมหายใจในลำคอถูกบีบเอาไว้ จำเป็นต้องตอบเธอไป “ไม่ใช่อยู่แล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์ คุณปู่อยากเจอแก”

“คุณปู่อวี๋?” เป้ยฉ่ายเวยคิดไม่ถึงเลยว่าคุณปู่อวี๋จะคิดถึงเธอ

“ใช่ ท่านรู้ว่าแกอยู่ที่เมืองจิ่นอันถามตลอดเลยว่าทำไมแกไม่ไปเจอท่านบ้าง”

“รอให้ฉันหายดีก่อนดีกว่า ค่อยไปหาคุณปู่ก็ได้” เป้ยฉ่ายเวยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เป็นถึงลูกหลานแต่ก็ไม่ไปเยี่ยมเยือนท่านสักที แถมยังทำให้คุณปู่อวี๋คิดถึงด้วย ไม่ดีเอาซะเลย

“โอเคๆ ฉันรู้ว่าแกไม่อยากรบกวนท่าน รอให้แกว่างก่อนค่อยพูดกันอีกทีแล้วกัน” อวี๋ซือซือโบกมืออย่างไม่คิดอะไร

เป้ยฉ่ายเวยเห็นด้วยกับที่เธอพูด “อื้ม”

“งั้นฉันไปก่อนนะ อีกไม่กี่วันที่โรงเรียนรุ่ยรุ่ยก็จะมีกิจกรรมครอบครัว ฉันจะไปแทนแกละกัน” เดิมทีเธอก็ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้หรอก แต่ตอนนี้มือของเวยเวยเจ็บ ไม่สามารถใช้งานได้สะดวกเท่าไหร่ ให้เธอไปแทนก็แล้วกัน

เป้ยฉ่ายเวยเองก็อยากไปมาก แต่เมื่อมองผ้าพันแผลบนมือของตัวเองแล้วจึงทำได้แค่ปล่อยวาง กลัวแค่รุ่ยรุ่ยจะผิดหวังที่เธอไม่ได้ไป

อวี๋ซือซือเห็นเป้ยฉ่ายเวยแสดงสีหน้าโทษตัวเอง จึงพูดขึ้นว่า “นี่ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ กิจกรรมก็แค่ครึ่งวันเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกน่า รุ่ยรุ่ยน่ะรู้จักความมากกว่าที่แกคิดอีก”“งั้นฉันไปถ่ายรูปรุ่ยรุ่ยแทนดีกว่า” ถึงเป้ยฉ่ายเวยจะเข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้ ได้เก็บทุกภาพการเคลื่อนไหวของรุ่ยรุ่ยไว้ก็ยังดีอวี๋ซือซือคิดได้ว่ามืออีกข้างของเป้ยฉ่ายเวยไม่ได้เป็นอะไร แค่ถือกล้องก็น่าจะไม่เป็นอะไรมาก จึงเห็นด้วยกับเธอ “ได้ ถึงตอนนั้นฉันจะบอกแกก็แล้วกัน”“ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันสั่งอาหารให้ อย่าลืมออกไปรับตอนเขามาส่งล่ะ” ก่อนที่อวี๋ซือซือจะจากไป ก็ไม่ลืมที่จะเตือนเธอไว้“โอเค รีบไปเถอะ” เป้ยฉ่ายเวยพูดกลั้วะหัวเราะ เธอไม่ใช่เด็กซะหน่อย ที่จะสั่งอาหารมากินเองไม่ได้อวี๋ซือซืออยากจะพูดอีกสักสองสามประโยค แต่คิดไปคิดมาก็ไม่เอาดีกว่า รู้สึกว่าตัวเองทำตัวอย่างกับคุณแม่ จะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เธอเป็นพี่สาวนะ จะทำตัวขี้บ่นเหมือนแม่เหมือนยายไปได้ยังไงกันแค่คิดก็รู้สึกขนลุกแล้วทันทีที่อวี๋ซือซือไป เป้ยฉ่ายเวยก็ผ่อนคลายได้ในที่สุด คิดไปถึงแววตาของฉูเจ๋อหยางตอนที่อุ้มตัวเอง รู้สึกราวกับฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง หรือเธออาจจะมองผิดไปก็ได้ ผู้ชายเย็นชาหลงตัวเองแบบนั้นจะมีแววตาแบบนั้นให้เธอได้ยังไงกันเมื่อคิดถึงฉูเจ๋อหยาง ก็อดคิดถึงแววตาดุร้ายที่หนานฉิงใช้มองเธอไม่ได้ เธอรู้ว่าความเกลียดชังของหนานฉิงที่มีต่อเธอมันมากแค่ไหน มันมากถึงขนาดที่ทำให้เธออกสั่นขวัญหายแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามาตรงที่เธอนั่งอยู่อย่างจังจนร้อนอบอ้าว แผ่นหลังของเป้ยฉ่ายเวยจึงเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอมองดูแผลบนมือของตน แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

copy right hot novel pub