โหมดมืด
ภาษา arrow_icon

หลงรักทนายคนเลว

ตอนที่ 17 สวีทกันแต่เช้า

ตอนที่ 17 สวีทกันแต่เช้า

หลังจากผ่านไปราว 1 ชั่วโมงเศษ พวกเขาก็เดินทางมาถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

หนานฉิงโทรจองห้องพักซึ่งเจ้าของเป็นสามีภรรยาวัยชราคู่หนึ่ง พวกเขาให้การต้อนรับกลุ่มของพวกเธิด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บ้านที่จองไว้มีทั้งหมด 2 ชั้น ห้องพักที่ชั้น 2 ต่างทำความสะอาดไว้แล้วอย่างดี ให้พวกเขาเลือกได้ตามสบาย

หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้อยู่ถัดจากภูเขาลูกใหญ่ บริเวณเชิงเขาเต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิดที่ชาวบ้านแถวนั้นปลูกเอาไว้ ฤดูร้อนนี้เหมาะแก่การปลูกแตงโมและต้นพีช นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสามารถเก็บทานได้ตามใจชอบ

“ว้าว ช่างเงียบสงบดีจริงๆเลย!” หนานฉิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แปลกใหม่และอากาศอันสดชื่นของที่นี่มาก “ที่เมลเบิร์นถึงแม้จะสนุกดี แต่ว่าไม่มีบรรยากาศแบบนี้ ไม่เหมือนกับที่นี่ซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมาก”

เป้ยฉานเวยยิ้ม “ฉันว่าถ้าเธออยู่หลายวันเข้า ก็ไม่ค่อยรู้สึกแล้วมั้ง”

“ขอเพียงมีอาเจ๋ออยู่ด้วย อยู่นานแค่ไหนฉันก็ยอมจ้ะ!” หนานฉิงพึมพำขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวว่าได้เปิดเผยความในใจออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ทำเอาเป้ยฉานเวยนิ่งไปพักหนึ่ง ก้มหน้าหลบซ่อนสายตาแห่งความผิดหวังเอาไว้

หนานฉิงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ข้างบน เธอบอกว่ามื้อกลางวันอยากทานปลา จึงลากฉูเจ๋อหยางไปที่บ่อตกปลาอย่างเริงร่า พร้อมชวนเป้ยฉานเวยและหลี่จื่อเชียนไปด้วย เป้ยฉานเวยจำต้องตามเธอไป

ข้างบ่อเลี้ยงปลาเป็นสวนแตงโม ในนั้นเต็มไปด้วยไม้เลื้อยสีเขียวมรกต ต้นอ่อนของแตงโมขนาดต่างๆกันโผล่พ้นดินขึ้นมา ลูกที่โตเต็มที่ที่สุดมีขนาดเท่าฝ่ามือ เนื้อผลไม้มีสีเหลืองทอง รสชาติดีกว่าเนื้อสีแดงเสียอีก

หลี่จื่อเชียนจัดวางคันเบ็ดให้คงที่ แล้วเข้าไปในสวนแตงโมเลือกลูกเล็กลูกหนึ่ง ใช้มีดเล็กจากสวิตเซอร์แลนด์ที่พกมาด้วยผ่าแตงโมออก 2 ซีก ยื่นส่งให้เป้ยฉานเวยทานครึ่งหนึ่ง “ลองทานดูสิครับ”

เป้ยฉานเวยกัดไปหนึ่งคำ ยิ้มพลางพยักหน้า “อืม หวานมากเลยคะ”

“จริงหรือ? ผมลองมั่ง” หลี่จื่อเชียนพูดไปพลางก้มลงกัดแตงโมอีกด้านของเป้ยฉานเวยหนึ่งคำ เป้ยฉานเวยมองเขาอย่างงุนงง ไม่ค่อยรู้ตัว “เยี่ยม เดี๋ยวเราเก็บอีกสักลูกไปด้วยดีกว่า”

“แหม สนุกกันจังเลยนะ สวีทกันแต่เช้าเชียว?” หนานฉิงพูดเสียงดังขึ้นมา รู้สึกหมั่นไส้

หลี่จื่อเชียนไม่เห็นเธออยู่ในสายตา เขาส่งยิ้มให้เธอพลางกล่าวว่า “ก็คุณอยากมองเองทำไมล่ะ จะให้โทษใคร? เราก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับถ้าพวกคุณจะสวีทกัน”

เป้ยฉานเวยยิ้มมุมปาก เหลือบไปเห็นฉูเจ๋อหยางไม่ได้สนใจคนที่อยู่ข้างๆ แต่จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาอันแหลมคม ทำเอาเป้ยฉานเวยตกใจหัวใจเต้นรัว เธอรีบก้มหน้าหยิบแตงโมครึ่งลูกในมือขึ้นมากิน

ทำไมเขาต้องมองเธอแบบนั้นด้วยนะ หมายความว่ายังไงกัน?

หนานฉิงบ่นพึมพำ แล้วจึงดึงฉูเจ๋อหยางมาสวีทบ้าง เธอหอมแก้มเขาแล้วหอมอีก สวีทกันหวานซึ้ง เป้ยฉานเวยเห้นแล้ว ในใจรู้สึกอึดอัดมากขึ้น

หนานฉิงเอ่ยขึ้นว่า “นี่ หลี่จื่อเชียน ใครตกปลาได้น้อยที่สุดเป็นคนล้างจานนะ!”

หลี่จื่อเชียนชักไม่สนุก ยิ้มตอบเธอไปว่า “อาหารที่เราทานกันช่วง 2-3 วันนี้ล้วนเป็นฝีมือของแฟนผม คุณคิดว่าพวกคุณตกปลาได้แค่ 2 ตัวมันคุ้มแล้วหรือ? อีกอย่างถ้าพวกคุณไม่ยอมล้างจานผมก็ไม่ได้พวกคุณทานข้าวด้วยดีไหม”

“อาเจ๋อ คุณดูเขาพูดสิ!” หนานฉิงกอดคออาเจ๋ออยู่ หน้านิ่วคิ้วขมวดฟ้องเขา “เดี๋ยวคุณเข้าครัวแสดงฝีมือให้เขาเห็นเลยนะ อีตานั่นผู้ชายที่ทำกับข้าวไม่เป็นแล้วยังปากดีอีก เชอะ!”

ฉูเจ๋อหยางมองไปทางหลี่จื่อเชียนทีหนึ่งพลางเอ่ย “ได้ครับ”

เวลา 2 ชั่วโมงผลลัพธ์ออกมาดีทีเดียว ตกปลาได้หลายตัวเลย ฉูเจ๋อหยางตกได้ปลาคาร์พหญ้าขนาดใหญ่มากตัวหนึ่ง ทำให้หนานฉิงรู้สึกดีใจมาก เธอมองหลี่จื่อเซียนด้วยสายตาเยาะเย้ยเมื่อกลับมาถึงที่พัก เป้ยฉานเวยเอาวัตถุดิบเข้าไปไว้ในครัว เติมน้ำใส่อ่างให้เต็มแล้วเอาปลาที่ตกมาได้ใส่ลงไป อย่างนี้รับรองว่าปลานั้นจะมีชีวิตอยู่ได้อีกราว 2 วัน ขณะที่กำลังหยิบมีดออกมาฆ่าปลา ก็เห็นฉูเจ๋อหยางเดินเข้ามาพอดี“ผมทำเอง คุณไปทำอย่างอื่นเถอะ”“ไม่เป็นไรคะ” เป้ยฉายเวยหยิบมีดมาลับกับหินลับมีด คำพูดหลุดออกจากเธอโดยไม่ตั้งใจ “คุณเกลียดกลิ่นคาวปลาที่สุดเลยไม่ใช่หรือคะ เดี๋ยวลงมือทำแล้วจะมีกลิ่นติดตัวไปอีก อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยฆ่าปลามาก่อน.....”

copy right hot novel pub